กิลมอร์ สเปซ เทคโนโลยี บริษัทเริ่มต้นกิจการ (สตาร์ตอัพ) ลูกผสมสิงคโปร์-ออสเตรเลีย ซึ่งมีฐานธุรกิจและโรงงานผลิตอยู่ในสิงคโปร์ กำลังจะกลายเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจอวกาศเอกชนเป็นรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเดิมด้วยการพัฒนาจรวดส่งสำหรับจัดส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรต่ำใกล้โลก (แอลอีโอ) ภายใน 2 ปีข้างหน้า ก่อนพัฒนาไปสู่การส่งมนุษย์สู่ห้วงอวกาศให้ได้ในที่สุด
กิลมอร์ สเปซ เทคโนโลยี ก่อตั้งโดยเจมส์ และอดัม กิลมอร์ 2 พี่น้องจากรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาอวกาศยานที่ตั้งชื่อว่า “เอริส-100 เวฮิเคิล” ซึ่งมีขีดความสามารถในการจัดส่งสัมภาระหนักได้สูงสุด 100 กิโลกรัมขึ้นสู่วงโคจร ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด โดยตั้งเป้าจะยิงขึ้นสู่อวกาศให้ได้ภายในปี 2020 นี้ หลังจากนั้นก็จะพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ ที่มีความสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากกว่าเดิมเป็น 400 กิโลกรัม ให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้ภายในปี 2021
บริษัทหวังว่าหลังจากนั้นก็จะทุ่มความสนใจให้กับโครงการนำมนุษย์ขึ้นสู่ห้วงอวกาศให้ได้ต่อไปภายในอีกไม่กี่ปีถัดไป

ความรุดหน้าของกิลมอร์ สเปซ เทคโนโลยี ทำให้ เอส. อิสวารัน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ ประกาศไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า สิงคโปร์ตั้งความหวังว่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ชาติแรกๆ ของโลกที่ประสบความสำเร็จในโครงการอวกาศที่จำเป็นต้องอาศัยการนำร่องที่แม่นยำและวิศวกรรมที่สลับซับซ้อนสูงมากได้
อดัม กิลมอร์ ซีอีโอของบริษัทระบุว่าความสำเร็จของกิลมอร์สเปซ อยู่ที่การเครื่องพิมพ์ 3 มิติช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงจรวดได้มาก และยอมรับว่าอุตสาหกรรมจรวดขนาดเล็กเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง อดัมระบุว่าประเทศอย่างอินโดนีเซียและไทยเองก็เริ่มหันมาให้ความสนใจในเทคโนโลยีด้านนี้กันมากขึ้นแล้ว
และทำให้ชาติอวกาศสำคัญในเอเชียอาจไม่จำกัดอยู่เฉพาะแต่จีน ญี่ปุ่นและอินเดียอีกต่อไป

