อุ่นไอรัก วันที่ 4 คึกคัก ปชช.แห่อุดหนุน ผ้าศิลปาชีพ ราคาย่อมเยา

12.12.18 | 17:22 น.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทุกสารทิศ พร้อมใจแต่งกายด้วยชุดไทยโบราณ ชุดสุภาพ ไปเที่ยวชมงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ซึ่งเปิดเป็นวันที่ 4 โดยประชาชนต่างให้ความสนใจเข้าชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจต่างๆ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1-10 การจัดแสดงเรือพระราชพิธีจำลอง รวมถึงการช้อปชิมอาหารเลิศรสที่คัดสรรมาในตลาดเดินชิมริมทาง อีกทั้งได้ช้อปของที่ระลึกของฝากจากร้านค้าของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ อย่างร้านจิตอาสา 904 ที่จัดจำหน่ายเสื้ออุ่นไอรักลายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สีเหลือง ฟ้า และชมพู ซึ่งขายวันละประมาณ 1,500 ตัว ปรากฏว่าถูกซื้อจนหมดเกลี้ยงทุกสีทุกไซส์เพียงเปิดงานแค่ 2 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ภายในร้านยังมีขายกระติกน้ำดื่มแบบพกพาสะดวกอุ่นไอรักลายฝีพระหัตถ์ ถุงผ้าอุ่นไอรักลายฝีพระหัตถ์ ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจต่อแถวเข้าซื้อเป็นจำนวนมาก

ส่วนที่ร้านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก็ได้รับความนิยมจากประชาชนที่มาซื้อผ้าไหม ราคาตั้งแต่ 300-2,000 บาท จากราคาเริ่มต้นปกติ 700 บาท นำกลับไปตัดเย็บชุดไทยเป็นจำนวนมาก ภายในร้านยังมีจำหน่ายผ้าฝ้าย ผ้าขาวม้า ดอกไม้ประดิษฐ์ ตลอดจนงานหัตถกรรมต่างๆ ในราคาไม่แพง


ทั้งนี้ กองอำนวยการร่วมจัดงานอุ่นไอรักฯ แจ้งยอดประชาชนมาร่วมงานอุ่นไอรักฯ ตลอดวันที่ 11 ธันวาคม มีจำนวน 17,590 คน รวม 3 วันมีจำนวนทั้งสิ้น 52,169 คน

Advertisement

นางแฉล้ม สุขแสงจันทร์ อายุ 72 ปี ชาวอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี มาในชุดไทย ใช้โอกาสระหว่างรอพบแพทย์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี มาเดินเที่ยวชมงานอุ่นไอรักพร้อมลูกๆ กล่าวว่า ได้เดินชมรอบๆ ชอบทุกอย่างเพราะสวยไปหมด หลายอย่างเคยเห็นแค่ในทีวี วันนี้ได้มาดูของจริง สวยงามกว่าที่คิดไว้มาก แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่แต่งกายชุดไทย ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆตอนเด็ก ช่วงนั้นยังมีการนุ่งโจงกระเบน ใสเสื้อคอกระเช้า กินหมากพลู รู้สึกดีใจที่ยังคงมีการอนุรักษ์อดีตไว้

นางแฉล้ม สุขแสงจันทร์

“มางานนี้ยังทำให้ดิฉันนึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 จาก ในพระราชดำริมากมาย ที่นำมาจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ซึ่งถ้าพูดถึงพระองค์แล้วถือเป็นที่สุดของชีวิต คงหาอะไรเปรียบไม่ได้ จึงอยากให้เด็กและคนรุ่นใหม่ได้มาซึมซับบรรยากาศไทยโบราณ และสำนึกพระมหากรุณาธิคุณสถาบันพระมหากษัตริย์ในงานนี้กันมากๆ” นางแฉล้มกล่าว

ด้าน นางสาวนภาพร บุตรสี มาพร้อมเพื่อน นางสาวเจนจิรา บุญวิเทียน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการการจัดการ มรภ.สวนสุนันทา กล่าวร่วมกันว่า หลังจากสอบเสร็จก็ชวนกันมาเที่ยวงานอุ่นไอรักฯ ตั้งใจจะมาหาขนมให้โบราณกิน เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ซึ่งมีขายในงานรวมถึงอาหารโบราณต่างๆ และจากที่เดินชมงานทั้งหมด ประทับใจมากตั้งแต่การตกแต่งพื้นที่ การบริหารจัดการต่างๆ โดยเฉพาะการจัดนิทรรศการรัชกาลที่ 1-10 ผ่านเลโก้ที่นำมาต่อกันอย่างสวยงามมาก รวมถึงเรือพระราชพิธีจำลองที่เคยดูการเห่เรือแต่ในทีวี แต่ได้มาเห็นกับตาจริงๆที่งานนี้ ถือว่าการมาในงานนี้ได้อะไรกลับไปมากมาย ทั้งความรู้ความประทับใจซึ่งหาได้ยากในชีวิต จึงคิดว่าจะกลับมาเที่ยวงานอีกหากมีโอกาส

“ถือว่างานนี้ได้ทำให้ประชาชนได้ใกล้ชิดสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น ผ่านนิทรรศการต่างๆที่ทำออกมาอย่างสวยงาม มีคำอธิบาย ภาพประกอบจนเห็นภาพ ซึ่งหลายสิ่งยอมรับว่ายังไม่เคยรู้มาก่อน ฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนคนไทยมาเที่ยวงานนี้” นาวสาวนภาพรและนางสาวเจนจิรากล่าว

นางสาวนภาพร บุตรสี มาพร้อมเพื่อน นางสาวเจนจิรา บุญวิเทียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มาออกร้านภายในบริเวณสนามเสือป่า โดยภายในร้านได้จัดสร้างเป็นโรงภาพยนตร์ย้อนยุคชื่อว่า “โรงภาพยนตร์ประชาภิรมย์” เปิดจำหน่ายบัตรในราคา 250 บาท ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุก ด้วยการสวมบทบาทในฐานะนักแสดงรับเชิญเรื่อง“สายน้ำแห่งรัก” แต่งกายในชุดย้อนยุคร่วมฉากย้อนอดีตกับนักแสดงนำของเรื่องอย่าง ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ และ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ทั้งนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับโปสเตอร์ภาพยนตร์และภาพยนตร์ที่ระลึกที่จะมีภาพและชื่อของตนเองในฐานะนักแสดง ความยาว 5 นาที ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชพิธีการเปิดสะพานพระพุทธยอดฟ้าในสมัยรัชกาลที่ 7 และเรื่องราวความผูกพันของสายน้ำและวิถีชีวิตคนไทย ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายมอบเป็นการกุศล