ได้มีโอกาสสัมผัสกับ “ซัมซุง กาแลคซี่ เอ7” ที่มีความพิเศษอยู่ที่กล้อง 3 ตัวเรียงกันอยู่ข้างหลัง แถมด้วยตัวเครื่องที่ดูมันวาว สวยหรู รุ่นที่นำมาทดสอบนี้เป็นรุ่นสีฟ้า สวยงามทีเดียว ด้วยดีไซน์กระจกสุดหรู มีความโค้งมนอันเรียบเนียนและประณีตสอดรับกับองศาของมือ ทำให้จับถนัดมือ แม้ตัวเครื่องจะแสนบาง โดยหน้าจอเป็น Super AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว แบบอินฟินิตี้ ดิสเพลย์ (Infinity Display) แสดงผลได้สีสดใส คมชัด
โดยที่ด้านข้างตัวเครื่องนั้นก็จะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด และอีกด้านหนึ่งจะเป็นปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง และปุ่มปรับระดับเสียง ซึ่งตรงปุ่มเปิด/ปิดเครื่องนี้เอง มีความสามารถตรงที่สามารถใช้เป็นที่สแกนลายนิ้วมือได้ด้วย
ก็จะเป็นการสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง แตกต่างไปจากรุ่นอื่นๆ ที่มักจะสแกนที่ด้านหลังหรือไม่ก็ที่ปุ่มโฮม แต่จริงๆ แล้ว ที่ปุ่มด้านข้างก็ดูจะสแกนสะดวกดีเหมือนกัน
ส่วนระบบเสียงก็มาพร้อมกับเทคโนโลยีเสียงทรงพลัง ดอลบี้ แอตโมส (Dolby Atmos) ที่ให้ระบบเสียงแบบรอบทิศทาง
มาถึงจุดเด่นของเอ7 ซึ่งอยู่ที่การถ่ายภาพ เพราะมีกล้องมาให้ถึง 3 ตัว พร้อมกับเลนส์ อัลตร้า วายด์ (Ultra Wide) ที่ช่วยในการถ่ายภาพมุมมกว้างเท่าที่ตามองเห็น ด้วยมุมกว้างถึง 120 องศา โดยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 24 ล้านพิกเซล แถมยังมี ฟีเจอร์ Scene optimizer (19 รูปแบบ) เช่นเดียวกับใน กาแลคซี่ โน้ต 9 อีกด้วย
โดยกล้องที่ให้มา ก็สามารถถ่ายภาพในโหมดต่างๆ ได้มากมาย แน่นอนว่าโหมดบิวตี้ต้องมีมาด้วย โหมดสโลว์โมชั่น หรือจะเป็นโหมดพาโนรามา
และพลาดไม่ได้กับ เออาร์ อีโมจิ ที่เอาไว้ใส่ สติ๊กเกอร์เก๋ๆ ลงไป เวลาถ่ายภาพ อยากแปลงร่างเป็นกระต่าย หรือหมี หรืออะไรก็แล้วแต่
อันนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ว่า ซัมซุงไม่ได้ขี้เหนียวนวัตกรรมใหม่ๆ และยินดีที่จะจับใส่สมาร์ทโฟนระดับกลางอย่าง เอ7 เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคอย่างเต็มที่
สำหรับแรมของเครื่อง ให้มา 4GB ส่วนหน่วยความจำรอมในเครื่องให้มา 64 GB และสามารถเพิ่มความจุด้วยไมโครเอสดีได้สูงสุดถึง 512 GB
ด้วยแรมและความแรงของเครื่อง ก็เลยทำให้การเล่นเกมต่างๆ ลื่นไหลดีทีเดียว หรือจะเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นหลายๆ แอพพ์สลับกันไปมาก็ไม่มีปัญหา เพราะรุ่นนี้รองรับการทำงานแบบ 2 จอด้วย
รุ่น เอ7 นี้ยังมีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม.อยู่ ส่วนช่องเสียบสายยูเอสบีและเสียบไฟ ยังเป็นยูเอส บี ไทป์-บี เอาจริงๆ ก็คือ ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้นี่ถือว่าเป็นอะไรที่ชอบมาก เพราะว่าชีวิตในทุกวันนี้ ขึ้นอยู่กับทุกอย่างในสมาร์ทโฟนเสียส่วนใหญ่ การใช้ไฟอะไรก็มากขึ้น หูฟังบางทีก็จำเป็น และบางครั้ง มันอาจจะต้องใช้ในเวลาเดียวกัน การแยกไว้ ก็น่าจะยังดีอยู่สำหรับบางคน
นอกเหนือไปจากเครื่องที่ให้สเปกมาเพียบพร้อมขนาดนี้แล้ว ก็ยังสามารถใช้บริการต่างๆ ของซัมซุงได้เต็มที่ ทั้ง Samsung Health, Samsung Pay, Galaxy Gift รวมไปถึงมาตรฐานการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบน็อกซ์ (Knox) อีกทั้งยังได้ขยายขอบเขตแห่งความเป็นไปได้ให้กว้างมากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นศูนย์รวมของอุปกรณ์และบริการต่างๆ ของซัมซุงทุกรูปแบบ อาทิ SmartThings ในการควบคุมอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมต่อ หรือจะเป็นการจัดการต่างๆ ด้วย Bixby ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัวอีกด้วย
ด้วยราคาที่ 10,990 บาท สำหรับรุ่น 64GB ก็ถือได้ว่า คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มากับเครื่อง เพราะอย่างที่บอกว่า ตัวเครื่องดูสวยหรูและดูดีมีระดับไม่น้อย แถมยังมีกล้องมาให้ตั้ง 3 ตัว ใครที่อยากสนุกกับการถ่ายภาพสวยๆ จัดไปเลย

