หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที นักวิทยาศาสตร...

นักวิทยาศาสตร์มึน เมื่อ “สตีฟ” ไม่ใช่ “แสงเหนือ”

29.08.18 | 16:52 น.
(ภาพ-Ryan Sault / Alberta Aurora Chasers)

ย้อนหลังกลับไปราว 2 ปีเศษ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2016 เกิดแถบแสงสีออกม่วงพาดเป็นวงโค้งในท้องฟ้าตอนเหนือของประเทศแคนาดา เป็นระยะทางร่วมๆ 1,000 กิโลเมตร กลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ลึกลับชวนอัศจรรย์ใจ ต่อบรรดานักนิยมเฝ้ามองปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่พบเห็น ซึ่งตัดสินใจขนานนามปรากฏการณ์นี้ว่า “สตีฟ

“สตีฟ” ได้รับความนิยมในกลุ่มนักสังเกตการณ์สมัครเล่น ถึงขนาดมีการรวมกลุ่มกันตามล่าเพื่อสังเกตปรากฏการณ์ อย่างเช่นกลุ่ม “แอลเบอร์ทา ออโรรา เชสเซอร์ส” เป็นต้น

เนื่องจากปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับที่เคยเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือหรือออโรราบ่อยๆ ทุกคนเลยคิดว่า “สตีฟ” คือส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์

ดังกล่าว จนกระทั่งมีรายงานผลการศึกษาวิจัยปรากฏในวารสารวิชาการจดหมายเหตุงานวิจัยด้านธรณีฟิสิกส์ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ทีมนักวิจัยยืนยันว่า “สตีฟ” ไม่ใช่ปรากฏการณ์ออโรรา อย่างที่เข้าใจกัน

ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยดังกล่าวยิ่งเพิ่มมิติลึกลับให้กับ “สตีฟ” มากขึ้นไปอีกเมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวิจัยยืนยันว่านี่คือปรากฏการณ์ลึกลับใหม่ที่แม้แต่วิทยาศาสตร์ยังระบุที่มาแน่ชัดไม่ได้

Advertisement

ออโรรา หรือแสงเหนือ นั้นเป็นปรากฏ การณ์ที่เกิดจากอนุภาคพลาสมามีประจุที่หลุดออกมาจากดวงอาทิตย์ถูกลมสุริยะหอบข้ามอวกาศมากระหน่ำสู่โลก เมื่อผ่านเข้ามาถึงบรรยากาศโลกในชั้น เทอร์โมสเฟียร์ หรือราว 100 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก แล้วชนกับอนุภาคก๊าซในชั้นบรรยากาศดังกล่าวจนปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นแสง หรือออโรรา นั่นเอง

แต่จากงานวิจัยของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลแกรี รัฐแอลเบอร์ทา ประเทศแคนาดา ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ระบุว่า “สตีฟ” ไม่ได้เกิดจากอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า ดังนั้น จึงไม่ใช่ออโรรา แต่เป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างออกไปอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้

บี กัลลาร์โด-ลาคูร์ นักฟิสิกส์อวกาศประจำมหาวิทยาลัยแคลแกรี หนึ่งในทีมวิจัยดังกล่าว ระบุว่า ในขณะที่ออโรราจะเกิดเป็นแผ่นผืนหลากสีขนาดใหญ่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ตั้งแต่สีออกเขียวเรื่อยไปจนถึงสีน้ำเงินและแดง ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของปรากฏการณ์ดังกล่าว สตีฟกลับมีลักษณะเป็นแถบแคบๆ ดูคล้ายกับเป็นแถบริบบิ้น สีขาวแกมม่วง พาดผ่านท้องฟ้า โดยปกติมักปรากฏเป็นแถบเดียว โดยชดเชยความแคบเล็กของมันด้วยความยาว ซึ่งส่วนมากแล้วมักยาวกว่า 1,000 กิโลเมตร นอกจากนั้น ในขณะที่ออโรรา เหมือนจะขนานไปกับท้องฟ้าในแนวนอน สตีฟกลับเกิดในลักษณะแนวตั้ง เหมือนเสียบตรงอยู่กับท้องฟ้ามากกว่า

ทีมวิจัยร่วม 2 มหาวิทยาลัย ยังคงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “สตีฟ” ตามที่นิยมกันเช่นเดิม แต่ให้ที่มาไว้ว่าเป็นตัวย่อจากคำเต็มว่า “Strong Thermal Emission Velocity Enhancement-STEVE” ซึ่งเป็นคำอธิบายคุณลักษณะส่วนหนึ่งของสตีฟ จากข้อมูลที่เคยตรวจสอบได้ เมื่อมีดาวเทียมขององค์การอวกาศแห่งยุโรป (อีเอสเอ) โคจรผ่านแถบสตีฟที่เกิดเมื่อปี 2016 ดังกล่าวที่ระดับ 300 กิโลเมตรเหนือผิวโลก อุปกรณ์ในดาวเทียมตรวจจับได้ว่า ภายในแถบสีขาวแกมม่วงดังกล่าวคือก๊าซที่ร้อนจัดมาก โดยอุณหภูมิสูงถึง 3,000 องศาเซลเซียส และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเฉือนผ่านท้องฟ้าในบริเวณดังกล่าว

ในงานวิจัยชิ้นใหม่นี้ ทีมวิจัยอาศัยข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมในวงโคจรขั้วโลก ของ องค์การบริหารบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติ (โนอา)

ในการยืนยันข้อมูลดังกล่าวและยืนยันว่าสตีฟไม่ได้มีคุณลักษณะเช่นเดียวกับออโรรา เพราะไม่มีอนุภาคสุริยะปรากฏอยู่

บี กัลลาร์โด-ลาคูร์ ระบุว่า จากผลวิจัยของทีม มีความเป็นไปได้สูงว่า สตีฟคือปรากฏการณ์ที่เกิดจากกระบวนการในบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศตั้งแต่ 80 กิโลเมตร จนถึง 100 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก

ส่วนจะเกิดขึ้นอย่างไรและด้วยเหตุผลใดนั้น นักวิทยาศาสตร์ยัง “ไม่รู้โดยสมบูรณ์แบบ” เลยทีเดียว ได้แต่เรียกปรากฏการณ์นี้เป็นเบื้องต้นว่า ปรากฏการณ์ “ท้องฟ้าเรืองแสง” เท่านั้นเอง