หาชมยาก ‘เลโก้’ เล่าเรื่องพระราชกรณียกิจ 10 แผ่นดิน ความตระการตา ในงานอุ่นไอรักฯ

เลโก้
พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ใช้เลโก้นับแสนชิ้น

นับเป็นโอกาสพิเศษ ที่คนไทยจะได้ชมประติมากรรมจาก เลโก้ บอกเล่าเรื่องราวพระราชกรณียกิจใน 10 รัชกาล ณ งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์

เลโก้ – ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานพระราชานุญาต ให้จัดงานฤดูหนาวแบบย้อนยุคขึ้นมา เพื่อสะท้อนความงดงามของประเพณีวัฒนธรรมและศิลปะแบบไทยๆ ภายใต้ชื่อ “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า

พระสาทิสลักษณ์ ต่อขึ้นด้วยเลโก้
สร้างบ้านแปลงเมือง โดย มลสิทธิ์ อุไรสมสุรัต

ท่ามกลางความตระการตาของสถาปัตยกรรมไทย ที่รายล้อมในบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ทั้ง พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ หรือ เรือพระที่นั่ง 4 ลำที่จำลองขึ้นมา ในบรรยากาศที่ผู้คนต่างแต่งกายด้วยชุดไทย ย้อนยุค ที่อาคารเลโก้ ยังได้มีชุดนิทรรศการ ที่นำเอาตัวต่อที่คนทั่วโลกนิยม มารังสรรค์ขึ้นเป็นสถาปัตยกรรม ที่สำคัญๆ ในแต่ละรัชสมัย ในนิทรรศการ สายน้ำ สืบสาน สายธารไทย

นิทรรศการเปิดตัวด้วย พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท อันยิ่งใหญ่ สูง 1.5 เมตร กว้าง 2 เมตร ก่อนจะไล่เรียง พระราชกรณียกิจในแต่ละรัชสมัย เริ่มจาก แผ่นดินรัชกาลที่ 1 คือการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ และการสร้างบ้านเมือง ที่ได้เห็นป้อมปราการ พระราชวังและวัด โดยมลสิทธิ์ อุไรสมสุรัต

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ในรัชกาลที่ 9

รัชกาลที่ 2 คือ อุทยานร.2 และจำลองฉากในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ตอนยกรบ โดย เกษม ทรัพย์ไพศาล ขณะที่รัชกาลที่ 3 ก็ได้เห็นตลาดการค้าของชาวไทยและชาวจีน ริมท่าเรือ ทั้งยังมีเรือสำเภาขนาดจำลอง โดย พงศ์ปริชญ์ สิทธิศาสตร์ ขณะที่ ในช่วงรัชกาลที่ 4 ได้หยิบยกเหตุการณ์ที่บ้านหว้ากอ และหอชัชวาลเวียงชัย มาให้ได้ชม ผลงานของ กุลพงษ์ สุขเกิด

ต่อเนื่องถึงรัชกาลที่ 5 เลโก้ได้เล่าเรื่องราว การรถไฟไทย กรมไปรษณีย์ไทย การไฟฟ้าและการประปานครหลวง จากการรังสรรค์ของ พงษ์สิทธิ์ รัตนกรวิทย์ ขณะที่แผ่นดินรัชกาลที่ 6 เราได้เห็น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และกิจการลูกเสือ ของ เกษม ทรัพย์ไพศาล ,

“สะพานพุทธ” ถือเป็นประติมากรรมที่เป็นสัญลักษณ์สมัยรัชกาลที่ 7 ได้เป็นอย่างดี วรุฒม์ กฤษณะรักษ์ จึงได้นำสะพานพุทธ มาประกอบสร้างอย่างลงตัว ขณะที่รัชกาลที่ 8 พงศ์ปริชญ์ สิทธิศาสตร์ ผู้จัดทำได้นำเอาเยาวราช และสำเพ็ง มาบอกเล่าเรื่อง ถัดมาที่สมัยรัชกาลที่ 9 เรามีโครงการช่างหัวมัน กังหันชัยพัฒนา ผลงานการรังสรรค์ร่วมกัน ของ กุลพงษ์ สุขเกิด ,จันทร์ธิมา มูลิกากร และ พงศ์ปริชญ์ สิทธิศาสตร์

รามเกียรติ์ ตอนยกรบและบ้านเรือนไทย โดย เกษม ทรัพย์ไพศาล
แต่งสำเภาค้าขาย โดยปี่ พงศ์ปริชญ์ สิทธิศาสตร์
สุริยุปราคาที่หว้ากอและหอชัชวาลเวียงชัยในเขาวัง โดยคุณกุลพงษ์ สุขเกิด
ไปรษณียาคาร การประปา การรถไฟ โดย พงษ์สิทธิ์ รัตนกรวิทย์

ปิดท้ายด้วยในแผ่นดินรัชกาลที่ 10 กับโครงการจิตอาสา ไบค์ อุ่นไอรัก และโรงครัวพระราชทาน โดย  กุลพงษ์ สุขเกิด

นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดง เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลอง เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 รวมถึงโลหะปราสาท และ เรือนยอดบรมมนังคลานุสรณีย์ ให้ได้ชื่นชม เช่นเดียวกับพระบรมสาทิสลักษณ์ ของกษัตริย์ทั้ง 10 รัชกาล ที่รังสรรค์ขึ้นจากเลโก้ ก็ได้นำมาประดิษฐานไว้ให้ได้ชม


โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยเกษม ทรัพย์ไพศาล
สะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยวรุฒม์ กฤษณะรักษ์
การลูกเสือไทย โดยเกษม ทรัพย์ไพศาล
ย่านสำเพ็งและเยาวราช โดย พงศ์ปริชญ์ สิทธิศาสตร์

ทั้งหมดนี้ บอกเล่าเรื่องราวผ่านเลโก้เกือบ 4 แสนชิ้น ในเวลานับ 3 เดือน

กุลพงษ์ สุขเกิด ตัวแทนกลุ่มผู้ต่อชิ้นงานเลโก้ชุดนี้ เผยว่า ประติมากรรมเลโก้ชุดนี้ใช้คนทำ 8 คน โดยแบ่งให้แต่ละคนทำในช่วงแต่ละรัชกาล ส่วนผม รับผิดชอบ สมัย ร.4 ร.9 และ ร.10 โดยนับแต่รู้ว่าจะได้ทำ ก็ต้องสั่งของจากต่างประเทศ และค่อยๆ ต่อไปทีละส่วน แน่นอนต้องมีใช้คอมพิวเตอร์ช่วยวัดสเกล แต่ที่เหลือก็ใช้ฝีมือคน พยายามจะไม่ใช้กาวเพราะจะทำให้งานเสีย เริ่มต่อไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 รัชกาล ใช้เวลาเกือบ 3 เดือน ส่วนเรือทั้ง 2 ลำนั้น ทั้ง 8 คนต่างช่วยกันทีละส่วน จนมาประกอบเป็นชิ้นสำเร็จ

ส่วนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทนั้น กุลพงษ์ เล่าว่า เป็นผลงานของนักต่อเลโก้ชาวฮ่องกง Vincent Cheung ที่ต่อขึ้นจากความชอบ โดยหาข้อมูลจากหนังสือภาพ ผ่านเลโก้ 1 แสนชิ้น ใช้เวลาถึง 2 เดือน ซึ่งเขาที่ไม่เคยมาเมืองไทย จนกระทั่งได้มางานนี้ เขาจึงได้เห็นของจริงกับตา

ซึ่งแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขา ต่องานประติมากรรมไทย แต่ก็บอกว่า ไม่ได้ยากเกินความสามารถ แต่ละคนอาจใช้เทคนิคไม่เหมือนกัน อยู่ที่วิธีการ และกล่าวต่อด้วยว่า งานนี้ถือเป็นความภูมิใจที่สุด

โครงการชั่งหัวมันและฝนหลวง โดยลพงษ์ สุขเกิด ,จันทร์ธิมา มูลิกากร และ พงศ์ปริชญ์ สิทธิศาสตร์
จักรยานอุ่นไอรัก จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ หน่วยแพทย์พระราชทานโรงครัวพระราชทาน โดยกุลพงษ์ สุขเกิด

“ที่ได้มาทำงานนี้ เพราะอยากให้เรื่องพระราชกรณียกิจเข้าถึงเด็กๆ ได้ง่าย ซึ่งเลโก้ เป็นอะไรที่ใหม่ อาจดึงดูดให้เด็กสนใจได้ อย่างเสาร์ อาทิตย์ เราจัดให้มีการเวิร์กช็อปต่อเลโก้ ซึ่งหากทำสำเร็จก็ให้เลโก้นั้นไป ทำให้เขารู้จักสิ่งที่เราทำ หรือแม้แต่โมเดลพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่โชว์ ก็ได้รับคำชมว่าดูได้ง่าย ทำให้พวกเรารู้สึกภูมิใจ และตื้นตันใจ ที่ได้สนองเบื้องพระยุคลบาท” กุลพงษ์เผย

นอกจากนี้ เหล่าทีมนักต่อเลโก้ทั้ง 8 คน ยังได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป ในช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอนเด็กๆต่อเลโก้ พร้อมให้นำกลับบ้าน บริเวณอาคารเลโก้

โลหะปราสาท
เรือนยอดบรมมนังคลานุสรณีย์

นำประวัติศาสตร์สู่โลกสมัยใหม่

บทความก่อนหน้านี้‘เจ๊หน่อย’ ลงพื้นที่บางกะปิ โวยทหารยังตามประกบ ‘เพื่อไทย’ แถมบีบชาวบ้านไม่ให้ร่วมพูดคุย
บทความถัดไปรองโฆษก ‘เพื่อชาติ’ ถามเพจ ‘ทีมลุงตู่’ โพสต์ผังรวมของขวัญปีใหม่จากภาครัฐ ผิด พ.ร.ป.เลือกตั้งหรือไม่