เชียงใหม่ไม่ได้มีแค่หมีแพนด้า มี “ช้าง” มีปางช้างมากมาย รวมทั้ง “อึช้าง” และไม่ใช่อึช้างธรรมดา ยังเป็นอึที่ทำ “เงิน” ได้ด้วย
จาก “อึ” ที่มีค่าแค่ปุ๋ย วันนี้ “อึ” เป็นได้มากมายหลายสิ่ง และยังเป็นตัวสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ได้อย่างสนุกสนาน

ใครที่รู้จักกระดาษสาอาจจะคุ้นเคย กระดาษที่ใช้เยื่อจากต้นสา ไปทำให้ยุ่ย ขึงบนกรอบมุ้งลวด พอแห้งก็กลายเป็นกระดาษที่มีเท็กซ์เจอร์น่าสนใจ และยังสามารถเติมสีสันให้สวยงามได้อีกด้วย

“อึ” ช้าง ก็เช่นกัน เพราะช้างกินหญ้า กินกล้วย กินอ้อย กินสับปะรด พืชผักชนิดต่างๆ ในอึช้างจึงมีเยื่อใย มีไฟเบอร์สูง สามารถเข้าสู่กระบวนการทำเป็นกระดาษได้ไม่ต่างจากใช้เยื่อเปลือกต้นสา

นอกจากผลิตภัณฑ์จากกระดาษอึช้าง ที่เชียงใหม่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ที่กลุ่มครอบครัวต้องปักหมุดไปทำกิจกรรมสร้างงานศิลปะจากอึช้าง
ที่นี่คือ “เอเลเฟ่น พูพูเปเปอร์ ปาร์ค” (Elephant Poopoopaper Park) ที่ชูจุดเด่นการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตั้งใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากทุกวัน มาพักผ่อนสบายๆ ทำกิจกรรม สร้างงานศิลปะจากกระดาษอึช้าง
ร้อยทั้งร้อยเมื่อเดินเข้ามาในอาณาจักรของอึช้าง ทุกคนจะทำจมูกฟุดฟิด ทว่ามีกลิ่นของพื้นที่สีเขียว เพราะภายในบริเวณ 4 ไร่ ของเอเลเฟ่นพูพูเปเปอร์ ปาร์ค เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ตรงกลางยังมีบึงกว้างให้นั่งหย่อนใจ หรือจะสั่งกาแฟที่ร้านคาเฟ่บ้านดิน มานั่งชิลก็ยังได้ ก่อนจะเริ่มต้นการทัวร์…ด้วยการเดินตามรอยอึช้างที่กองไว้ตลอดเส้นทางเสมือนเป็นลูกศรนำทาง
สำหรับผู้มาใหม่ย่อมมองหา “ช้าง” แต่ที่นี่ “ไม่มีช้าง” มีแต่ “อึ” และที่เห็นว่าบริเวณโดยรอบจะปลูกต้นกล้วยไว้มากมาย นั่นก็เพื่อใช้เป็นสินค้าบาร์เตอร์แลกกับอึช้าง
แล้วอึช้างมีเสน่ห์ที่ตรงไหน?
กนกรัตน์ สุคนธมาน กรรมการผู้จัดการ เอเลเฟ่น พูพูเปเปอร์ ปาร์ค ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบว่า

“ไม่ได้เป็นคนผลิตกระดาษ ไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ และก่อนหน้าจะมาทำก็ไม่ได้คิดว่าขี้ช้างเอาไปผลิตกระดาษได้”
ตัวเธอเองก่อนหน้าจะมาจับธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากกระดาษอึช้าง ทำงานบริษัทส่งออกมาก่อน พาลูกค้าจากต่างประเทศมาเลือกซื้อสินค้าไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า จึงมีโอกาสได้พบเห็นผลิตภัณฑ์ประเภทงานฝีมือมากมาย กระทั่งมาพบผลิตภัณฑ์นี้ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง
“ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยทำกระดาษขี้ช้างมานานกว่า 10 ปีแล้ว เราพาลูกค้าซึ่งเป็นลูกค้าจากสวนสัตว์ที่แคนาดาไปดูและสั่งซื้อสินค้า ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้เป็นสายโปรดักชั่น แต่เป็นสายเอเยนต์ต้องการให้ลูกค้าได้ในสิ่งที่ต้องการ จึงไม่ได้สนใจอะไร แต่ก็มีเก็บไว้ในใจว่าเป็นสินค้าที่มีศักยภาพ จนมาวันหนึ่งจะลาออกจากบริษัทที่ทำอยู่ คิดว่าจะไปทำอะไรดี ก็มานึกถึงสินค้าตัวนี้”
ภายใต้แบรนด์ “เอเลเฟ่น พูพูเปเปอร์” มุ่งที่ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากอึช้าง อาทิ สมุดบันทึก กรอบรูป การ์ดของขวัญ ที่คั่นหนังสือ สร้อยข้อมือ ฯลฯ โดยในระยะแรกเน้นที่การส่งออกเป็นส่วนใหญ่

“ตลาดของเราอยู่เมืองนอก เพราะตั้งแต่แรกเราก็ไม่ได้มองว่าลูกค้าเราเป็นกลุ่มคนไทย”
ด้วยความที่เป็นสินค้าที่ไม่มีคู่แข่ง มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนคือ กลุ่มนักท่องเที่ยวสวนสัตว์ โดยเน้นที่การขายเป็น “ของที่ระลึก” อีกทั้งเธอยังมุ่งมั่นใส่ใจในทำตลาด เดินสายออกงานในต่างประเทศเป็นประจำ ทำให้ธุรกิจไปได้ดีมากๆ

กระทั่งวันหนึ่งเมื่อคิดเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตกระดาษจากอึช้าง “เอเลเฟ่น พูพูเปเปอร์ ปาร์ค” จึงเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน โดยเลือกพื้นที่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ แม่ริม-ฝาง ห่างจากสวนเสือ (Tiger Kingdom) 100 เมตร
ส่วนเวิร์กช็อปเพิ่งเติมเข้ามาภายหลังเพื่อรองรับกับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวที่มองหาสถานที่ทำกิจกรรมที่ไม่ใช่แค่ในห้างสรรพสินค้า
“เราเห็นว่าคนมาไม่ได้อยากได้ความรู้อย่างเดียว แต่อยากมีกิจกรรม เราจึงเพิ่มกิจกรรมเข้าไป มี ‘ศาลาศิลปะ’ ให้มาใช้เวลาด้วยกันกับครอบครัว” กนกรัตน์บอก
ขอแค่มีเวลาสัก 30 นาทีเท่านั้น!

