หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที งานวิจัยใหม่ช...

งานวิจัยใหม่ชี้ ‘พร็อกซิมา เซนทอรี บี’ เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

18.09.18 | 15:22 น.
ภาพพื้นผิวพร็อกซิมา เซนทอรี บี ตามจินตนาการของศิลปิน (ภาพ-NASA)

แอนโทนี เดล เกนนิโอ นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ ประจำสถาบันก็อดดาร์ดเพื่ออวกาศศึกษา ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ผลงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ทำร่วมกับทีมวิจัยและตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการแอสโตรไบโอโลจี เมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ ระบุว่า “พร็อกซิมา เซนทอรี บี” ดาวเคราะห์คล้ายโลกนอกระบบสุริยะ (เอ็กโซแพลเนท) มีโอกาสสูงมากต่อการมีสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต

“พร็อกซิมา เซนทอรี บี” เป็นดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่โดยรอบดาวฤกษ์ชนิดดาวแคระแดง (เรด ดวาร์ฟ สตาร์) ขนาดเล็กชื่อ พร็อกซิมา เซนทอรี ที่อยู่ห่างออกไปจากดวงอาทิตย์ศูนย์กลางของระบบสุริยะเพียง 4.2 ปีแสง ทำให้พร็อกซิมา เซนทอรี บี จัดเป็นเอ็กโซแพลเนท ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดเท่าที่มีการค้นพบกันมา

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังเรียนรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงนี้น้อยมาก นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่า พร็อกซิมา เซนทอรี บี มีมวลมากกว่าโลกอย่างน้อย 1.3 เท่า ใช้เวลาโคจรรอบดาวฤกษ์ของระบบ 1 รอบในทุกๆ 11 วันเท่านั้น ซึ่งทำให้ทีมวิจัยของเกนนิโอจำเป็นต้องคาดเดาบนพื้นฐานของเหตุผลในหลายๆ อย่าง อาทิ พร็อกซิมา เซนทอรี บี มีบรรยากาศหรือไม่ และมีมหาสมุทรบนพื้นผิวหรือไม่ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการวิจัยโดยการใช้แบบจำลองในคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้

ระบบดาวพร็อกซิมา เซนทอรี (ภาพ-ESO)

พร็อกซิมา เซนทอรี บี ถูกค้นพบเมื่อปี 2016 นักวิทยาศาสตร์พบว่ามันอยู่ในวงโคจรที่ถือว่าอยู่ภายในระยะเหมาะสม ซึ่งเรียกว่า “ฮาบิแทตโซน” คืออยู่ใกล้พอที่จะได้รับแสงจากดาวฤกษ์ของระบบมากพอต่อการทำให้พื้นผิวของดาวเคราะห์มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเยือกแข็งของน้ำ แต่เนื่องจากในระบบพร็อกซิมา เซนทอรี ฮาบิแทตโซน อยู่ใกล้มาก เนื่องจากดาวฤกษ์ดวงนี้มีอุณหภูมิต่ำมาก ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ว่า พร็อกซิมา เซนทอรี บี อาจอยู่ในสภาพหันด้านเดียวเข้าหาดาวฤกษ์ศูนย์กลางของระบบ ตามหลักการของแรงโน้มถ่วง เหมือนกับที่ดวงจันทร์หันด้านเดียวเข้าหาโลกนั่นเอง

การศึกษาเพื่อคาดการณ์คุณลักษณะของพร็อกซิมา บี ด้วยแบบจำลองในคอมพิวเตอร์เมื่อปี 2016 ที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการแอสโตรโนมี แอนด์ แอสโตรฟิสิกส์ ตั้งสมมุติฐานว่ามีบรรยากาศบนพร็อกซิมา เซนทอรี บี และเสนอเอาไว้ว่า ด้านที่หันเข้าหาดาวฤกษ์ของดาวเคราะห์ดวงนี้จะถูกแสงแดดเผาอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่อีกด้านซึ่งไม่โดนแสงสว่างเลยมหาสมุทรในซีกดังกล่าวนั้นจะจับตัวเป็นน้ำแข็งอย่างทั่วถึง

Advertisement

ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของ 2 ด้านดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจทำให้เกิดกระแสน้ำทะเลอุ่นไหลเวียนขึ้นได้ในมหาสมุทรของพร็อกซิมา เซนทอรี บี

เดล เกนนิโอ และทีมวิจัย เลือกจำลองสถานการณ์บนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงนี้มากถึง 18 แบบด้วยกัน เพื่อดูว่าคุณลักษณะแบบใดจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดขึ้นบนผิวพื้นของดวงดาว ตั้งแต่การมีบรรยากาศเบาบาง, การมีองค์ประกอบของบรรยากาศแตกต่างกันออกไป เรื่อยไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงปริมาณของเกลือในทะเลบนดาวเคราะห์ดวงนี้

ทุกสถานการณ์จำลองที่ทดสอบ ทีมวิจัยพบว่า ลงเอยด้วยการที่ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงนี้สามารถมีมหาสมุทรในสภาพที่เป็นของเหลวคงสภาพอยู่ได้อย่างน้อยที่สุดก็ในบางส่วนของพื้นผิวของดาว

เดล เกนนิโอ ระบุว่า ยิ่งมีแหล่งน้ำใหญ่มากขึ้น โอกาสที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนพร็อกซิมา เซนทอรี บี ก็มากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนั้นการจำลองสถานการณ์ในคอมพิวเตอร์ครั้งใหม่นี้ ซึ่งครอบคลุมกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ยังแสดงให้เห็นว่า มหาสมุทรของเอ็กโซแพลเนทดวงนี้มีมหาสมุทรที่มีกระแสน้ำวนถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา และสามารถนำพาความร้อนจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ด้วยประสิทธิภาพสูงมาก ทำให้แม้แต่ในบริเวณซีกมืดของดาว ยังคงมีส่วนของมหาสมุทรที่คงสภาพของเหลวอยู่ด้วยในบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร

เป้าหมายต่อไปของทีมวิจัยก็คือ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพร็อกซิมา เซนทอรี บี เพิ่มเติมโดยอาศัยหอสังเกตการณ์ดวงดาวขนาดใหญ่ที่สุดที่ชิลี ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่และจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้