หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที ภัยไซเบอร์ครึ...

ภัยไซเบอร์ครึ่งปีแรกว่าแรงแล้ว ครึ่งปีหลังอาจแรงกว่า

14.10.18 | 15:39 น.

ผ่านพ้นช่วงครึ่งปีแรกมาแล้ว โลกไซเบอร์ก็ยังคงมีภัยคุกคามเกิดขึ้นอย่างมากมาย โดยเทรนด์ไมโครได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มการโจมตีทางไซเบอร์ของครึ่งปีแรกในกลุ่มธุรกิจ พร้อมกับวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์อันตรายทางไซเบอร์ทั่วโลก

นิเลช เจน รองประธาน เทรนด์ไมโคร ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย กล่าวว่า ปัจจุบันเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์มีความเปลี่ยนไปอย่างมาก และบริษัท เทรนด์ไมโคร ถือเป็นหนึ่งในบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพียง 5 บริษัท ที่มีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่บริษัทด้านนี้มีอยู่มากถึงเป็นพันบริษัท ซึ่งสิ่งที่ทำให้เทรนด์ไมโครแตกต่างไปจากบริษัทอื่น การที่มีนวัตกรรมเป็นของตัวเอง มีความสามารถในการคาดการณ์ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จนทำให้ไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา เทรนด์ไมโครมีการเติบโตในทุกด้าน ทั้งยอดขายทั่วโลกและในแต่ละทวีป ขณะที่จำนวนลูกค้าก็มีเพิ่มมากขึ้นทุกกลุ่ม

สำหรับรายงานมิดเยียร์ ซีเคียวริตี ราวด์อัพ 2018 คุณปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลสำรวจพบว่ากลุ่มเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล ที่เพิ่มขึ้นถึง 92 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบระหว่างครึ่งปีหลังของปี 2017 กับครึ่งปีแรกของปี 2018 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟต์ที่ตกเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี ในกลุ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟต์ ส่วนของแอปเปิลเป้าหมายหลักที่ถูกโจมตีคืออุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหลายของแอปเปิล

บรรดาอาชญากรไซเบอรืได้เริ่มเปลี่ยนจากการโจมตีที่เรียกความสนใจอย่างแรนซั่มแวร์ มาเป็นการโจมตีแบบซุ่มเงียบ ด้วยเจตนาเพื่อขโมยเงินหรือแอบดูดทรัพยากรประมวลผลมาใช้ประโยชน์แทน

Advertisement

ขณะที่ที ซีโร่ เดย์ อินิชิเอทีฟ (ซีดีไอ) ของเทรนด์ไมโคร ตรวจพบช่องโหว่แบบ ซีโร่-เดย์ ใหม่กว่า 600 รายการในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซึ่งอัตราการตรวจจับที่เพิ่มขึ้นมากนี้แสดงให้เห็นว่า ซีดีไอสามารถทำนายแนวโน้มรูปแบบของช่องโหว่ที่จะถูกนำมาใช้ในการโจมตีจริงในวงกว้างได้ในอนาคตได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ซีดีไอก็ยังค้นพบช่องโหว่ในระบบควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรมหรือ สกาดา (SCADA) มากถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ขณะที่แฮกเกอร์เองมีความพยายามในการแฮกทรัพยากรประมวลผลเพื่อขุดเงินคริปโต หรือ Crypto-Jacking อย่างมากในปีนี้ ซึ่งทางเทรนด์ไมโครพบการตรวจจับการแอบขุดเหมืองเงินคริปโตเพิ่มขึ้นถึง 96 เปอร์เซ็นต์ในปีช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับทั้งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเฉพาะช่วงครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว ถือว่าเพิ่มขึ้นมากถึง 956 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ชี้ชัดว่าอาชญากรไซเบอร์ได้เปลี่ยนแนวทางจากการใช้แรนซั่มแวร์เรียกค่าไถ่เพื่อให้ได้เงินอย่างรวดเร็ว มาเป็นการทำเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง และซุ่มเงียบอยู่เบื้องหลังด้วยการปล้นกำลังการประมวลผลของเหยื่อเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล

และแม้ประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายที่มารับเรื่องเรื่องเกี่ยวกับเงินสกุลดิจิทัล หากแต่ก็ยังพบว่ามีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกขโมยทรัพยากรจากเครื่องไปเพื่อใช้ขุดเงินคริปโต

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่พบในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้คือ การพัฒนาของมัลแวร์รูปแบบใหม่อย่างเช่น แบบไร้ไฟล์ข้อมูล (Fileless), มาโคร, และมัลแวร์ในรูปไฟล์ขนาดเล็กมาก ซึ่งเทรนด์ไมโครตรวจพบมัลแวร์ที่ใช้ไฟล์ขนาดเล็กมากอย่าง TinyPOS เพิ่มขึ้นถึง 250 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว ซึ่งอาจเป็นเพราะว่ามัลแวร์รูปแบบใหม่เหล่านี้มีความสามารถที่ถูกยกระดับให้สามารถทะลุทะลวง หรือข้ามผ่านแนวป้องกันและระบบตรวจจับด้านความปลอดภัยที่ใช้กันในท้องตลาดได้

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าภัยคุกคามต่างๆ ไม่ได้ลดลงไปเลย และเทรนด์ไมโครยังคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังตลอดไปจนถึงปีหน้า ก็จะมีเทคนิคการโจมตีแบบใหม่ที่เกิดขึ้นมากมาย และจะร้ายแรงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

และจากอันตรายที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรทั้งหลายจำเป็นต้องรวมการจัดการด้านความปลอดภัยให้ประสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการเลือกผู้จำหน่ายที่สามารถให้บริการการปกป้องแบบหลายลำดับชั้นที่สมบูรณ์แบบ ที่ป้องกันได้ทั้งมัลแวร์ทั่วไป และอันตรายที่กำลังระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะชั้นนำด้านอันตรายทางไซเบอร์ของเทรนด์ไมโครนั้นได้รวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี ทำให้สามารถให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากที่สุด โดยในปีนี้ได้สกัดกั้นอันตรายกว่า 2 หมื่นล้านรายการแล้ว และยังคงทำหน้าที่ได้ดีอย่างต่อเนื่อง