World Update..เจ้าชายวิลเลียมเพิ่มช่องทางออนไลน์ ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงาน

ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่ “ปัญหาส่วนตัว” ปัญหาที่บ้านเท่านั้น แต่ปัญหาในที่ทำงานก็เป็นปัญหาใหญ่ และกำลังเป็น “ปัญหาใหม่” ที่เจ้าชายวิลเลียมแห่งอังกฤษ ทรงเล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ว่าไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ชีวิตส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศด้วย โดยจากการสำรวจของรัฐบาลอังกฤษเมื่อปี 2560 พบว่า ทุกปีมีคนราว 300,000 คนที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตมาเป็นระยะเวลายาวนานต้องออกจากงาน สร้างความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจของอังกฤษเป็นเงินถึง 99 พันล้านปอนด์ หรือราว 4,266 พันล้านบาท และทำให้นายจ้างต้องแบกรับภาระทางการเงินเป็นเงินถึง 42 พันล้านปอนด์ หรือราว 1,810 พันล้านบาท

ทั้งนี้ระหว่างเสด็จร่วมงานแถลงข่าว Mental Health at Work หรือ “สุขภาพจิตในที่ทำงาน” เมื่อวันอังคารที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ที่เมืองบริสตอล ซึ่งภายในงานมีการเพิ่มข้อมูลในเว็บไซต์ไมนด์ (Mind) ที่จะเป็นช่องทางออนไลน์ซึ่งมีทั้งข้อมูลความรู้ การฝึกอบรม และข้อมูลข่าวสารที่จะทำให้บริษัท นายจ้าง และผู้จัดการมีความเข้าใจพนักงานดีขึ้นและสามารถให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานที่อาจกำลังประสบปัญหาในการทำงาน และช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นเมื่อมันกลายเป็นปัญหารบกวนจิตใจขึ้นมา ซึ่งมีทั้งความเครียด ความซึมเศร้า อาการวิตกกังวล รวมไปถึงความรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ และโรคจิตเภท เจ้าชายวิลเลียม พระชันษา 36 ทรงเล่าประสบการณ์ส่วนพระองค์ เมื่อครั้งทรงเป็นนักบินเครื่องบินพยาบาลฉุกเฉินอยู่ 2 ปีว่า

“ข้าพเจ้าได้แบกเอาความรู้สึกมากมายกลับมาบ้านโดยไม่รู้ตัว การที่คุณได้พบเห็นเหตุการณ์เลวร้ายมากมายทุกวัน มันทำให้คุณคิดไปว่า ชีวิตมันเป็นแบบนั้น”

เจ้าชายวิลเลียม พระบิดาของเจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายหลุยส์ ทรงเล่าด้วยว่า “การที่งานของคุณทำให้คุณต้องเห็นความหดหู่ ความเศร้า และอาการบาดเจ็บอยู่เสมอ มันจะทำให้คุณรู้สึกแย่มากขึ้นเรื่อยๆ และหากคุณไม่ได้ระมัดระวัง หรือเฝ้าสังเกตดูความรู้สึกตัวเอง คุณก็จะไม่มีโอกาสที่จะกำจัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไป”

เจ้าชายวิลเลียมทรงย้ำเตือนว่า “คุณก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง และคนมากมายก็มักจะลืมการป้องกันตัวเอง โดยเจอปัญหาก็จะเมินแล้วทำงานต่อไป แต่ในที่สุดปัญหาเหล่านั้นมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณ”

ทั้งนี้จากรายงานของเว็บไซต์ไมนด์ ระบุว่าจากการสำรวจคนทำงาน 44,000 คน พบว่ามีอยู่ถึง 48% หรือ 21,120 คน ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตกับงานอาชีพที่ทำอยู่ในปัจจุบัน และที่น่าเป็นห่วงไปกว่านั้นก็คือ มีอยู่ครึ่งหนึ่งของกลุ่มคนทำงานเหล่านี้ที่ใช้วิธี “นิ่ง” ไม่เคยบอกปัญหาให้หัวหน้า หรือนายจ้างได้รู้

เจ้าชายวิลเลียมยังเล่าด้วยว่า พระองค์รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้รู้ข้อมูลว่ามีพนักงานเพียง 2% หรือร้อยละ 2 เท่านั้นที่กล้าเข้าไปพูดคุยกับฝ่ายบุคคลเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพจิต

ดอว์น แอนเดอร์สัน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพวัย 45 ปีที่เคยร่วมงานกับเจ้าชายวิลเลียม เล่าว่า เธอเคยหวาดกลัวกระทั่งทำงานไม่ได้ และได้ตัดสินใจไปปรึกษาเรื่องนี้กับเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งในที่สุดทำให้เธอรู้ว่าเธอป่วยเป็นโรคพีทีเอสดี (Post Traumatric Stress Disorder) หรือโรคเครียดหลังเกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง

“พระองค์ทรงสุขุมและรับฟัง พระองค์ทรงมีบุคลิกที่ผ่อนคลายอย่างแท้จริง นั่นเป็นประสบการณ์ที่ดีและยอดเยี่ยมมากสำหรับฉัน”

แอนเดอร์สันเล่าอีกว่า “ฉันมีความเชื่อมาตลอดว่า คนเราทุกคนมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาทางสุขภาพจิต และฉันก็คิดว่า แม้แต่สมาชิกราชวงศ์ก็ไม่มีข้อยกเว้น การที่ได้ยินเจ้าชายวิลเลียมทรงยอมรับว่า เคยมีปัญหานี้เช่นกัน มันไม่เพียงแค่เป็นการพิสูจน์ว่ามันดีเพียงไรกับการพูดปัญหาเหล่านั้นออกมาแต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่ามันทำให้เกิดผลดีอย่างไรบ้าง ทั้งยังช่วยปลดตราบาปเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพจิตออกไป และนำไปสู่การพูดคุยและยอมรับปัญหาของตัวเอง”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon