จะเรียกว่าปฏิวัติวงการกล้อง Action Camera ก็ไม่น่าจะผิดนัก เมื่อ GoPro เปิดตัว GoPro รุ่นใหม่อย่าง GoPro Hero7 Black ที่เพิ่มความสามารถจากรุ่นเก่าอย่างมากมาย
แน่นอนว่าฟีเจอร์ต่างๆ ที่เรียกว่าเป็น GoPro DNA ที่มีอยู่แล้วใน GoPro หลายๆ รุ่นก่อนหน้านี้อย่างการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps การถ่ายวิดีโอ Super Slowmotion ความละเอียด 1080p ที่ 240fps กันน้ำลึก 10 เมตร สั่งงานด้วยเสียง รวมถึงกันฝุ่นกันกระแทกนั้นยังคงอยู่
สิ่งใหม่ที่เรียกเสียงฮือฮาในวงการ Action Camera เลยก็คือฟีเจอร์ใหม่ๆ เริ่มต้นกันด้วยระบบกันสั่นที่เรียกว่า “HyperSmooth”
HyperSmooth เป็นระบบกันสั่นที่ใช้ Software ในตัวเครื่องคำนวณเพื่อลดความสั่นไหวได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้การถ่ายวิดีโอในสถานการณ์ต่างๆ ทำได้อย่างนุ่มนวลโดยไม่ต้องใช้ Gimbal เลยทีเดียว
จากการทดลองใช้ HyperSmooth สามารถลดการสั่นไหวของวิดีโอได้อย่างดีเยี่ยม และยังคงเก็บการเคลื่อนไหวแบบเอียงไปมาได้อย่างสมจริงอยู่ ถือว่าจุดนี้น่าจะดึงลูกค้า GoPro รุ่นเก่าให้อัพเกรดมาเป็น GoPro Hero7 Black ได้ไม่ยาก
นอกเหนือจากการพัฒนาระบบเสียงที่ตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้น อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ GoPro Hero7 Black ใส่เข้ามาและสร้างความตื่นเต้นได้เช่นกันก็คือ ฟีเจอร์ TimeWarp การถ่ายภาพนิ่งในแบบเคลื่อนตัวกล้องไปเรื่อยๆ และนำมารวมกันเป็นวิดีโอ ที่เราอาจรู้จักกันมาก่อนแล้วจากการถ่ายภาพแบบ “Hyperlapse”
แต่สำหรับฟีเจอร์ TimeWarp นั้นเหนือกว่าวิธีการเดิมๆ ที่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง ขยับระยะไปครั้งละเท่าๆ กัน และต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง แต่สำหรับ TimeWarp นั้นเพียงเราถือ GoPro Hero7 Black เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องสนใจความนิ่งของตัวกล้องหรือการสั่นไหว ตัวกล้องก็สามารถทำงานร่วมกับระบบกันสั่น HyperSmooth สร้างวิดีโอแบบ Hyperlapse ที่เป็นมุมมองใหม่ที่น่าสนใจได้อย่างไม่ยาก และใครๆ ก็ทำได้
นอกจากการถ่ายวิดีโอแล้ว ระบบการถ่ายภาพนิ่งที่ 12MP ของ GoPro Hero7 Black ก็ยังมีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมาที่เรียกว่า SuperPhoto ระบบการถ่ายภาพสุดฉลาดที่ใช้ AI ในการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพวิว ภาพเซลฟี่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความเปรียบต่างของแสงสูง ระบบก็สามารถถ่ายภาพในแบบ HDR เก็บรายละเอียดทั้งส่วนมืดส่วนสว่างได้อย่างสวยงาม
GoPro Hero7 Black อัพเกรดระบบ User Interface หรือ UI ให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น สามารถใช้การสัมผัสปัดซ้ายขวา รวมถึงปัดขึ้นลงเพื่อเปลี่ยนโหมดและเข้าสู่การตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตอบสนองกับการสัมผัสนั้นยังทำได้ไม่ลื่นไหลมากเหมือนกับสมาร์ทโฟน
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่นับเป็นครั้งแรกในกล้อง Action Camera ก็คือการที่ GoPro Hero7 Black ใส่ระบบ LiveStreaming เข้ามาด้วย ทำให้เราสามารถ Live ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กด้วยกล้อง GoPro ได้เป็นครั้งแรก โดยวิธีใช้งานจำเป็นต้องเชื่อมต่อกล้อง GoPro กับ GoPro App ในสมาร์ทโฟนของเราก่อนแล้วก็เข้าไปตั้งค่าโดยสามารถ Live ผ่าน Data ของโทรศัพท์ของเราก็ได้ หรือจะสั่งให้ GoPro Live ผ่านสัญญาณ Wifi ใกล้เคียงก็ได้ เรียกได้ว่าทำให้การ Live ทำได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องจับโทรศัพท์มือถือเลยก็ได้
เรียกได้ว่ากล้อง GoPro Hero7 Black นับเป็นกล้องที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งาน Action Camera อยู่แล้ว และอยากอัพเกรดความสามารถของกล้องขึ้นมา รวมไปถึงผู้ใช้งานทั่วไปไม่เฉพาะสายเอ็กซ์ตรีมเท่านั้น แต่ก็สามารถถ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน กับราคาค่าตัวที่ 14,500 บาท
นอกจากนี้ GoPro ยังเปิดตัวกล้อง GoPro Hero7 ในราคาประหยัดมาด้วยอย่าง GoPro Hero7 Silver ที่ตัดฟีเจอร์อย่าง HyperSmooth TimeWarp และ LiveStream ออกไปในราคา 10,800 บาท รวมไปถึงรุ่นประหยัดลงไปอีกอย่าง GoPro Hero7 White ที่ถ่ายวิดีโอได้ที่ 1080p 60fps ในราคา 7,200 บาท โดยทุกตัวสามารถกันน้ำลึก 10 เมตรได้เช่นกัน

