หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที หัวเว่ย เผยวิ...

หัวเว่ย เผยวิสัยทัศน์ ด้าน “อินเทลลิเจนท์ คอนเนคติวิตี”

3.09.18 | 17:26 น.

ในงานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนทางด่วนสารสนเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Information Superhighway – AP-IS) และการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วย

สังคมสารสนเทศ (WSIS) ระดับภูมิภาค ของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UN-ESCAP) ซึ่งจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคมที่ผ่านมา นายเอ็ดเวิร์ด โจว รองประธานฝ่ายกิจการสาธารณะและการสื่อสารของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด ได้รับเกียรติให้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่อง “การสร้างการเติบโตในเอเชียแปซิฟิกด้วยการเชื่อมโยงสื่อสารอัจฉริยะ” (อินเทลลิเจนท์ คอนเนคติวิตี-Intelligent Connectivity) แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากภาครัฐ ตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศจากกว่า 20 ประเทศที่เข้าร่วมงาน

โดยนายโจว ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของหัวเว่ยในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่ทุกคน ทั้งในบ้านและที่ทำงาน เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ และในฐานะผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีและสมาร์ทดีไวซ์ หัวเว่ยมีความเชื่อมั่นและพร้อมสนับสนุน 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals: SDG) ซึ่งกำหนดโดยสหประชาชาติเมื่อปี 2558 นอกจากนี้ หัวเว่ยยังตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีไอซีทีในฐานะปัจจัยผลักดันและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ อาทิ คุณภาพการศึกษา นวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาดที่ราคาไม่แพง รวมถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนด้วย

และเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายเหล่านี้ ในปีเดียวกันนี้เอง หัวเว่ยจึงได้เริ่มจัดทำรายงานดัชนีการเชื่อมโยงสื่อสารทั่วโลก (Global Connectivity Index: GCI) ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อศึกษาถึงระดับความก้าวหน้าของประเทศต่างๆ ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล โดยวัดจากข้อมูลตัวชี้วัดจำเพาะ 40 ตัว ครอบคลุมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนหลัก 5 ตัว อันได้แก่ บรอดแบนด์, ดาต้าเซ็นเตอร์, คลาวด์, บิ๊กดาต้า และอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ และเพิ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) เข้ามาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนลำดับที่ 6 ในรายงาน GCI ประจำปี 2018 อันนำไปสู่แนวความคิดเรื่องการเชื่อมโยงสื่อสารอัจฉริยะ พบว่าการลงทุนในเทคโนโลยีสำคัญทั้ง 6 เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถสร้างความเป็นดิจิทัลให้กับเศรษฐกิจของตนได้ ในรายงาน GCI ประจำปีของหัวเว่ย

ได้แสดงข้อมูลการประเมินเชิงภววิสัยที่ครอบคลุมด้านการเชื่อมโยงสื่อสารของแต่ละประเทศ ทั้งมุมมองในระดับชาติและในเชิงธุรกิจ รายงานยังวัดผลสถานะในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มในอนาคตและความท้าทายที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ตลอดจนวัดค่าคะแนนด้านการเชื่อมโยงที่มีผลต่อการสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวยังสามารถใช้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคด้วย

Advertisement

จากข้อค้นพบในรายงาน GCI 2017 ของหัวเว่ย นายโจวได้อธิบายในงานประชุมของ UN-ESCAP ว่าเทคโนโลยีไอซีทีได้กลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นตัวเร่งอัตราการเติบโตให้เร็วมากยิ่งขึ้น โดยพบว่าในปี 2560 มีคะแนน GCI เพิ่มขึ้นจากปี 2558 คิดเป็นร้อยละ 4 ซึ่งคะแนน GCI ที่เพิ่มขึ้นหนึ่งคะแนนหมายถึงความสามารถทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 รวมถึงด้านนวัตกรรมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 และด้านผลิตภาพเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 ด้วย

อย่างไรก็ดี รายงานยังพบว่าช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างประเทศที่พัฒนาด้านดิจิทัลแล้วกับประเทศที่กำลังพัฒนาด้านดิจิทัลยังคงขยายตัวกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายโจวยังได้เน้นย้ำว่า นักวางแผนเศรษฐกิจควรตระหนักถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันที่กำลังขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นอันดับแรก พร้อมระบุว่า ความไม่เท่าเทียมกันด้านดิจิทัลได้กลายเป็นปัญหาช่องว่างทางดิจิทัลแล้ว โดยความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้นนี้เป็นเหมือนปรากฏการณ์แมทธิว ซึ่งเป็นทฤษฎีสังคมมานุษยวิทยาในเวอร์ชั่นของไอซีที ที่ระบุไว้ว่า คนรวยมีแต่จะรวยขึ้น แต่คนจนกลับยิ่งจนลง ประเทศกลุ่ม Frontrunner มีค่า GCI เพิ่มขึ้น 4.7 คะแนน ตั้งแต่ปี 2558-2560 อันเนื่องมาจากการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ บิ๊กดาต้า และ IoT ขณะที่ประเทศกลุ่ม Adopter มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.5 คะแนน กลุ่มประเทศ Starter ที่ช้ากว่านั้น รั้งท้ายด้านขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีคะแนนเพิ่มขึ้นเพียง 2.4 คะแนนของคะแนนโดยรวม

ในรายงาน GCI ประจำปี 2561 ฉบับล่าสุด ประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 51 จากทั้งหมด 79 ประเทศที่นำมาวิเคราะห์ โดยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ Adopter ระยะเริ่มต้นด้านการพัฒนาไอซีที มีคะแนนโดดเด่นในด้านความครอบคลุมในการให้บริการเครือข่ายโมบายบรอดแบนด์ สำหรับความครอบคลุมด้านการให้บริการ 4G ประเทศไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 4 เป็น 5 คะแนนในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีการลงทุนด้านศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์และโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราความเร็วในการดาวน์โหลดอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์และอัตราการใช้งานอินเตอร์เน็ตก็มีคะแนนดีขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์ของไทยจะมีศักยภาพในการแข่งขัน แต่ประเทศไทยก็ยังตามหลังในแง่ของปัจจัยขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานบิ๊กดาต้า การพัฒนาในขั้นต่อไป

จึงควรเน้นไปที่การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์สตอเรจเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้การเชื่อมโยงสื่อสารสะดวกยิ่งขึ้น

รายงานดังกล่าวยังระบุถึงแผนการพัฒนาด้านดิจิทัลของรัฐบาลไทยครอบคลุมตั้งแต่ปี 2560-2564 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางด้านดิจิทัลในภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม การท่องเที่ยว การศึกษา บริการทางการแพทย์ การลงทุน การป้องกันภัยพิบัติ และการบริหารรัฐกิจ เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่เศรษฐกิจและสังคม