กระแสการสร้างบ้านด้วยพรินเตอร์ 3 มิติ ได้รับการยอมรับกันว่าเป็นคลื่นระลอกล่าสุดในวงการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามกระแสดังกล่าวยังไม่แพร่หลายกว้างขวางมากนัก ด้วยสาเหตุสำคัญก็คือ ราคายังคงสูงอยู่มาก
เมื่อต้นปี แบรนช์ เทคโนโลยี บริษัทสตาร์ตอัพด้านสถาปนิก เคยอวดโฉมต้นแบบบ้านที่พัฒนาขึ้นสำหรับการพิมพ์ออกมาด้วยเครื่องพรินต์ 3 มิติ โดยเฉพาะ ได้บ้านที่มีเนื้อที่ 93 ตารางเมตร (ตร.ม.) แต่ผู้เป็นเจ้าของต้องจ่ายเงินสูงถึง 300,000 ดอลลาร์ หรือราว 9.7 ล้านบาทเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมีนาคม “นิวสตอรี่” องค์การไม่แสวงผลกำไรเพื่อที่อยู่อาศัยซึ่งมีสำนักงานอยู่ในนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ร่วมมือกับ “ไอคอน” บริษัทเทคโนโลยีการก่อสร้าง ซึ่งเป็นผู้ออกแบบพรินเตอร์ 3 มิติ พัฒนาต้นแบบของบ้านสำเร็จรูปจากพรินเตอร์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “บ้านจากพรินเตอร์ 3 มิติ ที่ได้รับอนุญาตเป็นรายแรกของสหรัฐ” เป็นบ้านเนื้อที่ 33 ตร.ม. ที่มีต้นทุนอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์ หรือราว 324,000 บาท แล้วเสร็จภายในเวลาเพียง 48 ชม.
ในตอนนั้น “วัลแคน” พรินเตอร์ 3 มิติ ที่ไอคอนออกแบบขึ้นเพื่อการนี้สามารถทำงานได้ที่ความเร็วเพียง 25% ของ “วัลแคน” รุ่นล่าสุดของไอคอน

ในตอนนี้ นิวสตอรี่และไอคอนจึงสามารถอ้างอย่างมั่นใจว่า “วัลแคน” สามารถสร้างบ้านเนื้อที่ราว 55-75 ตร.ม.ได้แล้วเสร็จภายในเวลาเพียง 24 ชม. และลดต้นทุนลงมาให้อยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์ หรือ 129,400 บาทได้ และเริ่มต้นการทดลองโครงการใหม่นี้อยู่ในขณะที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐ
นิวสตอรี่เคยสร้างบ้านแบบเดียวกันนี้ 100 หลัง ต้นทุนอยู่ที่ 6,000 ดอลลาร์ ใช้เวลานานถึง 8 เดือนเลยทีเดียว
หากประสบความสำเร็จ โครงการบ้านจากพรินเตอร์ 3 มิติ ของนิวสตอรี่จะถูกนำไปใช้ในเอลซัลวาดอร์ เป็นประเทศแรก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่นั่นขรุขระ ทุรกันดาร แถมยังมีน้ำท่วมบ่อยครั้ง ทำให้การสร้างบ้านอยู่อาศัยทำได้ลำบากมาก
หลังจากนั้น นิวสตอรี่หวังใช้บ้านจากพรินเตอร์ 3 มิติ นี้สร้างบ้านให้ชาวสลัมทั่วโลกให้ได้อย่างน้อย 1,300 ล้านหลัง
เพื่อแก้วิกฤตที่อยู่อาศัยของโลกให้ได้เป็นรูปธรรมเสียที

