ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนไทยไปเที่ยวกันมากมาย โดยเฉพาะหลังจากเปิดฟรีวีซ่าให้คนไทย 15 วัน ทำให้กลายเป็นเหมือนอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวของคนไทยไปเลย นึกจะไปก็ไปกันได้ง่ายๆ เพราะไม่ต้องขอวีซ่า แต่นอกจากคนไทยแล้ว นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ที่เข้าไปเที่ยวญี่ปุ่นก็มีมากขึ้นเช่นกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะระยะหลังมานี้ญี่ปุ่นหันมาเอาจริงเอาจังกับการทำตลาดท่องเที่ยวเพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ
โครงการหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจะนำมาทดสอบระบบการยืนยันตัวตนผ่านการสแกนลายนิ้วมือที่เชื่อมโยงกับระบบชำระเงิน เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมและความกังวลของนักท่องเที่ยวต่างชาติเกี่ยวกับเงินสดหรือบัตรเครดิต
วิธีการก็คือ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปถึงญี่ปุ่น ที่สนามบินจะมีตู้ให้ลงทะเบียนลายนิ้วมือ ข้อมูลส่วนตัวจากพาสปอร์ต และข้อมูลบัตรเครดิต หลังจากลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยเดินทางเข้าเมือง ไปโรงแรม ร้านอาหาร หรือช้อปปิ้งสินค้าตามห้างร้านหรือห้างสรรพสินค้า ก็ใช้ลายนิ้วมือนั่นเองเป็นการยืนยันตัวตน ชำระเงิน ดำเนินการเรื่องการยกเว้นภาษีหรือคืนภาษี
ในกรณีของโรงแรมก็ไม่ต้องโชว์พาสปอร์ตตามกฎหมายเดิมอีกต่อไป
แค่ใช้สองนิ้วแตะลงบนกล่องสแกนลายนิ้วมือ ทุกอย่างก็เสร็จสิ้น รวมทั้งการชำระเงิน
สะดวกรวดเร็วกันไปทั้งสองฝ่าย การไม่ต้องล้วงกระเป๋าสตางค์ก็ช่วยให้อุ่นใจได้อีกชั้นหนึ่ง
โครงการนี้จะเริ่มทดลองใช้กับโรงแรมและร้านค้าประมาณ 300 แห่งในจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมากๆ ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ จากนั้นหากทุกอย่างดำเนินไปด้วยกันก็จะขยายไปเรื่อยๆ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
และคาดหวังว่าจะสมบูรณ์แบบเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2020
โครงการนี้เป็นโครงการแบบสมัครใจ นักท่องเที่ยวมีสิทธิเลือกว่าจะลงทะเบียนหรือไม่ เพราะบางคนก็ไม่สะดวกหรือไม่อยากจะใช้บัตรเครดิตในการท่องเที่ยวต่างประเทศ
แต่รัฐบาลญี่ปุ่นคงอยากให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ลงทะเบียน
เพราะในอีกด้านหนึ่งมันจะเก็บข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้น เป็นข้อมูลชั้นดีที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเพื่อวางแผนด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต
นับเป็นประเทศที่เอาจริงเอาจังมากในการต้อนรับนักท่องเที่ยว

