วัยรุ่นปล่อยของหยุด “ไซเบอร์บูลลิ่ง”

9.09.18 | 11:59 น.

เมื่ออินเตอร์เน็ตแทรกซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับ “สมาร์ทโฟน” ที่ผลสำรวจระบุว่าเยาวชนอายุ 13-24 ปี ใช้งานสูงสุดถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน เพราะโลกออนไลน์กลายเป็นพื้นที่ในการใช้ “แสดงตัวตน” จึงส่งผลให้แนวโน้มการกลั่นแกล้ง รังแก และกระทำความรุนแรงต่อกันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

ดังที่ปรากฎในผลงานวิจัยว่าเยาวชนไทย 1 ใน 3 เคยถูกรังแกในพื้นที่ออนไลน์ เป็นผู้กระทำร้อยละ 43 และอีกกว่าร้อยละ 70 เคยพบเห็นการรังแกดังกล่าว

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยเพศภาวะ เพศวิถี และสุขภาพ ม.มหิดล จึงร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดเวทีปล่อยของ “พลังเยาวชนผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อลด Cyberbullying ในโรงเรียน” ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ชั้น 1 โรงแรมนารายณ์ สีลม โดยมีเยาวชนกว่า 54 คน จาก 6 โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลร่วมเสนอผลงาน

รศ.ดร.โธมัส กวาดามูซ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการ ม.มหิดล เผยว่า การกลั่นแกล้งบนพื้นที่ออนไลน์ หรือไซเบอร์บูลลีอิง (Cyberbullying) ส่งผลรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตในโลกแห่งความจริง เช่น ทำให้รู้สึกเครียด ไม่อยากไปโรงเรียน ผลการเรียนลดลง ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า และในบางกรณีอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย

สิ่งสำคัญคือ “ข้อมูลจะถูกกระจายออกไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว” ทั้งยังมีโอกาสถูกแชร์ซ้ำ จนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด เพราะฉะนั้น “เด็กและเยาวชนซึ่งมีโอกาสเป็นได้ทั้งผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ ตลอดจนผู้พบเห็นจึงเป็นกำลังสำคัญ ที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมดีขึ้นได้” รศ.ดร.โธมัสกล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ ทุกโรงเรียนต่างผลิตสื่อออกมาอย่างสร้างสรรค์และมีรูปแบบที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น เพลงแร็พ หนังสั้น บทความออนไลน์ และโปสเตอร์ เป็นต้น

ด.ช.ศุภณัฐ ชาญศิขริน อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 และนายรจิพล เส็นยีหีม อายุ 18 ปี ชั้น ม.6 ตัวแทนโรงเรียนทวีธาภิเศก เลือกผลิตสื่อเพลงแร็พ และหนังสั้นสะท้อนแนวคิดที่ว่า “บางครั้งการนินทาที่แม้คนต้นเรื่องอาจจะไม่ตั้งใจกลั่นแกล้งเพียงรู้สึกว่าตลกและสนุก แต่กับคนที่โดนกระทำอาจไม่ได้ตลกด้วยเลย”

“สื่อที่เป็นเสียงเพลงและการรับชมหนังสั้นผ่านมือถือสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสื่อสารตรงจุด ยิ่งพวกเราอยู่ในโรงเรียนชายล้วน การกลั่นแกล้งด้วยการแซวหรือล้อเลียนเรื่องเพศทางเลือกนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาก็ยิ่งทำให้การล้อเลียนลุกลามเข้าไปในโลกออนไลน์ด้วย ซึ่งในบางครั้งก็ส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตส่วนตัว เพราะฉะนั้นจะพูดหรือแชร์อะไรก็อยากให้คิดถึงจิตใจของเพื่อนด้วย คิดก่อนแชร์เยอะๆ เพราะบางทีแค่คลิกเดียวก็สามารถทำร้ายคนคนหนึ่งได้อย่างร้ายแรง” ทั้งสองกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

รศ.ดร.โธมัส กวาดามูซ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการ ม.มหิดล

 

ขณะที่ นายพลวัฒน์ เอื้องสีทอง และนายณรงค์วิทย์ ทรงศักดิ์สิทธิ์ อายุ 17 ปี ชั้น ม.5 ตัวแทนโรงเรียนอัสสัมชัญ เลือกทำสื่อออนไลน์ที่เน้น “คอนเทนต์” โดยการแปลบทความเกี่ยวกับผลกระทบจากการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์จากสำนักข่าวต่างประเทศ รวมทั้งสัมภาษณ์ความคิดเห็นของบุคคลต่างๆ ในโรงเรียน เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยพวกเขาเลือกสื่อสารใน 2 ภาษา คือ ไทยและอังกฤษ โดยให้เหตุผลว่า “พวกเราต้องการให้สื่อของเรามีความเป็นสากล ให้ทั่วโลกรับรู้ว่าไซเบอร์บูลลีอิงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง จึงต้องใช้ภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษเข้าช่วย เพื่อให้เข้าถึงคนทุกชาติ ทุกวัย และได้รับการแชร์ ตลอดจนตระหนักในประเด็นดังกล่าวมากขึ้น” ทั้งสองกล่าว และเล่าถึงประสบการณ์การกลั่นแกล้งบนพื้นที่ออนไลน์ที่ร้ายแรงว่า

“สำหรับเด็กผู้ชายการปลดปล่อยความต้องการทางเพศด้วยการช่วยตัวเองก็นับว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะในโรงเรียนชายล้วน แต่มีเพื่อนคนหนึ่งถูกแอบถ่ายคลิปและนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งมีเสียงลือกันไปในวงกว้าง และโชคดีที่เพื่อนผู้ถูกกระทำไม่คิดมากจึงไม่เกิดเหตุร้ายแรง แต่ในขณะเดียวกันหากเกิดกับเพื่อนที่อ่อนไหวในประเด็นดังกล่าว ผลที่ตามมาอาจจะร้ายแรงมากกว่านี้ก็เป็นได้”

ปิดท้ายที่ น.ส.สุรัตน์ดา มณีโชติ อายุ 15 ปี ชั้น ม.3 และ น.ส.พชรา จันทิพย์วงษ์ อายุ 17 ปี ชั้น ม.5 ตัวแทนโรงเรียนราชินีบูรณะ กล่าวว่า ส่วนมากในโรงเรียนหญิงล้วนมักจะมีการเขม่นกันระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ด่าทอกระทบกระทั่งกันบ้างแต่ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ซึ่งหากสามารถไกล่เกลี่ย หันหน้าเข้าพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจกันก็จะดีไม่น้อย เพราะหากลุกลามไปถึงขั้นที่ด่าทอกันลงโซเชียลก็จะเป็นอันตรายได้ เพราะข้อมูลนั้นสามารถเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว

“การแก้ปัญหาการกลั่นแกล้งนั้นต้องเริ่มจากทุกฝ่าย โดยผู้กระทำต้องหยุดแกล้งเสียก่อน ส่วนผู้ถูกกระทำก็ต้องหยุดที่จะตอบโต้ เพราะสำหรับบางคนยิ่งตอบโต้การกลั่นแกล้งยิ่งทวีความรุนแรง แต่หากผู้กระทำยังไม่หยุดให้บอกผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ” สองสาวกล่าวทิ้งท้าย

 

ด.ช.ศุภณัฐ ชาญศิขริน อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 และนายรจิพล เส็นยีหีม อายุ 18 ปี ชั้น ม.6 ตัวแทนโรงเรียนทวีธาภิเศก
นายพลวัฒน์ เอื้องสีทอง และนายณรงค์วิทย์ ทรงศักดิ์สิทธิ์ อายุ 17 ปี ชั้น ม.5 ตัวแทนโรงเรียนอัสสัมชัญ
น.ส.สุรัตน์ดา มณีโชติ อายุ 15 ปี ชั้น ม.3 และ น.ส.พชรา จันทิพย์วงษ์ อายุ 17 ปี ชั้น ม.5 ตัวแทนโรงเรียนราชินีบูรณะ