คืนความสุขให้แม่! หลังลูกชายติดเหล้านาน 16 ปี ทำครอบครัวเกือบพัง ก่อนเอาชนะใจตัวเอง เลิกดื่มได้สำเร็จ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ปี 2561 เปิดวงเสวนาในหัวข้อ “เลิกเหล้าเพื่อแม่ คืนความสุขให้ครอบครัว” โดยภายในงานมีการแสดงละครสะท้อนปัญหา ชุด “น้ำเมาทำร้ายแม่ ทำลายลูก”

ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ. สคล. กล่าวว่า ในสังคมไทยปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ที่ดื่มสุราอย่างหนัก และมีปัญหามากกว่า 5 ล้านราย โดยในผู้ติดสุรา 3 ล้านราย มีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้นที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ทั้งยังมีผู้ที่ติดสุราเพิ่มขึ้นอีก

โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อายุยังน้อย ยิ่งมีแนวโน้มการดื่มเพิ่มมากขึ้น

“สำหรับแนวคิด “เลิกเหล้าเพื่อแม่ คืนความสุขให้ครอบครัว” มีเป้าหมายเพื่อเชิญชวนให้ลูกๆ ทุกคนใช้โอกาสวันแม่นี้ หันมาทำสิ่งดีๆ เพื่อมอบเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับแม่ โดยเริ่มต้นจากการลด ละ เลิก เหล้า เพื่อคุณแม่ หรือเพื่อคนที่เรารัก เพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ครอบครัวกลับมาอบอุ่นมีความสุข มีเงินเหลือเก็บ ทั้งนี้บุคคลรอบข้างยังมีส่วนช่วยในการให้กำลังใจที่สำคัญอย่างยิ่งอีกด้วย” ภก.สงกรานต์กล่าว

นายพิชิตชัย นำนาผล ผอ.รพ.สต.บ้านย่านยาว ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า อำเภอลานสกาเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาสุขภาพ รวมถึงอุบัติที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีละ 290 กว่าราย ดังนั้น ในพื้นที่จึงมีมาตรการเข้มงวดในการควบคุมปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคู่ไปกับภารกิจส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลคือการคัดกรอง ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือคนอยากเลิกเหล้า โดยส่งทีมอาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. รวมถึงแกนนำโครงการ “คนหัวใจเพชร” ลงพื้นที่พูดคุยกับคนในชุมชนให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดละเลิกเหล้า

ทั้งนี้ มีผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการกว่า 280 คน และมี 62 ราย ใน 6 หมู่บ้านที่เลิกได้เด็ดขาด

“สิ่งสำคัญที่ทำให้คนกลุ่มนี้เลิกเหล้าได้คือ เห็นผลกระทบ ทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน ส่วนคนใกล้ชิด ลูกครอบครัว มีผลอย่างมากที่ทำให้เกิดกำลังใจเลิกเหล้าได้สำเร็จ บางรายจำเป็นต้องแยกออกจากกลุ่มเพื่อนที่ดื่ม หากรุนแรงต้องส่งต่อไปบำบัด หรือใช้ยารักษาอาการ ช่วงสัปดาห์แรกจะทำได้ยาก เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องเอาชนะใจตัวเอง ดังนั้น ทีมงานต้องติดตามเฝ้าระวังไม่ให้กลับไปดื่มซ้ำ” นายพิชิตชัยกล่าว


ด้าน นางอุทัย เพ็งเภา คุณแม่วัย 70 ปี ที่ทำทุกทางเพื่อให้ลูกชายซึ่งติดเหล้ามานานกว่า 16 ปี เลิกเหล้า กล่าวว่า วันแม่ปีนี้ ได้ของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตจากลูกชาย เนื่องจากเขาตั้งใจงดเหล้าเพื่อแม่ และครอบครัว โดยเริ่มงดมาตั้งแต่เข้าพรรษา

ที่ผ่านมาหัวอกคนเป็นแม่ไม่เคยมีความสุข เห็นลูกทุกข์ทรมานเพราะติดเหล้า ดื่มหนักวันละขวด ทั้งยังหมดเงินกับค่าเหล้านับไม่ถ้วน ตลอดจนเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับถึง 5 ครั้ง ก็ยังไม่เลิกดื่ม

“ครอบครัวเกือบพังไปหลายครั้ง เวลาที่ลูกเมา ที่ผ่านมาทำทุกทางทั้งพาไปบำบัดหลายแห่ง หมดเงินไปหลายหมื่นบาท แต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งวันนี้เขาทำได้ ทุกคนในบ้านปลื้มใจ เหมือนแม่ได้ลูกชายคนใหม่ เปลี่ยนเป็นคนละคน หันมาตั้งใจทำงาน เลิกงานก็มาช่วยแม่ขายของ เลี้ยงลูก แถมเขายังชักชวนเพื่อนงดดื่มเหล้าด้วย ส่วนร้านขายของชำของตนจากที่เคยขายเหล้าเบียร์ ก็เลิกขายอย่างเด็ดขาด ช่วงแรกๆ โดนลูกค้าบ่นเหมือนกัน แต่สุดท้ายเขาก็เข้าใจ ส่วนเราเองก็ตั้งมั่นไว้ว่า ไม่อยากได้เงินบาปไปทำบุญ สำหรับวันแม่ปีนี้เราทั้งครอบครัวตั้งใจจะพากันไปทำบุญ” นางอุทัยกล่าว

ขณะที่ นายณัฐวัฒน์ ทองเรืองรักษ์ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม. 6 โรงเรียนวิเชียรมาตุ จังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ชอบสนุกสนานกับเพื่อน ว่างก็จับกลุ่มสังสรรค์ สารพัดเงื่อนไขที่จะได้ตั้งวง จนแม่เริ่มรู้สึกว่ามากเกินไป แต่เตือนอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ขอร้องให้มานั่งดื่มที่บ้านอย่างน้อยก็อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ส่วนตัวไม่ชอบเที่ยวร้านเหล้าผับบาร์ จึงลดโอกาสทะเลาะวิวาทหรือเกิดอุบัติเหตุ แต่พอตั้งวงที่บ้านบ่อยขึ้นก็เหมือนได้ใจ เริ่มมีปากเสียงกันมากขึ้น

กระทั่งแม่ได้เข้าร่วมโครงการ “สาวพักตับ” ที่ทางเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดตรังเป็นผู้ชักชวน ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้เข้าใจถึงโทษภัยของเหล้าเบียร์ มีการรวมกลุ่มชวนกันเลิกเหล้า ทำกิจกรรมจิตอาสา ฯลฯ

“แม่เอ่ยปากขอว่า ถ้าขืนดื่มเหล้าแบบนี้ลูกหมดอนาคตแน่ แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับลูกแม่จะอยู่กับใคร แม่ขอได้ไหม ผมจึงตัดสินใจรับปากและตั้งใจว่าจะทำให้สำเร็จ ตอนนี้ก็มีเวลาว่างไปทำอย่างอื่นบ้าง ที่สำคัญได้ช่วยแม่ทำงาน มีเวลากับการเรียน สุขภาพร่างกายดีขึ้น จึงอยากชวนเพื่อนๆ วัยรุ่นทั่วไปว่า ถ้าจิตใจเราแน่วแน่เข้มแข็งพอ เราสามารถปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้ เพราะทุกคนมีโอกาสพลาดได้ แต่ก็เปลี่ยนแปลงตัวเองได้เช่นกัน ” นายณัฐวัฒน์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้“อาร์เอส” กำไรQ2 พุ่ง 230% มติบอร์ดจ่ายปันผลอีก 0.25 บาท/หุ้น เตรียมเดินสายโรดโชว์ตปท.
บทความถัดไป2วัน 2ล้านวิว! ชาวเน็ตวิจารณ์หนัก เพลงใหม่วงแคลช คล้าย ‘เชฟ ออฟ ยู’ เอ็ด ชีแรน