‘นมัสเตไทยแลนด์’ เมื่อหนุ่มอินเดียผู้คลั่งไคล้ไทยแลนด์พูดถึงประเทศไทยหลังได้มาสัมผัส

8.05.16 | 12:26 น.

“การจะเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศใดประเทศหนึ่ง วิธีที่ดีที่สุดคือเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง”

ฮาร์ชิท ทันวา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนเมาท์อาบู ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย วัย 18 ปี ผู้ชนะการแข่งขันตอบคำถาม “นมัสเตไทยแลนด์” ระบุเอาไว้หลังเดินทางกลับจากซาฟารีเวิลด์ มายังโรงแรม แรมแบรนดท์ สุขุมวิท พร้อมสีหน้าสดใส แม้ว่าเพิ่งจะฝ่าการจราจรติดขัดใจกลางกรุงเทพมหานครมาหมาดๆ

ฮาร์ชิท เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบการแข่งขันตอบคำถามเป็นชีวิตจิตใจ เป็นผู้ชนะการแข่งขันตอบคำถามออนไลน์ จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และการบินไทย ได้รับรางวัลเป็นแพคเกจท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นเวลา 5 วัน 4 คืน มูลค่าถึง 200,000 บาท หลังคว้าอันดับ 1 ในการตอบคำถามออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “นมัสเตไทยแลนด์”

ฮาร์ชิท เล่าว่า “นมัสเตไทยแลนด์ใช้เวลาในการแข่งขัน 6 เดือน เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ในแต่ละวันจะมีคำถามเกี่ยวกับประเทศไทย 3 คำถาม คนที่ตอบคำถามในช่องคอมเมนต์เป็นคนแรกจะได้ 10 คะแนน อันดับสองจะได้ 9 และลดหลั่นกันไป”

นมัสเตไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในความพยายามของสถานเอกอัครราชทูตไทยในการสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนและเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินเดีย โดยตลอดระยะเวลา 6 เดือน นมัสเตไทยแลนด์ถามคำถามจำนวนมากถึง 540 คำถาม ที่เกี่ยวข้องกับ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต สถานที่ เรื่อยไปถึงบุคคลสำคัญ เกี่ยวกับประเทศไทย

Advertisement

นมัสเตไทยแลนด์มีผู้ร่วมแข่งขันจำนวนหลายร้อยคน มีผู้กดไลค์เพจมากถึง 40,000 คน และสามารถเข้าถึงชาวอินเดียได้เกือบทุกพื้นที่ของประเทศ โดยนอกเหนือจากการตอบคำถามผ่านออนไลน์แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมตอบคำถามสด “ไทยควิซ” ในเมืองใหญ่ของอินเดียหลายเมืองซึ่งมีตัวแทนนักเรียนหลายร้อยคนจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน

“การจัดแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับประเทศไทยจัดขึ้น 2 แบบทั้งแบบตอบคำถามสด และแบบออนไลน์ แบบตอบคำถามสดจัดขึ้นที่เมืองใหญ่ๆ โดยจะมีการแข่งขันกันตอบคำถามกันหลายรอบเพื่อหาผู้ชนะ ส่วนผมเป็นผู้ชนะจากการแข่งขันตอบคำถามแบบออนไลน์”

“สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมคือ ในวันที่ประกาศผู้ชนะเมื่อวันที่ 15 มกราคม วันนั้นเป็นวันเกิดผมพอดี นั่นจึงเหมือนเป็นของขวัญวันเกิดของผมด้วยครับ” ฮาร์ชิทเล่าหลังเดินทางไปเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพัทยามาแล้วใน 2 วันแรก

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะฮาร์ชิทเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันอันยาวนานจากความหลงใหลในการเล่นเกมตอบคำถามมาตั้งแต่เด็ก “ผมศึกษาผ่านลิงก์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อให้ได้แนวทางและข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับประเทศไทย ในเชิงลึกผมเริ่มต้นจากวิกิพีเดีย และใช้วิธีการจดข้อมูลลงในสมุด” ฮาร์ชิทระบุ และว่าการเตรียมตัวนี้อาจจะไม่เหมือนการอ่านหนังสือสอบ เพราะมันเป็นเหมือนกับงานอดิเรกของตน

ฮาร์ชิท ผู้ที่เตรียมสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ในระดับอุดมศึกษา เล่าว่า สิ่งที่ทำให้ตนมีความสนใจเกี่ยวกับประเทศไทยก็คือประเทศไทยมีหลายอย่างที่คล้ายกับอินเดีย

“สิ่งสำคัญก็คือความคล้ายคลึงกันครับ อย่างเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์ ช้างเอราวัณ พุทธศาสนา ผมเคยเข้าร่วมการสัมมนาที่โรงเรียนที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา นั่นทำให้ผมสนใจว่าประเทศนี้เป็นประเทศที่พุทธศาสนาแผ่ขยายออกไปได้ ทำให้ผมอยากรู้จักกับประเทศไทย” ฮาร์ชิทระบุ

 

ภาพประกอบรายงานมาร์ท2

ภาพประกอบรายงานมาร์ท5

 

นอกจากนี้ฮาร์ชิทยังเสนอว่า การแข่งขันตอบคำถามแบบเดียวกันนี้ น่าจะจัดขึ้นสำหรับโรงเรียนต่างๆ ในประเทศไทยเช่นกันเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอินเดียและช่วยให้คนไทยเดินทางไปอินเดียมากขึ้น

“อาจเป็นชื่อ “สวัสดีอินเดีย” ก็ได้ เพราะจะสามารถสร้างความรู้ให้กับนักเรียนได้มากขึ้นเกี่ยวกับประเทศอื่นๆ ในอีกทางหนึ่งก็สามารถสื่อสารต่อไปได้ว่าอินเดียเป็นสถานที่สวยงาม และจะเห็นว่าเรามีสิ่งที่เหมือนกันหลายอย่าง เช่น การทำบุญ การกล่าวคำสวัสดีและนมัสเต รวมถึงวัดที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก”

หนุ่มอินเดียบอกด้วยว่า การเดินทางมาไทยครั้งนี้ทำให้เปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศไทยด้วย “ก่อนจะมาประเทศไทยก็ยังไม่รู้ว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ผมรู้แค่ว่าคนไทยคงเหมือนคนจีน กินบะหมี่กันเยอะ แต่หลังจากมาแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ประเทศไทยมีอาหารที่ยอดเยี่ยมมาก ผมชอบ “ผัดไทย” มากๆ นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงาม” ฮาร์ชิทเล่าพร้อมเสริมด้วยว่าชอบวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายของคนไทยด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกันฮาร์ชิทก็อยากให้คนไทยเปิดใจให้กว้างและลองไปประเทศอินเดียดูสักครั้ง “ผมได้ยินมาว่าคนไทยยังคงติดภาพว่าคนอินเดียคือ คนที่แต่งตัวด้วยชุดสีขาว โพกหัว แบบคนอินเดียในยุคก่อน แต่ความจริงแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว ดังนั้นหากคุณเดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรมในแต่ละที่แล้วความคิดคุณจะเปลี่ยน” ฮาร์ชิทระบุ และเน้นด้วยว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นเยาวชนก็ควรจะเรียนรู้เรื่องราวของอีกประเทศหนึ่งและหาโอกาสเดินทางไปสัมผัสเรียนรู้

“การเดินทางไปยังสถานที่ที่รู้จักแล้วก็ดีอยู่ แต่การเดินทางไปยังสถานที่ที่ยังไม่รู้จักนั้นผมคิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากกว่า” ฮาร์ชิททิ้งท้าย

ภาพประกอบรายงานมาร์ท4