ที่ใหม่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ตอบโจทย์เทรนด์ ‘รักการทำอาหาร’

29.09.18 | 11:46 น.

เติบโตเป็นโรงเรียนสอนการประกอบอาหารชั้นนำของประเทศไทยมานับ 11 ปี ก็ถึงเวลาที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต จะได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น กับการย้ายโรงเรียนไปยังพื้นที่ใหม่ ที่อาคารเซ็น ทาวเวอร์ (เซ็นทรัลเวิลด์) ชั้น 17-19 ที่มีพื้นที่รวมกว่า 3,000 ตร.ม. อย่างเป็นทางการ 14 มกราคม 2562 นี้ โอกาสนี้ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล จึงร่วมกับเลอ กอร์ดอง เบลอ อินเตอร์เนชั่นแนล จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

งานนี้ยังได้เหล่าศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันมาร่วมสร้างสีสันไม่น้อย

ศิรเดช โทณวณิก กรรมการผู้จัดการฝ่ายการศึกษา ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า ด้วยเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งดุสิตธานี ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพคน และให้ความสำคัญกับด้านการศึกษา เริ่มต้นที่วิทยาลัยดุสิตธานีที่เปิดสอนเรื่องการโรงแรมขึ้นมานับ 30 ปี นอกจากนี้ยังได้กอร์ดอง เบลอ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาเป็นพาร์ตเนอร์ สร้างความสำเร็จร่วมกันมากว่า 11 ปี และมุ่งผลิตประชาชนที่มีคุณภาพของประเทศมากกว่าเชฟทำอาหาร ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันว่าดุสิตจะปิดพัฒนาพื้นที่ในวันที่ 5 มกราคม ทำให้เราจำเป็นต้องหาพื้นที่ใหม่ให้กับกอร์ดอง เบลอ จนได้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเราพร้อมจะมีหลักสูตรใหม่ อย่างหลักสูตรผู้ประกอบการ และคอร์สอาหารใหม่ๆ อย่างการจับคู่ไวน์และอาหาร ด้วยอุปกรณ์ครัวทันสมัย ให้ทันกับวงการอาหารที่เปลี่ยนไป

Advertisement
ศิรเดช

ขณะที่ สุชาดา สถาปิตานนท์ ผู้บริหารโรงเรียนเผยว่า ในช่วง 4-5 ปีมานี้ รายการแข่งขันทำอาหารจากต่างประเทศเข้ามาในไทยจำนวนมาก เกิดเป็นกระแสให้คนหันมาสนใจเรียนทำอาหารมากขึ้น เพราะการทำอาหารกลายเป็นความสุขในครอบครัว รวมไปถึงเทรนด์ยุคใหม่ที่คนหันมาหาอาชีพเสริมจากงานหลัก ทำให้เรามีผู้เรียนที่อายุน้อยลง จากเดิม 21 ปีขึ้นไป ก็มีคนอายุ 15-16 ที่รู้ว่าตัวเองชอบทำอาหารมาเรียนมากขึ้น รวมไปถึงทนายความ วิศวกร ที่มาสมัครเรียนเช่นกัน บางคนเป็นเจ้าของร้านอาหารมาเรียนเพิ่มในวัย 70 กว่าก็มี ซึ่งหลักสูตรขนมก็ยังเป็นที่นิยมสูงสุด ขณะที่อาหารคาวก็มีคนสนใจเพิ่มขึ้น กว่า 40% จบออกไปเป็นเจ้าของกิจการ ไปทำเชฟเทเบิล ซึ่งเทรนด์กำลังมาแรง หรือออกไปแข่งขันทำอาหาร ประสบความสำเร็จไม่น้อย

“แม้ว่าจะตั้งมา 100 กว่าปี แต่หลักสูตรของเราก็ยังปรับปรุงเสมอ มีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย อย่างเทคนิคการทำอาหารแบบโมเลกุลลาร์ หรือการสอดแทรกอาหารหวานในอาหารคาว เพื่อให้นักเรียนมีพื้นฐานที่ดี และมีการดึงเชฟมิชลินสตาร์ หรือเชฟชื่อดังมาสอนเสมอ เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพการจัดการอาหารที่ดี นอกจากนี้เรายังมีจุดแข็งคือหลักสูตรอาหารไทยที่ชาวต่างชาติสนใจมาเรียน ซึ่งเราก็อยากจะเป็นฮับการศึกษาด้านอาหารของภูมิภาค” สุชาดาเผย

สุชาดา

ขณะที่ เชฟแก้ว-ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร ผู้ชนะจากมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ซีซั่น 1 เผยว่า ตัดสินใจมาเรียนกอร์ดอง เบลอ เพราะอยากรู้พื้นฐานการทำงานครัวจริงๆ จากที่แต่ก่อนเป็นเพียงแค่โฮมคุก ก็ทำให้ได้จัดการเวลาและทรัพยากรในครัวได้ดี ทั้งยังได้ฝึกปฏิบัติต่างๆ ด้วย สำหรับแก้วแล้ว การเป็นเชฟมันไม่ง่าย ต้องรู้จักพัฒนาอยู่เสมอเพราะอาหารไม่เคยหยุดนิ่ง

เชฟแก้ว

หลากเรื่องราวอาหาร

3 เมนูพิเศษครบรอบ 11 ปี