หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที พบวิธีเปลี่ยน...

พบวิธีเปลี่ยน “เลือด” จากกลุ่ม “เอ” เป็น “โอ”

6.09.18 | 16:33 น.
(ภาพ-HansMartinPaul/Pixabay)

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งบริติชโคลัมเบีย ในนครแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา นำโดย สตีเฟน วิทเธอร์ส นักวิชาการด้านชีวเคมีประจำมหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนชนิดของเลือดจากชนิด “เอ” เป็น “โอ” ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้สามารถนำเลือดดังกล่าวไปถ่ายให้กับผู้ที่ต้องการเลือดได้ในทุกกลุ่มเลือด

รายงานผลการวิจัยดังกล่าวถูกเผยแพร่ระหว่างการประชุมทางวิชาการของสมาคมเคมีอเมริกัน (เอซีเอส) ในนครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อเร็วๆ นี้

เซลล์เม็ดเลือดแดงชนิดโอ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า เลือดกรุ๊ปโอ มักเป็นที่ต้องการของคลังโลหิตมากที่สุด เนื่องจาก สามารถนำไปถ่ายให้กับผู้ต้องการเลือดได้ทุกกลุ่มเลือด ในทางตรงกันข้ามผู้บริจาคที่มีเซลล์เม็ดเลือดแดงชนิด เอ, บี, หรือ เอบี นั้นสามารถนำไปถ่ายให้กับผู้ที่มีเลือดชนิดเดียวกัน หรือชนิด เอบี เท่านั้น เช่นเลือดบริจาคที่เป็นกลุ่ม เอ จะถ่ายให้กับผู้รับที่มีกลุ่มเลือด เอ หรือเอบี เช่นเดียวกับที่เลือดบริจาคกลุ่ม บี ผู้รับเลือดก็ต้องมีกลุ่มเลือดเป็น บี หรือเอบี เท่านั้นเช่นกัน

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดแดงชนิด เอ หรือบี หรือเอบี มีน้ำตาลหรือ “แอนติเจน” อยู่ในเมมเบรนของเซลล์ แอนติเจนเหล่านี้นี่เองที่เป็นตัวก่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านเซลล์เม็ดเลือดแดงต่างชนิด ที่อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตเกิดขึ้นได้

ในขณะที่ เซลล์เม็ดเลือดชนิดโอ กลับไม่มีสารแอนติเจนอยู่เลย ทำให้เลือดชนิดโอสามารถถ่ายให้กับผู้รับที่มีชนิดเลือดทุกกลุ่ม โดยไม่มีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อต้านนั่นเอง

Advertisement

สตีเฟน วิทเธอร์ส พบว่า เอนไซม์กลุ่มหนึ่งที่เป็นผลผลิตของแบคทีเรียซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ สามารถสกัดเอาน้ำตาลหรือแอนติเจนออกมาจากเมมเบรนของเซลล์เม็ดเลือดชนิดเอได้ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงดังกล่าวกลายเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงชนิดโอ ที่สามารถนำไปถ่ายให้กับผู้ที่ต้องการทุกกลุ่มเลือดได้นั่นเอง

ทีมวิจัยค้นพบเอนไซม์กลุ่มดังกล่าวด้วยกรรมวิธีที่เรียกว่า “เมทาจีโนมิคส์” โดยไม่จำเป็นต้องนำแบคทีเรียที่มีจำนวนมหาศาลในลำไส้ของมนุษย์มาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการทีละชนิดแต่อย่างใด โดยมุ่งใช้วิธีดังกล่าวแทน ซึ่งเป็นการจำแนกดีเอ็นเอจากจุลินทรีย์ทุกชนิดที่พบในลำไส้ของมนุษย์แทน ทำให้ได้พิมพ์เขียวของดีเอ็นเอของทุกอย่างที่จุลินทรีย์เหล่านี้สร้างขึ้น รวมทั้งเอนไซม์กลุ่มดังกล่าว ซึ่งแบคทีเรียสร้างขึ้นเพื่อใช้ดึงโปรตีนที่เต็มไปด้วยน้ำตาลซึ่งเรียกกันว่า “มิวซิน” ออกจากผนังในระบบย่อยอาหาร เพื่อใช้มิวซินดังกล่าวเป็นอาหาร

ทีมวิจัยเชื่อว่า “มิวซิน” มีลักษณะคล้ายคลึงกับแอนติเจนของเซลล์เม็ดเลือดแดงมาก ดังนั้น เอนไซม์กลุ่มดังกล่าวก็น่าจะทำหน้าที่ดึงแอนติเจนออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อทดลองในห้องปฏิบัติการ ทีมวิจัยพบว่า เอนไซม์กลุ่มนี้มีประสิทธิภาพในการสกัด เอ แอนติเจน ออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดงได้มากกว่าเอนไซม์ที่เคยใช้สกัดได้ดีที่สุดถึง 30 เท่า นอกจากนั้น ยังมีข้อดีเพิ่มขึ้นอีกด้วยกล่าวคือ เมื่อกระบวนการสกัดแล้วเสร็จ เอนไซม์ที่หลงเหลืออยู่สามารถขจัดออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงขั้นตอนเดียวอีกด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการนำเสนองานวิจัยในการสกัดแอนติเจนจากเซลล์เม็ดเลือดเพื่อเปลี่ยนชนิดของเซลล์เม็ดเลือด โดยครั้งแรกมีขึ้นเมื่อปี 2000 แต่กระบวนการดังกล่าวนอกจากจะแพงเกินไปและไม่มีประสิทธิภาพดีพอในการนำมาใช้งานจริงแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนเลือดชนิดบี เป็นโอ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แพทย์หญิง อลิสซา ซิแมน ผู้อำนวยการสำนักเวชศาสตร์บริการโลหิต จากแผนกสาธารณสุข มหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย วิจารณ์กรรมวิธีเปลี่ยนชนิดเลือดนี้ว่า ไม่สะดวกจริงในทางปฏิบัติ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนเลือดชนิด เอ ให้เป็น โอ ได้จำกัดเฉพาะแต่ที่บรรจุอยู่ในถุงได้ทีละถุงเท่านั้น

ทั้งนี้ คลังเลือดทั่วไปมักเก็บเลือดบริจาคแยกกันเป็นถุงๆ เพื่อลดความเสี่ยงของการที่เลือดบริจาคจะแพร่เชื้อซึ่งผู้บริจาครายหนึ่งรายใดมีอยู่ในเลือดออกไปสู่ผู้รับเป็นวงกว้าง ทำให้การเปลี่ยนชนิดเลือดนี้กลายเป็นการเพิ่มขั้นตอนและเพิ่มค่าใช้จ่ายให้มากขึ้นกว่าเดิม

การหาผู้บริจาคที่มีเลือดกลุ่มโอดูจะง่ายมากกว่า แม้ว่าในบางสถานการณ์จำเพาะ อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการนี้ก็ตาม