ตามรอยเส้นทาง”มะเขือเทศ” พลิกชีวิตเกษตรกรเต่างอย จ.สกลนคร

19.04.16 | 13:56 น.

ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร ได้เสด็จฯไปยังหมู่บ้านนางอย-โพนปลาโหล เพื่อทรงเยี่ยมราษฎร

ครั้งนั้นเองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้านอันแร้นแค้น จึงทรงมีพระราชดำริที่จะบรรเทาทุกข์และพัฒนาชาวบ้าน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ และ ศ.อมร ภูมิรัตน เข้าไปดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่นี้ โดยได้พระราชทานแนวทางไว้ว่า “ต้องปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของคนที่นี่ให้ดีขึ้น ส่งเสริมให้ทุกคนมีรายได้ และหลังจากพัฒนาแล้วชาวบ้านต้องพัฒนาต่อได้ด้วยตัวเอง”

จากโครงการพระราชดำริดังกล่าว เป็นที่มาของการจัดตั้งโรงงานสำเร็จรูปแห่งที่ 3 ขึ้นที่หมู่บ้านนางอยแห่งนี้ เริ่มสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการสร้าง “เส้นทางมะเขือเทศ” บริเวณลุ่มน้ำโขง พัฒนาคุณภาพชีวิตของเหล่าเกษตรในชุมชนนี้ให้ดีขึ้นได้

ทุกวันนี้ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ปลูกมะเขือเทศกว่า 23,438 ไร่ ทั้งจังหวัดหนองคาย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร เป็นต้น อันเป็นผลมาจากแนวพระราชดำริด้านการส่งเสริมมะเขือเทศ ทำให้เกิดพื้นที่ชุ่มน้ำตลอดแนวลำน้ำโขง

กว่าจะมาเป็นเส้นทางมะเขือเทศเช่นทุกวันนี้ พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เล่าว่า นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริที่จะแก้ปัญหาฝิ่นที่ภาคเหนือให้สำเร็จ จนเป็นที่มาของโครงการหลวง ซึ่งในช่วงปี พ.ศ.2514-2515 เกิดภัยคอมมิวนิสต์ขึ้นในแถบภูมิภาคนี้ ประเทศเพื่อนบ้านทั้งเวียดนาม ลาว กัมพูชากลายเป็นคอมมิวนิสต์ บวกกับเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ และ 6 ตุลาฯ ทำให้คนหนีเข้าป่าไปเข้ากับคอมมิวนิสต์ ก่อให้เกิดการสู้รบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี

Advertisement

“พระองค์จึงมีพระราชดำริเรื่องการพัฒนาโดยไม่เปลี่ยนชีวิตคน และที่สำคัญคือหากความเป็นอยู่จะดีขึ้นต้องมีกิน มีอาหาร ซึ่งพื้นที่อีสานนี้ใครก็รู้ว่าแห้งแล้ง เป็นทุ่งกุลาร้องไห้ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นดินทรายไม่อุ้มน้ำทั้งๆ ที่มีปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่าภาคเหนือเลย จึงทรงมีพระราชดำริให้สร้างเขื่อนขนาดเล็กขึ้นในพื้นที่นี้ สร้างอ่างเก็บน้ำไว้ล้อมรอบพื้นที่และให้อยู่เหนือพื้นที่เพาะปลูก เก็บน้ำไว้ใช้ น้ำจะไหลจากอ่างเก็บน้ำใหญ่เข้าพื้นที่เกษตรกร ทรงสอนให้เกษตรกรรู้จักตนเองและก็สามารถพึ่งตนเองได้จริง

“จนกระทั่งวันนี้ น้ำมีตลอดปี เกษตรกรไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีน้ำเพาะปลูก นอกจากจะปลูกข้าวแล้ว หลังเก็บเกี่ยวก็ปลูกมะเขือเทศได้ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแก้ปัญหาโดยใช้ภูมิศาสตร์ ภูมิสังคม แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ให้หมดไปโดยไม่ใช้แม้แต่ปืนสักนัดเดียว” พิพัฒพงศ์ย้ำ

 

เด็กๆในไร่มะเขือเทศ

ขั้นตอนการล้างมะเขือเทศ

IMG_6263

12891620_10207942809261442_3167320096325968088_o

 

พิพัฒพงศ์เผยอีกว่า ทุกวันนี้หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ชาวนาจะเริ่มเพาะปลูกมะเขือเทศตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนจนกระทั่งหมดฤดูมะเขือเทศประมาณเดือนเมษายน โดยตั้งแต่เริ่มต้น โครงการหลวงจะเข้าไปให้ความรู้เกษตรกรว่าพันธุ์ไหนปลูกอย่างไร ทั้งปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศ อย่างการตัดแต่งรากของมะเขือพวง กับยอดมะเขือเทศเพื่อให้พันธุ์แข็งแรง กลายเป็นพันธุ์ผสม กระจายเมล็ดพันธุ์โดยให้ชาวบ้านซื้อจากเกษตรอำเภอ ชาวบ้านปลูกเสร็จนำมาขายได้รับเงินสดไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางให้ถูกกดราคา ในแต่ละวันโรงงานจะรับซื้อมะเขือเทศไม่เกิน 350 ตันต่อวัน และเมื่อตลาดมะเขือเทศโตขึ้นทำให้เรารับซื้อมะเขือเทศกับเกษตรกรมากขึ้น ราคาเฉลี่ย 3.2 บาทต่อกิโลกรัมเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเก็บเอามะเขือเทศนี้ไปแปรรูปใช้ตลอดทั้งปี

หนึ่งในเกษตรกรที่เพาะปลูกมะเขือเทศส่งโรงงาน ธานินทร์ เหล่าจันทร์ วัย 42 ปี ที่ทิ้งอาชีพช่างทำป้ายที่กรุงเทพฯ หลังพิษเศรษฐกิจกลับมาเพาะปลูกที่บ้านเกิด เปลี่ยนที่ดิน 20 ไร่ ด้วยการทำนา เพาะปลูกมะเขือเทศ 5 ไร่ และพืชอื่นๆ อย่างข้าวโพดอ่อน แตง ฟักอ่อน ส่งตลาดอีกทางหนึ่ง เผยว่า ปลูกมะเขือเทศกับโครงการหลวงมาได้เป็นปีที่สองแล้ว หลังจากที่เศรษฐกิจไม่ดีก็คิดว่าอยากกลับมาอยู่ที่บ้าน คนในหมู่บ้านเกือบทั้งหมดก็ปลูกมะเขือเทศ หากปลูกดีๆ ลูกดกหน่อยก็อาจได้เงินปีละสองแสนก็มี หรือหากไม่ไหวเลย ไม่มีอะไรมากก็ยังมีเงินเก็บ 2-3 หมื่นบ้าง ลงทุน 4-5 หมื่น ได้กลับมาแสนกว่าบ้านก็ดี ที่บ้านช่วยกันปลูกกับภรรยา 2 คนจึงทำเท่าที่ไหว ไม่ใช้อะไรมาก บ้านไม่ต้องเช่าเราก็พอกินได้ สิ่งที่ดีคือเราไม่ถูกกดราคาเราขายให้โรงงานโดยตรง อย่างผักอื่นๆเราต้องขายให้พ่อค้าคนกลางซึ่งเขาจะกดราคาเราลง ในหมู่บ้านเองก็รู้กันมีอยู่ไม่กี่คน มะเขือเทศจึงเป็นสิ่งที่คนในหมู่บ้านหันมาปลูกทั้งนั้น

“ที่ความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านนี้ดีขึ้น นับได้ว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ที่ท่านช่วยเหลือพวกเรา บ้านเรามีน้ำตลอดปี และพระองค์ก็เสด็จฯมาเยี่ยมเราทุกปี ความเป็นอยู่เราดีขึ้น และก็เรียกว่าเป็นโชคดีของคนที่นี่ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีท่านมาสืบทอดสิ่งที่พระราชบิดาท่านทำไว้ ท่านปรับปรุงโรงงานใหม่ขึ้น ให้บำบัดน้ำเสีย คนที่นี่ไม่ต้องทนกลิ่นเหม็น ชาวบ้านทุกคนก็อุ่นใจที่มีพระองค์มาสืบทอดแล้ว” ธานินทร์เผย

เปลี่ยนชีวิต ด้วยมะเขือเทศ

 

พิพัฒนพงศ์

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

ธานินทร์

ธานินทร์ เหล่าจันทร์

เกษตรกร

ไร่มะเขือเทศ