แม้จะมีกรณีตัวอย่างหลายกรณีที่สะท้อนความจริงที่ว่า “คำพูด” มีผลอย่างยิ่งต่อ “จิตใจ” ของผู้ที่ได้ฟัง โดยเฉพาะคำพูดในเชิงลบ
แต่ปรากฏการณ์ “การกลั่นแกล้งด้วยคำพูดและการกระทำ” ยังคงไม่ลดลงและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
นางสาวปิยะพร ภูมิภาค หรือด้วง วัย 22 ปี น.ศ.ชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาวเจ้าเนื้อสุดแซ่บที่มีประสบการณ์ถูกล้อว่า “อ้วน” มาโดยตลอด จึงออกมาโพสต์เฟซบุ๊กชวนให้ตระหนักถึงความรุนแรงของ “คำพูด” และจุดประกายให้ “คนอ้วน” ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง จนได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์ แชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปมากกว่า 2 หมื่นครั้ง
โดยเธอเปิดเผยว่า จากที่เธอได้อ่านข่าวและดูคลิปวิดีโอที่ “น้องโอม” เด็ก น.ร.ชั้น ม.6 กระโดดตึกฆ่าตัวตายโดยมีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่ามาจากการถูกล้อว่า “อ้วน” จนกระทั่งเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้เธอรู้สึกแย่และจุกในอก
“เหมือนในหัวมีภาพเรื่องราวที่เคยถูกกลั่นแกล้งขณะที่ยังเป็นเด็ก วนมาฉายอีกครั้ง” ปิยะพรกล่าว และเล่าว่า
ด้วยเธอเป็นคนจ้ำม่ำตั้งแต่ยังเด็ก จึงมักจะถูกเพื่อนและคนรอบข้างล้อว่า “อีอ้วน” “อีช้างน้ำ” “อีหมีควาย” “อีหมูป่า” “อียักษ์” อยู่เสมอ ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยกและคิดอยู่ตลอดเวลาว่าทำไมจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ และเมื่อยังเป็นเด็ก ที่ไม่รู้วิธีรับมือกับคำด่าเหล่านี้ยังไง จึงทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ แอบร้องไห้ และบางทีที่ทนไม่ไหวก็ตอบโต้ด้วยความรุนแรงบ้างก็มี
เธอรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเหล่านั้น แต่ก็ทำได้เพียงแค่ทนฟังและเปลี่ยนให้มันกลายเป็นเรื่องชินชาจนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่เธอฉุกคิดได้ว่า ไม่อยากจะสนใจเสียงพวกนี้แล้ว เพราะมีแต่บั่นทอนจิตใจ เธอไม่มีความสุข
เลยเลือกที่จะ “ไม่รับรู้” และบอกไปเลยว่า “ไม่แคร์” เธอจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็น “คนอ้วนที่มีความสุข
“ต้องลุกขึ้นมา จากคำพูดแย่ๆ ที่ทับถมเราอยู่ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะคนเราทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง เพียงแค่เราต้องเป็นคนมองเห็นคุณค่านั้นก่อน ก่อนที่อยากจะเรียกร้องให้คนอื่นเห็น” ปิยะพรกล่าว

แต่แน่นอนว่าหากเพียงแค่พูดอะไรๆ ก็ดูง่าย แต่ในการลงมือทำจริงก็มีอุปสรรคที่ต้องข้ามผ่าน
ปิยะพรเผยว่า สิ่งแรกที่ต้องก้าวข้ามเลยคือ “ตัวเอง” ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง อย่าปิดกั้นแต่ต้องให้โอกาสตัวเอง พร้อมเปิดใจว่าทุกคนสามารถสวยได้ และมีคุณค่าไม่ต่างจากคนอื่นในสังคม
“ต้องแอ๊กทีฟตัวเองมากขึ้น ขวนขวายหาสิ่งที่อยากเป็น และพาตัวเองไปยังจุดนั้น เช่น อยากแต่งหน้าเก่ง แต่งตัวเก่ง ก็สามารถหาแรงบันดาลใจจากแฟชั่นนิสต้า หรือช่างแต่งหน้าที่ชื่นชอบ แล้วแต่งตามไปเลย แค่นั้นเอง แต่สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือความมั่นใจและกล้าที่จะเปลี่ยน”
แต่กระนั้น หลังจากที่เปลี่ยนแล้ว ลุกขึ้นมาแต่งตัวแซ่บๆ เป็นตัวของตัวเอง เหตุการณ์แบบเดิมอาจจะ “วนกลับมาฉายอีก” และอาจจะรุนแรงกว่าเดิม
เช่นคำว่า “อ้วนแล้วยังจะแต่งตัวอีก ไม่สำเหนียกตัวเอง” เมื่อมาถึงจุดนี้ ด้วงแนะนำว่า “ต้องมั่นใจเพิ่มขึ้นไปอีก
“ถ้าคุณมั่นใจในตัวเองถึงจุดที่มากที่สุดแล้ว ความมั่นใจจะส่งผลออกมาทางปฏิกิริยาของเรา และทุกคนจะสังเกตเห็น เหมือนเวลาที่เดินผ่านคนคนหนึ่ง แล้วรู้สึกว่า เธอสวยด้วยความมั่นใจของเธอ ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นแนวคิดและสิ่งที่เธอแสดงออก ด้วงมองว่าความสวยแบบนี้เป็นความสวยที่ยั่งยืน”
นอกจากนี้ ปิยะพรยังเล่าด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “เธอโชคดี” ที่รู้ใจตัวเองว่าเธอรักในการแต่งตัว จึงเลือกเข้าศึกษาต่อใน “สาขาออกแบบเครื่องแต่งกาย” ทำให้ได้เจอสังคม และมิตรภาพจากเพื่อนๆ ร่วมคณะที่ดี มีความชื่นชอบเหมือนกัน และไม่มีคำจิกกัดเหมือนที่ผ่านมา แต่เปลี่ยนเป็นเสียงให้กำลังใจ “เชียร์อัพให้เธอมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอีก”
รู้สึก “ได้รับการยอมรับ” เพราะเพื่อนๆ มักจะมาขอคำปรึกษาเรื่องการแต่งตัว จนกระทั่งวันนี้เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ชีวิตแฮปปี้มาก ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกแล้ว


