รางวัล “ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม” เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนๆ นางงามให้ความสนใจและรอคอยที่จะได้ชมบนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส เพราะเป็นการประชันทั้งความงดงาม อัตลักษณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศได้เป็นอย่างดี
ซึ่งผลงานของดีไซเนอร์ผู้ออกแบบชุดประจำชาติของไทยในแต่ละปีก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ทำออกมาได้อย่างประณีต และคว้ารางวัลมาได้ไม่น้อย
ในปี 2018 นี้ กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ได้จัดให้นักออกแบบ 7 ผลงานโดดเด่น ซึ่งคณะกรรมการได้คัดเลือกจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดภายใต้แนวคิด “ครีเอทีฟไทย” ทั้งหมด 231 ผลงาน มานำเสนอแนวคิดในการออกแบบพร้อมเสนอวัสดุในการตัดเย็บเบื้องหน้าคณะกรรมการ เพื่อตัดสินผลงานชนะเลิศการออกแบบชุดประจำชาติปี 2018 ณ โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์

โดยผลงานที่ชนะใจคณะกรรมการ ได้แก่ “ช้างคู่แผ่นดิน (Chang the icon of Siam)” ออกแบบโดย “ธีร์ ผาสุก” อายุ 34 ปี อาชีพสไตลิสต์ ซึ่งเคยส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในปี 2015 และผ่านเข้ารอบสุดท้าย เขายังคงยืนหยัดที่จะใช้คอนเซ็ปต์ “ช้าง” ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยในการนำเสนอชุดแต่งกายประจำชาติ โดยนำคำติชมจากคณะกรรมการในปีก่อนไปปรับปรุงและพัฒนาผลงานก่อนจะประสบความสำเร็จ ได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบชุดประจำชาติปี 2018
เพื่อให้ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 สวมใส่เพื่อเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ในปลายปีนี้
ธีร์ เจ้าของผลงานชนะเลิศ เผยถึงแรงบันดาลใจและแนวคิดในการออกแบบผลงานว่า ด้วยอารยธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยผูกพันกับช้างมาอย่างยาวนาน ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่เมื่อทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ นึกถึงสัตว์ประจำชาติก็จะนึกถึงช้างเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ “ช้าง” ยังเป็น “ทูตวัฒนธรรม” ของไทยในการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศอื่นๆ อีกด้วย
ซึ่งสอดคล้องกับความพิเศษที่ว่า “ประเทศไทย” เป็นเจ้าภาพในการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ได้เป็นอย่างดี
เอกลักษณ์ของชุดประจำชาติ “ช้างคู่แผ่นดิน” อยู่ที่การหลอมรวมงานศิลป์ของไทยเข้ากับนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับการแสดงบนเวทีให้ตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการออกแบบชุดแบบ
“2 อิน 1” ที่สามารถเปลี่ยนจากชุดหนึ่งเป็นอีกชุดที่ซ่อนอยู่ได้



“เริ่มแรกจะเป็นชุดในลักษณะ ‘ชุดกึ่งราตรี’ ที่มีโครงเสื้อแบบชุดไทยพระราชนิยมผสมผสาน ในโทนสีขาว อันสื่อถึงความสง่างาม บริสุทธิ์ เปรียบว่าถ้าพูดถึงช้างไทย ก็ต้องนึกถึง ‘ช้างเผือก’ และใช้วัสดุผ้าโปร่งปักลายไทยแบบสองมิติ สีทอง อันแสดงถึงความรุ่งเรืองของประเทศ”
“ก่อนถึงจุดไฮไลต์ ‘เปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งชุด’ ภายใต้โครงสร้างอะลูมิเนียมมวลเบา ที่ยกตัวขึ้นจากช่วงกระโปรงด้านหลังเกิดเป็น ‘ชุดช้างเผือก’ และประดับด้วยเทคนิคเพิ่มแสงสี” เจ้าของผลงานอธิบาย
นับเป็นความร่วมสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นไทย สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงไทยที่มีความแข็งแกร่ง สวยงาม อ่อนโยน และทันสมัย
ส่วนเรื่องระยะเวลาในการจัดทำชุดอาจจะมีไม่มากนัก แต่เขามั่นใจและยืนยันว่าสามารถทำได้แน่นอน เพราะผลงานที่ปรากฏสู่สายตาชาวโลกจะต้อง “ดีที่สุด”
![]()
ขณะที่ นิ้ง-โศภิดา ซึ่งจะเป็นผู้สวมใส่ เผยว่าครั้งแรกที่เห็นแบบชุดช้างคู่แผ่นดินเธอรู้สึกขนลุก เพราะสัมผัสได้ถึงความมีมนต์ขลัง และความสง่างามของช้างไทย ทั้งตั้งใจขณะสวมใส่ชุดประจำชาติจะพรีเซนต์ออกมาให้เป็นช้างไทยที่สง่างาม ทรงคุณค่า ดั่งพญาช้างสารที่ทรงพลัง
“ตอนนี้นิ้งเน้นการดูแลรูปร่างให้มีความสมส่วน สร้างกล้ามเนื้อโดยควบคุมอาหาร และรับฟังข้อคิดเห็นจากแฟนนางงามเกี่ยวกับการพัฒนาเรื่องการเดินและการพูด โดยเข้าคอร์สเรียนเพิ่มเติม แต่เรื่องสปิริตนิ้งเต็มที่อยู่แล้ว เพราะวันแรกของการประกวดต้องไปแบบพร้อม 100% ส่วนการเป็นเจ้าบ้านที่ดีสำหรับนิ้งคือเมื่อมีแขกมาเยือนบ้านเรา ต้องมอบความรัก ความประทับใจแก่เพื่อนๆ สาวงาม นี่คือการต้อนรับที่ดี ทั้งนี้นิ้งเชื่อมั่นในการทำงานของทีม เพราะเรามีอัตลักษณ์ที่เป็น Empower woman จึงไม่มีความกังวลค่ะ” โศภิดากล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม


ส่งใจเชียร์ตัวแทนสาวไทยคว้ามงกุฎนางงามจักรวาล

