สเตฟ เลร์มิทเทอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยา จากคณะธรณีวิทยาและรีโมทเซนซิง ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ค้นพบรอยแตกขนาดใหญ่เป็นระยะทางถึงเกือบ 30 กิโลเมตร เกิดขึ้นบริเวณใจกลางของไอซ์เชลฟ์ หรือ “หิ้งน้ำแข็ง” ขนาดใหญ่ที่แผ่ยื่นยาวออกมาจากธารน้ำแข็งไพน์ไอส์แลนด์ หรือไพน์ไอส์แลนด์ กลาเซียร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา
จุดที่เกิดรอยแตกดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นจุดที่ไอซ์เชลฟ์สัมผัสกับน้ำของมหาสมุทรในบริเวณดังกล่าวซึ่งมีอุณหภูมิอุ่นขึ้นเรื่อยๆ และทำให้แผ่นน้ำแข็งหนาหนักเริ่มหลอมละลายอย่างต่อเนื่อง รองศาสตราจารย์เลร์มิทเทอคาดว่าหลงเหลือระยะทางอีกเพียงแค่ 10 กิโลเมตร ก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาดังกล่าวก็จะแตกตัวออกจากไอซ์เชลฟ์โดยสมบูรณ์ เรียกว่า “ไอซ์เบิร์ก คาล์ฟ” หรือภูเขาน้ำแข็งที่แตกออกมาจากแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ อาจเป็นภูเขาก้อนเดียวหรือแตกเป็นหลายก้อนก็เป็นได้

ที่น่าสนใจก็คือ เหตุทำนองเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นกับไพน์ไอส์แลนด์มาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมานี่เอง ไอซ์เบิร์กที่แตกออกมาในตอนนั้นมีขนาดใหญ่กว่าย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์กถึง 4.5 เท่าเลยทีเดียว
เลร์มิทเทอตรวจสอบพบรอยแตกใหม่นี้จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายผ่านดาวเทียมของไพน์ไอส์แลนด์ กลาเซียร์ ที่ถูกส่งผ่านอีเมล์มาทุกวัน และสังเกตเห็นสภาพที่เลร์มิทเทอบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนคือรอยแยกดังกล่าวในภาพถ่ายดาวเทียมที่ส่งมาถึงในวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา
หากการแตกตัวออกไปครั้งนี้ เป็นการแตกออกเพียงชิ้นเดียว ภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวจะกินเนื้อที่เป็นอาณาบริเวณถึง 300 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าที่เคยแตกตัวออกมาเมื่อปีที่แล้วซึ่งครอบคลุมเนื้อที่เพียง 267 กิโลเมตรเท่านั้น แต่จะเป็นการแตกตัวออกเป็นไอซ์เบิร์ก คาล์ฟ ขนาดมหึมาของไพน์ไอส์แลนด์ กลาเซียร์ เป็นครั้งที่ 6 แล้วนับตั้งแต่ปี 2001 เรื่อยมา ซึ่งถึงแม้จะเป็นปรากฏการณ์ปกติของธารน้ำแข็งทวีปอย่างไพน์ไอส์แลนด์ กลาเซียร์ แต่ระยะห่างระหว่างการแตกตัวกลับกระชั้นถี่กว่าที่เคยเป็นมาโดยเฉพาะในระยะหลังๆ คือครั้งแรกในเดือนมกราคม 2001 หลังจากนั้นก็เกิดอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2007, ธันวาคม 2011, สิงหาคม 2015 และกันยายน 2017
ไพน์ไอส์แลนด์ กลาเซียร์ เป็นหนึ่งในกลาเซียร์ที่ไหลเคลื่อนได้เร็วที่สุดในแอนตาร์กติกา ทุกๆ ปีจะสูญเสียมวลน้ำแข็งไปราว 40,800 ล้านเมตริกตัน จากการแตกตัวเป็นภูเขาน้ำแข็งแล้วถูกกระแสน้ำผลักดันเข้าสู่น่านน้ำที่อุ่นกว่าทำให้เกิดการหลอมละลาย ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นราว 1 มิลลิเมตร ในทุกๆ 8 ปี
แต่ในกรณีที่ ไพน์ไอส์แลนด์ กลาเซียร์ หลอมละลายไปทั้งหมดจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทันที 0.5 เมตร ไอซ์เชลฟ์ หรือหิ้งน้ำแข็ง มีความสำคัญต่อกลาเซียร์ในฐานะเป็นตัวชะลอการไหลเคลื่อนลงสู่ทะเลและให้การหลอมละลายช้าลง
รองศาสตราจารย์เลร์มิทเทอชี้ว่า หากแผ่นน้ำแข็งที่กำลังปริแตกนี้แตกตัวออกจริง ก็จะทำให้แนวริมขอบของไพน์ไอส์แลนด์ กลาเซียร์ ร่นลึกเข้าไปอีกไม่น้อยกว่า 6 กิโลเมตรแน่นอน

