มหัศจรรย์การ์ตูน : ตัวเลือกแค่ไหนถึงจะเลือกได้กำลังดี : โดย วินิทรา นวลละออง

28.10.18 | 12:39 น.

ถ้าต้องซื้อของสักชิ้น เราชอบให้มีตัวเลือกเยอะๆ เพื่อเปรียบเทียบใช่ไหมคะ แต่ในบางกรณีตัวเลือกเยอะเกินไปก็อาจทำให้เลือกลำบากขึ้นเช่นกัน นักศึกษาสาวคนหนึ่งมาปรึกษาจิตแพทย์เพราะกังวลว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้า เธอมีอาการเบื่อหน่ายชีวิต ไม่อยากไปเรียน ไม่อยากไปเจอหน้าเพื่อน ง่วงนอนตอนกลางวัน แต่กลางคืนกลับนอนไม่หลับ อาการนี้เริ่มต้นเมื่อราว 3 เดือนก่อนที่เธอได้พบเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งในชมรม รุ่นน้องหนุ่มคนนี้เป็นคนอัธยาศัยดีและยินดีพูดคุยรับฟังเมื่อเธอไปปรึกษาปัญหา ต่อมารุ่นน้องก็แสดงออกว่าอยากขอเธอเป็นแฟน ซึ่งเธอก็แอบมีใจให้อยู่มากทีเดียว ติดปัญหาสำคัญตรงที่เธอมีแฟนอยู่แล้ว แฟนของเธอเดิมเป็นรุ่นพี่ในคณะ ตอนนี้เรียนจบและมีงานทำเรียบร้อยแล้ว จึงอาสาออกค่าหอพักและค่าเทอมให้เธอด้วย เธอยังรู้สึกผูกพันกับแฟนอยู่ เพราะคบหากันมานานและแฟนก็ช่วยเหลือเรื่องการเงินและเรื่องจุกจิกอื่นๆ อย่างเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโทรศัพท์ ดังนั้น จะเลิกกับแฟนเพื่อคบกับรุ่นน้องก็เสียดายความสัมพันธ์ แต่จะเลิกกับรุ่นน้องก็เสียดายเพราะอุตส่าห์ได้พบคนที่รู้สึกถูกชะตามากขนาดนี้แล้ว

“ดูเหมือนคุณมี 2 ทางเลือกที่ตัดสินใจไม่ได้”

“ที่จริงมีสามค่ะ พ่อกับแม่หนูไม่อยากให้มีแฟน อยากให้หนูตั้งใจเรียน ที่คบกับแฟนคนเก่าหนูก็ต้องแอบๆ ไม่บอกที่บ้าน”

“แล้วคุณคิดว่าจะเลือกทางไหนในสามทางนี้ดีคะ”

“ทีแรกหนูก็คิดว่าจะเลิกทั้งคู่ไปเลยจะได้ตัดปัญหา ถ้าเลิกก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ แต่หนูก็เสียดายพี่ที่คบกันมานาน แล้วก็เสียดายรุ่นน้องที่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด”

Advertisement

“ดูเหมือนทุกทางมีข้อเสีย แต่คุณยังไม่ได้คิดถึงอีกทางหนึ่งคือทำเหมือนเดิม คบแฟนคนเดิมแล้วก็เป็นเพื่อนกับรุ่นน้องโดยไม่ต้องเป็นแฟน”

“หนูว่าหนูไม่อยากเป็นเพื่อน หนูอยากเป็นแฟน แต่ไม่รู้จะพูดกับแฟนเก่ายังไงดี”

“ฟังดูหนูมีคำตอบในใจอยู่แล้ว คือหนูอยากเป็นแฟนกับรุ่นน้อง ถ้าอย่างนั้นหนูก็ต้องบอกความจริงกับแฟนเก่า”

“แต่แฟนเก่าก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเหมือนกัน หนูก็ไม่ควรเลิกกับเขา”

เอาล่ะค่ะ ดูเหมือน 4 ทางเลือกก็ยังไม่เพียงพอเพราะเธอยังเลือกไม่ได้เสียที การคุยครั้งนี้จึงจบลงที่ให้ยาคลายกังวลไปกินเวลามีความกังวล ส่วนเรื่องตัดสินใจเลือก เอาไว้สติสตังดีๆ ค่อยมาคุยกันใหม่ หนึ่งเดือนต่อมาเธอก็กลับมาพร้อมกับสีหน้าสดชื่นขึ้น เธอตกลงไม่คบกับรุ่นน้องและยังคงคบกับแฟนเก่าเช่นเดิม ด้วยเหตุผลว่าเธอต้องการคนดูแลเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันซึ่งแฟนทำได้แต่รุ่นน้องทำไม่ได้ เธอบอกว่าไม่ใช่เธอเลือกทางนี้แต่เป็นเพราะเธอไม่มีทางเลือกต่างหากจึงต้องเลือกทางที่มั่นคงและมั่นใจที่สุด

ดูเหมือนว่าทางเลือกยิ่งเยอะกลับยิ่งเลือกยาก พอไม่มีทางเลือกหรือเหลือทางสุดท้ายกลับทำใจเลือกได้ง่ายกว่าที่คิด คุณชิโร่ก็เลือกทรงผมได้ง่ายขึ้นเมื่อไม่มีทางเลือกเหมือนกันค่ะ “เมื่อวานเจ๊ทานอะไร” เล่ม 12 การ์ตูนผู้หญิงที่กล่าวถึงชีวิตคู่เกย์หนุ่มวัยกลางคนซึ่งเชื่อมโยงเหตุการณ์แต่ละวันกับมื้ออาหารในวันนั้น ในตอนนี้คุณชิโร่ซึ่งเป็นทนายความบอกให้แฟนหนุ่มเคนจิซึ่งเป็นช่างทำผมช่วยตัดผมให้ เคนจิตัดผมแสกข้างแบบ 9:1 คือแบ่งผมส่วนใหญ่ให้ปัดไปบังศีรษะด้านบน เป็นทรงที่วัยรุ่นกำลังฮิตกัน ชิโร่บอกว่าไม่น่าแสกแบบนี้เลย น่าจะแสก 8:2 เหมือนเดิมซึ่งดูวัยรุ่นกว่า หรือ 7:3 ที่ทำให้ดูวัยรุ่นขึ้นไปอีก แต่ไม่อยากเปลี่ยนเป็นแบบแสกกลาง 5:5 เพราะไม่เคยทำทรงนี้มาก่อน ในที่สุดเคนจิก็ต้องบอกว่าเปลี่ยนแสกผมให้แบบนี้เพราะหวังดีหรอก คุณชิโร่น่ะผมบางแล้ว แสก 9:1 จะช่วยทำให้ผมบนศีรษะดูหนากว่า ก็เป็นอันว่าเข้าใจ ไม่ได้ให้เลือกแต่เป็นเพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ต่างหาก

ปัญหาทางเลือกมากเกินไปหรือ “choice overload” เป็นปัญหาของคนรุ่นใหม่ที่ผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็พยายามทำออกมาหลายแบบให้ตรงความต้องการของลูกค้ามากที่สุด อย่างไรก็ตาม ถ้ามีทางเลือกให้ผู้บริโภคมากเกินไปอย่างตอนที่จะซื้อสบู่แล้วพบว่ามีเรียงรายอยู่เป็นสิบยี่ห้อบนชั้น แต่ละยี่ห้อยังมีอีก 4-5 กลิ่นด้วย เราจะเกิดอาการตะลึงหรือ “freezing” และไม่เลือกอะไรเลยก็ได้ ศ.เอียนการ์ และ ศ.เลปเปอร์ ได้ลองทำงานวิจัยด้วยการให้อาสาสมัครเลือกตัวอย่างแยม 6 ชนิดจาก 6-12-24 ชนิด ระหว่างนั้นก็สแกนดูการทำงานของสมองไปด้วย ผลพบว่าขณะเลือกมีการทำงานของสมองเพิ่มขึ้น 2 ส่วน ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เมื่อตัดสินใจและประเมินคุณค่าของสิ่งนั้น สมองจะทำงานมากขึ้นสูงสุดเมื่อต้องเลือกจาก 12 ชนิด และทำงานน้อยกว่าเมื่อต้องเลือกจาก 6 และ 24 ชนิด ผู้วิจัยสรุปว่ายิ่งทางเลือกมากเราจะยิ่งกังวลมากขึ้นเมื่อต้องตัดสินใจ จำนวนทางเลือกที่กำลังดีคือ 8-15 ทาง เพื่อให้เราได้ประเมินคุณค่าและความคุ้มค่าโดยไม่ตะลึงเกินไปนัก

สำหรับทางเลือกของชีวิต จากประสบการณ์พบว่าคนที่คิดไม่ตกหรือเลือกไม่ได้มักเป็นเพราะอยู่ในช่วงวิตกกังวลอย่างมาก ทำให้มองเห็นทางเลือกอยู่แค่ 1-2 ทางเท่านั้น แต่เมื่อใดที่กังวลน้อยลงและเริ่มมีสติ ทางเลือกอื่นๆ จะออกมาให้เลือกอีกมาก อาจเป็นทางที่ตอนแรกคิดว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ดีด้วยซ้ำ ดังนั้น แทนที่จะเครียดกับการตัดสินใจเลือกไม่ได้เสียทีของตัวเอง ลองตั้งสติให้ดีๆ และใจเย็นๆ ลงก่อน เดี๋ยวทางเลือกดีๆ จะตามมาเองค่ะ