ชีวิตที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง ‘เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล’ หนุ่มหล่อทายาทนักการเมือง

หนุ่มหล่อทายาทนักการเมือง
หนุ่มหล่อทายาทนักการเมือง

ชีวิตที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง ‘เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล’ หนุ่มหล่อทายาทนักการเมือง

“เป๊กเป็นคนที่ไม่รอให้โอกาสวิ่งเข้ามาหาแล้วค่อยคว้า การรอโอกาสเป็นการพึ่งโชคชะตามากเกินไป แต่เป๊กคิดว่าเราคุมโชคชะตาได้จากการสร้างโอกาสและคว้ามันไว้ด้วยตัวเอง คนที่รอโอกาสเข้ามาหาก็เป็นแค่คนที่รอ แต่คนลงมือทำจะเป็นคนที่ได้สิ่งนั้นมาก่อน”

หนุ่มหล่อทายาทนักการเมือง – คำตอบจากน้ำเสียงที่ดูหนักแน่นและมั่นใจ ดูจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล เมื่อถูกขอให้นิยามความเป็นตัวเขาได้ดีที่สุด

แน่นอนว่าชื่อของหนุ่มโปรไฟล์เลิศคนนี้กำลังเป็นที่พูดถึงในแวดวงสังคม หลังจากเปิดตัวคบกับ เพลง – ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวสุดที่รักของมาดามตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย ไปเมื่อไม่นานมานี้ นอกเหนือไปกว่านั้น ชีวิตของเป๊กก็เรียกว่ามีมุมมองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

เศรณี เป็นบุตรชายคนรองของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, อดีต รมช.สาธารณสุข บอสใหญ่แห่งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านการก่อสร้างของไทย กับ สนองนุช ภิรมย์ภักดี มีพี่สาวหนึ่งคนคือ นัยน์ภัค ชาญวีรกูล หลานปู่ของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตเจ้ากระทรวงมหาดไทย, สาธารณสุข

เป๊กบินไปเรียนมัธยมศึกษาที่ Millfiled ประเทศอังกฤษตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเล่าว่า ได้ฝึกความรับผิดชอบด้วยตัวเอง ด้วยความที่ต้องอยู่คนเดียว ทุกอย่างจึงต้องทำด้วยตัวเองไล่ตั้งแต่งานบ้านต่างๆ ไปจนถึงการบริหารจัดการเงินแต่ละเดือน จึงทำให้เขามีความรับผิดชอบและมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ใช้ชีวิตที่อังกฤษได้กว่า 5 ปี เขาจึงมองว่าถึงเวลาที่ควรกลับมาประเทศไทย เพื่อมีสังคมเพื่อนที่เมืองไทยบ้าง จึงกลับมาศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคอินเตอร์ เพิ่งจะสำเร็จการศึกษากลายเป็นบัณฑิตหมาดๆ และกำลังจะลัดฟ้ากลับไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการบริหาร ที่ Queen mary university of London

กับคุณปู่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล
กับคุณพ่อ อนุทิน ชาญวีรกูล
กับคุณแม่ และพี่สาว

คุณพ่อคือ ‘ที่ปรึกษา’ ที่ดีที่สุด

เช่นเดียวกับทายาทนักธุรกิจหลายคนที่วางแผนกลับมาสืบทอดกิจการที่บ้าน เป๊กเริ่มเข้าไปศึกษางานที่ซิโน-ไทยบ้างแล้ว ระหว่างรอไปเรียนปริญญาโท ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความตั้งใจของเขา โดยมีคุณพ่อเป็นที่ปรึกษาที่ดี

“ตั้งแต่เด็กคุณพ่อไม่เคยแทรกแซงเรื่องการใช้ชีวิตเลย มีแต่คอยให้คำปรึกษา ครอบครัวก็ไม่เคยบังคับเรื่องเรียน การทำงานหรืออะไรทั้งสิ้น คุณพ่อยังเคยพูดว่าถ้าไม่ชอบจริงๆ ไม่ต้องทำก็ได้ สอนเสมอว่าทุกสิ่งมันไม่มีสิ่งไหนยั่งยืน เกิดก็ดับ วันนี้เรามี พรุ่งนี้อาจจะไม่มี อย่ายึดติดกับสิ่งที่เป็น แต่เป๊กโชคดีที่ชอบสายงานนี้ ทำให้ไม่คิดว่ามันเป็นภาระที่ต้องสืบทอดต่อ และยิ่งได้ลงไซต์งาน เป๊กยิ่งชอบ”

“คือเป๊กเป็นคนที่ทำอะไรต้องทำจริง เห็นเองจริงๆ ไม่ใช่แค่ปากต่อปาก การทำงานก็ต้องไม่ใช่นั่งตากแอร์อยู่ในสำนักงานไปวันๆ โดยไม่ได้ทำอะไร พอเข้ามาศึกษางานก็ต้องลงไปไซต์งานจริงๆ ให้เห็นกับตา ไปตรวจงานแทนคุณพ่อ ไปดูว่าแต่ละที่มีปัญหาอะไรไหม เดินหน้าไปเท่าไหร่ แล้วนำมารายงานท่าน เพราะช่วงนี้ท่านมีภาระทางการเมืองค่อนข้างหนัก”

ต่อสู้กับคำว่า ‘เกิดมาสบาย ต้นทุนดี’

ซึ่งสำหรับตัวเขาเอง นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกับที่หลายคนคิด เพราะต้องเจอกับคำสบประมาทที่ว่า “เกิดมาสบาย ต้นทุนดี”

“ส่วนใหญ่เป๊กจะเจอแต่คำสบประมาทว่าเราเกิดมาสบาย ต้นทุนดี อย่างที่มีคำพูดของคนจีนที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่า ธุรกิจส่วนใหญ่จะพบกับจุดจบที่รุ่นที่ 3 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่กดดันเราอยู่ หากดูจากสิ่งที่คนอื่นเป็น มันก็อาจจะจริง เพราะรุ่นที่ 1 อย่างคุณปู่ ชีวิตไม่ได้สุขสบาย ต้องสร้างเนื้อสร้างตัว หาเงินมาจุนเจือครอบครัว รุ่นคุณพ่อ อาจจะไม่ลำบากเท่าคุณปู่ แต่ก็ยังได้เห็นความลำบากนี้อยู่ ต้องสานต่องานต่อไป”

แต่พอถึงเขาที่ชีวิตมีพร้อมทุกอย่างแล้ว คนรุ่นที่ 3 ไม่เคยได้เห็นภาพความลำบากในสมัยก่อน ไม่รู้ว่าเงินหายาก นี่อาจทำให้คนอื่นเขาล้มเหลว

“แต่เป๊กไม่คิดแบบนั้น เป๊กต้องทำมันให้ดี ต้องคิดว่าบริษัทที่สร้างมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่จะพัฒนาอะไรได้อีก เติบโตขึ้นได้อย่างไร นี่เป็นความท้าทายที่จะทำให้บริษัทดีขึ้นไปกว่าเดิม

“คนมักมองเราแต่ชีวิตด้านบวก แต่ไม่ค่อยคิดว่าเราไม่ได้มีกำไรชีวิตเสมอ ซึ่งตรงนี้เป็นแรงกดดันให้เราลุกขึ้นมาท้าทายตัวเอง”

ความสุขที่แท้จริง

นอกจากจะชื่นชอบในเรื่องธุรกิจที่ได้มาจากคุณพ่อ อีกสิ่งหนึ่งที่เศรณีเดินตามรอยเท้าคุณพ่อมาเต็มๆ ก็คงเป็นความหลงใหลในเรื่องของยนตรกรรมต่างๆ ทั้งเครื่องบิน เรือ รถ

ตั้งแต่อายุ 18 ปี 1 วัน ตามกฎหมายกำหนด เป๊กก็เข้าคอร์สเรียนขับเครื่องบินอย่างที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก เช่นเดียวกับการขับเรือ ที่ได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยของคุณพ่อมาตั้งแต่เล็กๆ วันว่างของเขาจึงมักออกไปแล่นเรือ ออกทะเล ว่ายน้ำ บ้างก็ไปขี่ม้า ที่เขาใหญ่ สถานที่ซึ่งเป๊กเองบอกว่าชื่นชอบมากจนสามารถอยู่ได้เป็นสัปดาห์

นั่นเพราะการออกต่างจังหวัด หลีกความวุ่นวายจากเมืองหลวง เป็นสิ่งที่เขาบอกว่าคือความสุขที่แท้จริงของเขา

ของสะสมที่มีค่ามากกว่าราคา

นอกเหนือไปจากนั้น เขายังเป็นสปอร์ตแมนคนหนึ่ง เล่นกีฬาหลายอย่างทั้ง ตีเทนนิส ฟุตบอล ด้วยความเป็นคนลุยๆ และแอ๊กทีฟ วันว่างของเขาจึงหมดไปกับการจัดตารางให้แน่น หากิจกรรมให้ตัวเองเสมอ เรื่อยไปจนถึงของสะสมอย่างเรือนเวลาหรู ที่ได้รับตกทอดมาจากคุณพ่ออยู่ไม่น้อย

“เหมือนกับคนอื่น เป๊กก็เป็นคนชอบนาฬิกา มีสะสมไว้บ้าง แต่ไม่ได้เพื่อการซื้อขาย ไม่ได้ต้องสวยต้องแพง แต่ทุกเรือนล้วนมีคุณค่าทางใจ อย่างเรือนแรกของเป๊กคือ โรเล็กซ์ วินเทจ แม้ว่าราคาอาจจะไม่ได้สูงมาก แต่เป็นเรือนที่คุณพ่อเคยใส่มาและส่งต่อให้เรา นั่นจึงมีค่ากับเรามากกว่าราคา”

แต่แม้จะมีหลายๆ อย่างในชีวิต ที่ได้รับอิทธิพลจากคุณพ่อมา กับเรื่องการเมืองนั้น ทายาทหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยคนนี้กลับมองว่า “ไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว และยังไม่ถึงเวลาของเขา”

“เรื่องการเมือง แม้ว่าทั้งคุณปู่และคุณพ่อจะมาสายนี้ แต่เป๊กมองว่าเป็นเรื่องห่างไกลตัว ในเรื่องนี้ จะว่าไปคนอยากเป็นอาจไม่ได้เป็น แต่คนไม่อยากเป็นดันได้เป็น บางครั้งเรื่องการเมืองก็เหมือนมากับดวงและโชคชะตาอยู่เหมือนกัน อย่างธุรกิจวันหนึ่งเราอาจมีวันเกษียณ แต่กับงานการเมืองไม่มีวันเกษียณเลย

“เป๊กจึงคิดว่า หากตอนนี้เรื่องการเมืองเป็นสิ่งที่คุณพ่ออยากทำ และทุ่มเทให้กับมัน เราก็ควรเป็นคนสนับสนุน ส่งเสริม และทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้คุณพ่อต้องมากังวลเรื่องนี้จะดีที่สุด”

อีกหนึ่ง “ลูกไม้ใกล้ต้น” ทายาทนักการเมืองชื่อดัง

หวานใจ เพลง – ชนม์ทิด

ขอบคุณภาพจาก อินสตาแกรม pek_c

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon