เป็นตำนาน “เค้กสไตล์ฝรั่งเศส” ที่เสิร์ฟความอร่อยมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ สำหรับเค้ก “มาดามมาร์โก้” (Madame Marco)
ด้วยเอกลักษณ์ “เค้กกาแฟเจนัว” หน้าเค้กโรยด้วยอัลมอนด์เคลือบคาราเมล ทำให้ครองใจเหล่า “เค้ก เลิฟเวอร์” มาโดยตลอด
ในโอกาสครบรอบ 36 ปี ผู้รังสรรค์เค้กกาแฟเจนัวก้อนแรก และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์มาดามมาร์โก้ “ศรีชนก วัฒนศิริ” ไฮโซรุ่นใหญ่ มารดาของไฮโซดังอย่าง พราว-แพร วัชราภัย ได้เปิดบ้านให้สื่อมวลชนเข้าพูดคุยถึงตำนานเค้กมาดามมาร์โก้
ซึ่งกว่าจะมาเป็นเค้กแสนอร่อยละมุมลิ้นรสชาติกลมกล่อมนั้น “ต้องผ่านความเจ็บทรวงมาไม่รู้เท่าไหร่” ศรีชนกเผย
“ปีนี้ เป็นปีที่มาดามมาร์โก้ ครบรอบ 36 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรายังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ด้วยเอกลักษณ์และรสชาติที่ได้มาตรฐานไม่เปลี่ยนแปลง”


อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรกว่า กว่าจะมาเป็นเค้กระดับตำนาน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ศรีชนก ย้อนเล่าว่า สูตรเค้กได้มาเมื่อครั้งเดินทางไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยปารีส-ซอร์บอนน์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตอนนั้นว้าเหว่มาก โฮมซิก ต้องอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวฝรั่งเศสที่ให้อาบน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ภาษาฝรั่งเศสก็พูดได้นิดๆ หน่อยๆ และคนที่นั่น ถ้าไม่รู้จักกัน เค้าจะไม่มาเสียเวลากับเรา แรกๆ ตอนขึ้นรถไฟไปเรียนจะนั่งสุดสายตลอด เพราะไม่รู้จะลงยังไง เปิดประตูก็ไม่เป็น จากที่เคยสุขสบาย มาที่นี่ชีวิตลำบาก มีเงินก็ใช้ไม่ได้ทุกอย่าง
“นับเป็นประสบการณ์ที่เจ็บทรวง และเศร้าที่สุดในชีวิต” เธอเล่าถึงความหลัง
กระทั่งได้มาพบกับ “มาดามคอนเชสต้า ดี มาร์โก้” จากชีวิตที่มีแต่ความเหงาและว้าเหว่ ก็พลิกกลับมามี “ชีวิตชีวา” อีกครั้ง
“มาดามมาร์โก้ชวนไปเที่ยวที่้บ้าน และสอนทำขนมฝรั่งเศสหลายอย่าง ทั้งเค้กกาแฟเจนัว, ตั๊ก (ทาร์ต), กาโต้ โอเปร่า (ช็อกโกแลต เค้ก) , มิลล์เฟย”


โดยเฉพาะเค้กกาแฟเจนัวที่เมื่อได้ทานครั้งแรก ศรีชนกถึงกับพูดว่า “อร่อยจนรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์”
จากความประทับใจในความอร่อย และเชื่อว่าจะถูกปากคนไทย เมื่อกลับมาเมืองไทย
เธอรู้สึก “เสียดาย ถ้าตำราขนมที่ได้จากฝรั่งเศสจะถูกเก็บไว้ในตู้”
บวกกับในสมัยนั้นร้านเบเกอรี่ หรือ ปาติสเซอรี (Patisserie-ร้านเค้กขนมปังสไตล์ฝรั่งเศส) ยังไม่มีในเมืองไทย จะมีแต่ร้านเบเกอรี่แบบที่ใช้มาการีน หรือแบบจีน ขณะที่คนมองว่าขนมปังฝรั่งเศสไม่อร่อย จึงคิดว่า ถ้าทำ “เค้กกาแฟเจนัว” ออกมา น่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดี
“ที่มีชื่อว่า เค้กกาแฟเจนัว เพราะเค้าเกิดที่เมืองเจนัว ย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 19 เจนัว เป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่ง ระหว่างยุโรปกับตะวันออกกลาง คนเจนัวมีชื่อเสียงว่าเป็นคนทำธุรกิจเก่ง และรวยมาก ทำให้ศิลปวัฒนธรรมได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องอาหารและเบเกอรี่ต่างๆ”
และเพื่อเป็นการ “รำลึก” ถึงมาดามผู้แสนดีผู้เข้ามาทำให้ชีวิตที่ฝรั่งเศสมีความสุขขึ้น ศรีชนก จึงตั้งชื่อแบรนด์เค้กเจนัวว่า “มาดามมาร์โก้”
“ความพิเศษของเค้กกาแฟเจนัว เป็นเค้กรสกาแฟผสมกับช็อกโกแลต เค้กเนื้อสปันจ์เนียนนุ่มสลับชั้นครีม 3 ชั้น โรยหน้าเค้กด้วยอัลมอนต์เคลือบคาราเมลจากแคลิฟอร์เนีย ให้รสชาติกรอบมันหวานฉ่ำ เมื่อกัดลงไปถึงเนื้อเค้กจะรู้สึกเนียมนุ่มละมุนลิ้น อีกทั้งยังเป็นเค้กที่ไม่ใช้ผงฟู ทำให้มีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นเทคนิคการทำเค้กที่ต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอน”


เรียกได้ว่า เค้กกาแฟเจนัว เป็นความแปลกใหม่ในยุคนั้น ทำให้ภายหลังการเปิดตัวครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงเดือนธันวาคม 2526 ซึ่งมีคนดังระดับนายกรัฐมนตรี และไฮโซทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, พจน์ สารสิน, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน, จุติ บุญสูง มาร่วมงานอย่างคับคั่ง
เพียงแค่ 7 วัน เค้กก็ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าล้นหลาม อีกทั้งยังเป็นเค้กเจ้าแรกของเมืองไทยที่จัดส่งเดลิเวอรี่ถึงบ้าน
จนถึงปัจจุบัน สูตรลับความอร่อยยังคงส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และเค้กกาแฟเจนัวยังคงรักษามาตรฐานเค้กโฮมเมด และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ โดยมีการปรับปรุงสูตรสำหรับคนรักสุขภาพเป็นเค้กโลว์ชูก้าร์ที่ยังคงความอร่อยไม่แพ้สูตรออริจินัล โดยเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ บริษัทเพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) สร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท




คร่ำหวอดเรื่องเค้กมานานกว่า 30 ปี
ศรีชนก เผยว่า เค้กเป็นศูนย์รวมของความประทับใจ และไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะในงานฉลองวันเกิด เค้กสามารถเป็นสัญลักษณ์ของงานอื่นๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น งานครบรอบแต่งงาน งานคืนสู้เหย้า งานสละโสด งานแซยิด งานแสดงความขอบคุณ หรือแม้แต่งานวันชาติก็ได้ด้วย
“เค้กเป็นสื่อ เป็นศูนย์รวม จุดเริ่มต้นและจุดสรุปของงานต่างๆ ได้ เราเชิญแขกมาบ้านเรา ถ้าเราไม่มีเค้ก เราไม่มีตัวจะสื่อว่า เรามาที่นี่เพื่ออะไร และนานไปก็จะลืม แต่ถ้าเรามีเค้กและถ่ายรูปเก็บไว้ กี่ปีๆ เราก็รู้ว่า งานนี้งานอะไร เค้กเปรียบเป็นสัญลักษณ์ของงานที่สร้างความสุขและความประทับใจได้ไม่รู้ลืม”
ปัจจุบัน มาดามมาร์โก้ ยังมีชีวิตอยู่ และอายุยืนถึง 93 ปี ซึ่งเธอเคยชิมเค้กกาแฟเจนัวเมื่อครั้งมาเมืองไทยด้วย
สำหรับศรีชนก ในวัย 63 ปี แม้จะเกษียณอายุออกมาแล้ว หากเธอก็ยังใส่ใจในคุณภาพและมาตรฐานของเค้กอยู่เสมอ
“ตอนนี้ ดิฉันจะผันตัวเองมาเป็นผู้บริโภคแล้ว แต่ก็ยังต้องชิมเค้กทุกเดือน และชิมอย่างใส่ใจว่ามาตรฐานยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”
และถ้าให้เปรียบตัวเองเป็นเค้ก ศรีชนก ก็เปรียบตัวเองเป็น “เค้กกาแฟเจนัว” ที่มีรสชาติกลมกล่อมละมุนละไม
เค้กกาแฟเจนัว ตำนานเค้กสไตล์ฝรั่งเศส ที่มีผู้หญิงไทยเป็นผู้รังสรรค์และส่งต่อเสิร์ฟความอร่อยให้คนไทยมายาวนานถึง 36 ปี




