‘วิชัย พรพระตั้ง’ เมื่อมือถือ ซัมซุง มีกล้อง 4 ตัว

21.10.18 | 13:12 น.
วิชัย พรพระตั้ง

กลายเป็นที่ฮือฮาอยู่ไม่น้อย สำหรับแวดวงสมาร์ทโฟน เมื่อซัมซุงประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น กาแลคซี่ เอ9 ที่มีเลนส์กล้องมาด้วยถึง 4 ตัว

ไม่ใช่หน้า 2 หลัง 2 แต่เป็นกล้องหลังเรียงกัน 4 ตัวเลย

และถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มีกล้องมาให้ถึง 4 ตัวแบบนี้

ส่วนอีกรุ่น คือ กาแลคซี่ เอ7 ก็ไม่ได้น้อยหน้า เพราะมีกล้องมาให้ถึง 3 ตัว เรียงกัน 3 เลนส์อยู่ด้านหลังเครื่องเช่นกัน

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวหลังงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ “เอ กาแลคซี่ อีเวนต์” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียว่า ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งใหญ่ของซัมซุง ที่มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในตระกูลเอ อย่างยิ่งใหญ่ ไม่ใช่รุ่นเรือธง อย่าง “เอส” หรือ “โน้ต”

Advertisement

และอย่างที่บอกอยู่ทุกครั้งก็คือ ซัมซุงเองมีการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่ใช่แค่การลงทุนในเฉพาะรุ่นเรือธงเท่านั้น แม้แต่รุ่นรองๆ ลงไป ก็มีการวิจัยและพัฒนา ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นเช่นกัน

โดยในรุ่นกาแลคซี่ เอ9 นั้น ถือเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่มีกล้องถึง 4 ตัว และเลนส์วายด์ 120 องศา สิ่งเหล่านี้ แทนที่จะไปอยู่เฉพาะบนรุ่นที่เป็นเรือธงเท่านั้น แต่ซัมซุงจับมาอยู่ในตระกูลซีรีส์ “เอ” ด้วย

ถือเป็นการวางโพสิชั่นที่ชัดเจนขึ้นของซีรีส์ “เอ”

นายวิชัยกล่าวถึงที่มาของการยกระดับซีรีส์ เอ ขึ้นมาว่า เป็นการดูจากกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก็คือกลุ่มยัง มิลเลนเนียล ที่ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวของตัวเองบนโลกโซเชียล และทำบางอย่างที่คนปกติทั่วไปไม่ทำกัน

ดังนั้น ซัมซุงจะตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร

การใส่เลนส์ 4 เลนส์ ซึ่งประกอบไปด้วย เลนส์ออพทิคอลซูม สำหรับถ่ายภาพระยะไกล, เลนส์อัลตร้า วายด์ (Ultra Wide) สำหรับภาพมุมกว้างพิเศษ, เลนส์หลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัดในทุกสภาพแสง และเลนส์ Depth สำหรับเพิ่มมิติ “หน้าชัดหลังเบลอ” ช่วยให้ภาพถ่ายพอร์ทเทรตสวยงามยิ่งขึ้น ช่วยตอบโจทย์สำหรับคนกลุ่มนี้ ที่ไม่ต้องพกกล้องที่มีเลนส์หลายตัวไป

เมื่อมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้น ก็ใส่นวัตกรรมลงไปในเครื่อง กลายเป็น เอ9 ขึ้นมา

และการแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนรุ่นกลาง อย่าง “กาแลคซี่ เอ” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของซัมซุงในการนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดให้กับสมาร์ทโฟนทุกระดับ ไม่ใช่แต่เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต

นายวิชัยยังได้กล่าวถึงตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันว่า จะเป็นกลุ่มที่เป็นรุ่นเรือธงอยู่ในตลาดราว 20-25 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตลาดกลางอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ และตลาดล่างอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้อดีของซัมซุงก็คือ การมีผลิตภัณฑ์อยู่ในทุกเซ็กเมนต์ และตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าจะวางตำแหน่งของแต่ละเซ็กเมนต์อย่างไร

โดยในรุ่นของเรือธงนั้น แน่นอนว่าจะไม่ลงมาข้างล่างอย่างแน่นอน ส่วนรุนรองลงมานั้น กลุ่มผู้ซื้อก็จะเป็นกลุ่มที่ยอมจ่ายแบบไม่สูงมากนัก แต่อยากได้อะไรที่คุ้ม อย่างเช่นในซีรีส์ “เอ” และสุดท้ายคือกลุ่มเอ็นทรี ที่กลุ่มล่าง ที่เอาอะไรก็ได้ ที่ราคาไม่แพง

สำหรับกาแลคซี่ เอ9 มีจุดเด่นมากมาย โดยเฉพาะการเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกที่มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น คือ 3,800 mAh และสามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลที่มีความจุมากขึ้นถึง 128GB และสามารถเพิ่มความจุด้วย SD Card ได้มากถึง 512GB จอภาพความละเอียดสูง Super AMOLED แบบอินฟินิตี้ไร้ขอบ และระบบเสียง Dolby Atmos Surround Sound

สำหรับราคาขายของ เอ9 อยู่ที่ 19,990 บาท และคาดว่าเครื่องน่าจะพร้อมขายได้ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน

ในส่วนของ กาแลคซี่ เอ7 นั้น มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมเลนส์ Ultra Wide ช่วยในการถ่ายภาพมุมกว้างเท่าที่ตามองเห็น และถือเป็นสมาร์ทโฟนซัมซุงรุ่นแรกที่มีเลนส์ Ultra wide เก็บภาพในมุมกว้างได้ถึง 120 องศา กล้องหน้า-หลังเก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล โดยราคาขายจะอยู่ที่ 10,990 บาท (รุ่น 64 GB) ที่จะเปิดจองตั้งแต่วันที่ 18-25 ตุลาคมนี้ และเริ่มขายตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม

เป็นการรุกตลาดกลางมากขึ้นของซัมซุง ที่จัดนวัตกรรมและเทคโนโลยีใส่มาเต็ม จนนึกว่าเป็นรุ่น “เรือธง” อีกรุ่น