ไอโฟน เท็นเอส แม็กซ์ (iPhone Xs Max) เป็นหนึ่งในไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากแอปเปิล ที่แอปเปิลจับนวัตกรรมต่างๆ มาใส่เอาไว้มากมาย รวมไปถึงเรื่องของการถ่ายภาพ โดยรุ่นแม็กซ์นี้มีขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำไอโฟนมา และจอภาพเป็นซุปเปอร์ เรตินา เป็น OLED
ส่วนตัวเครื่องเป็นกระจกรอบด้าน ซึ่งถือเป็นกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน ส่วนขอบเป็นสแตนเลสสตีล เกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรมที่ผ่านมาตัดแต่งรูปทรงอย่างแม่นยำมา ให้ความสวยงามของขอบของเครื่องอย่างมาก และด้วยความที่ด้านหลังเครื่องเป็นกระจก ทำให้ตัวเครื่องสามารถชาร์จไร้สายได้
ไอโฟน เท็นเอส แม็กซ์นี้สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ระดับ IP6/8 คือสามารถอยู่ในน้ำลึกไม่เกิน 2 เมตร ได้ไม่เกิน 30 นาที คือจริงๆ แล้วระดับกันน้ำนี้ก็เอาไว้สำหรับการกันน้ำกระเซ็น จะเป็นน้ำกาแฟ หรือเครื่องดื่มก็สามารถกันได้
ชิปที่ใช้เป็น เอ12 ไบโอนิก ซึ่งเป็นชิปอันทรงพลังที่มาพร้อมกับความฉลาดและนิวรอล เอ็นจิ้น แบบ 8 คอร์ การควบคุมระยะชัดลึกในการถ่ายภาพบุคคลที่ให้ความสวยงามและยังให้ความรวดเร็วลื่นไหลในการทำงาน โดยประสิทธิภาพกราฟิกที่เร็วขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ การทำงานเร็วขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ใช้พลังงานน้อยลง 50 เปอร์เซ็นต์
และแน่นอนว่า รุ่นเท็นไม่มีปุ่มโฮมมาให้ ดังนั้นก็จะไม่มีฟีเจอร์สำหรับสแกนลายนิ้วมือแล้ว ก็จะเหลือแค่การ กรอกรหัสผ่าน กับการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกเครื่อง ซึ่งมีความแม่นยำอย่างมาก ด้วยกล้องหน้าทรูเดพธ์ ความละเอียดถึง 7 ล้านพิกเซล
โดยเริ่มต้นการทำงานก็เหมือนเดิม คือต้องตั้งค่ารหัสผ่านก่อนแล้วจึงตั้งค่าใบหน้าสำหรับปลดล็อกได้ และที่เพิ่มเติมขึ้นมา คือเราสามารถตั้งค่าใบหน้าปลดล็อกได้ 2 ใบหน้า เผื่อเอาไว้ว่าสำหรับบางคนที่อาจจะต้องมีการแต่งหน้าจัดๆ อยู่บ่อยๆ จนใบหน้าแตกต่างไปจากเดิมมาก ก็ตั้งไว้ 2 ใบหน้าได้เลย หรืออย่างผู้ปกครองทั้งหลายที่ต้องการให้จำใบหน้าของผู้ปกครองไว้ 1 ใบหน้าด้วย นอกเหนือจากใบหน้าของบุตรหลานที่ใช้เครื่อง ก็สามารถทำได้
ซึ่งนอกเหนือไปจากการปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้าแล้ว ก็ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ปลดล็อกเพื่อการปลดล็อกอื่นๆ อย่างเช่น การเข้าใช้แอพพลิเคชั่นบางอย่าง เช่น พวกเอ็มแบงกิ้งทั้งหลาย หรือแม้แต่การโหลดแอพพลิเคชั่น เป็นต้น
ถามว่าความเด่นของเฟซไอทีอยู่ที่ไหน ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังกล้องทรูเดพธ์นั่นเอง ด้วยตัวฉายจุดแสงที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นกว่า 30,000 จุด ที่จะถูกฉายลงบนใบหน้าเพื่อสร้างแผนผังโครงสร้างใบหน้าของคุณที่ไม่ซ้ำกับใคร และกล้องอินฟราเรด ที่อ่านรูปแบบจุดบนใบหน้าจับภาพอินฟราเรดแล้วส่งข้อมูลไปยังซีเคียวร์ เอ็นเคลฟ ในชิป เอ12 ไบโอนิก เพื่อยืนยันใบหน้าที่ตรงกัน และอิลลูมิเนเตอร์มุมกว้าง ด้วยแสงอินฟราเรดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จะช่วยบอกว่าใบหน้านั้นคือใบหน้าของคุณ “แม้จะอยู่ในที่มืด”
อันนี้ต้องบอกว่า ใช่เลย เพราะจากการทดลองปลดล็อกในขณะที่เพิ่งตื่น ทั้งที่ปกติใส่แว่น แต่เพิ่งตื่น ในเวลาที่ยังมีแสงน้อย และไม่ใส่แว่น เครื่องก็สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว อาศัยเพียงอย่างเดียวคือการเป็นใบหน้าเราจริงๆ และต้อง “ตั้งใจ” มองไปที่เครื่อง
และแม้แต่การถ่ายภาพบุคคล หรือพอร์เทรตโหมดจากกล้องหน้า เราก็ยังสามารถถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ และยังสามารถมาปรับความเบลอได้มากน้อยตามที่ต้องการได้ทีหลังอีกด้วย เช่นเดียวกับกล้องหลังที่ให้มา
ในส่วนของกล้องหลังนั้นเป็นกล้องคู่ ที่ให้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์หนึ่งเป็นเลนส์มุมกว้าง f/1.8 และอีกเลนส์ เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ f/2.4 ด้วย HDR อัจฉริยะ จะช่วยถ่ายทอดรายละเอียดในภาพได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น การถ่ายภาพแม้ในที่แสงน้อย หรือห่างไกลมากๆ ก็ยังคงสามารถเก็บรายละเอียดได้หมด และยังมาพร้อมกับ OIS คู่ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอล ที่ทำให้การถ่ายภาพเคลื่อนไหวง่ายยิ่งขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าภาพที่ได้ออกมาจะสั่นคลอนตามการเคลื่อนไหว ด้วยวิดีโอที่ถ่ายได้ระดับ 4เค เลยทีเดียว
ลูกเล่นของไอโฟน เท็นเอส แม็กซ์ยังมีอีกเยอะ โดยเฉพาะในเรื่องของกล้อง ที่เล่นกันได้ทั้งวันอย่างสนุกสนาน และถ่ายภาพได้สวยอย่างง่ายดาย ไม่ใช่ได้ภาพถ่ายแบบเว่อร์ๆ มา
ถามว่าราคาที่ขายอยู่แพงไหม ก็ต้องบอกว่าราคาถือว่าสูงอยู่ แต่ก็อยากให้ลองดูประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องว่าคุณพึงพอใจที่จะแลกกับมันมาหรือไม่ ถ้าพอใจ และเงินในกระเป๋ามีพอแบบไม่เดือดร้อนใคร ก็จัดไป

