“ไป่ตู้” ชื่อนี้ที่รู้จักกันดี ในนามของผู้ให้บริการเครื่องมือค้นหา หรือ “เสิร์ช
เอ็นจิ้น” ที่เปรียบเหมือนกับกูเกิลของประเทศจีน ที่แม้ว่าจะเพิ่งเกิดขึ้นมาได้ไม่กี่ปี แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนที่ประสบความสำเร็จด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีอยู่ไม่น้อย และครองส่วนแบ่งเสิร์ชเอ็นจิ้นในประเทศจีนถึง 80 เปอร์เซ็นต์
แต่ตอนนี้ดูเหมือนไป่ตู้กำลังเจอกับวิกฤตศรัทธาจากเรื่องการให้บริการอย่างหนัก หลังจากถูกสำนักงานไซเบอร์สเปซของจีนสอบสวนกรณีเกิดเหตุนักศึกษารายหนึ่ง เข้าไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับการรักษามะเร็ง แล้วตามไปรักษาก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด
นักศึกษารายนี้มีชื่อว่า เหวย เจ๋อซี วัย 21 ปี ที่ป่วยเป็นมะเร็งก้อนเนื้อเยื่อข้อต่อ ที่จะส่ง
ผลกระทบต่อเนื้อเยื่อหลักๆ ทั่วร่างกาย จนต้องเข้ารับการรักษาด้วยการฉายแสงและทำเคมีบำบัด ขณะที่ครอบครัวของนายเหวยอยากจะหาทางเลือกในการรักษา ก็เลยเข้าไปใช้บริการค้นหาของไป่ตู้ ก็พบว่ามีการรักษาโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลกองกำลังตำรวจปักกิ่ง หมายเลข 2 ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน โดยต้องใช้เงิน 200,000 หยวน หรือราว 1 ล้านบาท เป็นการรักษาด้วยการก่อภูมิคุ้มกัน ที่โฆษณาไว้ว่า “เป็นการรักษาที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก” และนายเหวยก็เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอยู่ 4 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีผลดีอะไรขึ้นมา และนายเหวยก็เสียชีวิตลงในที่สุด
เรื่องราวของนายเหวยถูกแชร์กันบนโลกออนไลน์ เนื่องจากก่อนหน้าที่นายเหวยจะเสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความไว้บนเว็บไซต์ “จือฮู” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ถามตอบยอดนิยมในจีน โดยในคำถามที่ว่า “คุณคิดว่าอะไรคือปีศาจที่เลวร้ายที่สุดของมนุษยชาติ” นายเหวยตอบไปว่า “ไป่ตู้”
นายเหวยเขียนต่อว่า เขาไม่น่าจะไปเชื่อโฆษณาด้านการแพทย์บนเสิร์ชเอ็นจิ้น และว่า เงินค่ารักษา 200,000 หยวนนั้น ก็ต้องไปกู้ยืมมา ขณะที่โรงพยาบาลก็โฆษณาเกินความจริง พร้อมกับกล่าวหาว่า เขารู้จักกับวิธีการรักษาโรคด้วยการก่อภูมิคุ้มกันที่โรงพยาบาลกองกำลังตำรวจปักกิ่ง หมายเลข 2 ก็เพราะเป็นโรงพยาบาลที่จ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับไป่ตู้มากที่สุดในหมวดการรักษา ก่อนที่จะมารู้ในภายหลังว่าการรักษาดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการทดสอบในสหรัฐอเมริกา และให้ผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้กลับไม่ได้ปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ ของการค้นหาในไป่ตู้
พร้อมทั้งเตือนผู้ป่วยมะเร็งว่า อย่าเป็นเหยื่อของการถูกหลอก และไม่รู้ว่าเหตุใดไป่ตู้จึงได้กลายเป็นปีศาจไป ณ ตอนนี้ที่สุดแล้ว นายเหวยก็เสียชีวิตลงในช่วงเช้าวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา
ข้อความของนายเหวยถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ จนนำไปสู่การตรวจสอบไป่ตู้ แม้ว่าทางครอบครัวเองไม่ได้ต้องการเงินชดเชยใดๆ และจะไม่มีการฟ้องร้องดำเนินคดี พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เกลียดชังไป่ตู้หรือทางโรงพยาบาลก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การตายของนายเหวยถือเป็นวิกฤตด้านการบริการของไป่ตู้ครั้งที่ 2 ของปีนี้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคม ไป่ตู้ถูกตำหนิอย่างหนักจากการขายสิทธิในการบริหารจัดการเว็บบอร์ดแจ้งเตือนสำหรับผู้ป่วยโรคฮีโมฟิเลีย หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด ให้แก่บริษัทแห่งหนึ่ง และทางหน่วยงานที่ดูแลด้านอินเตอร์เน็ตของจีนเอง ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า ไป่ตู้ซึ่งรู้ถึงความผิดพลาดดังกล่าว ควรจะหยุดความพยายามในการหาเงินจากกระทู้ต่างๆ ของผู้ป่วย
เรื่องดังกล่าวทำให้ไป่ตู้ถูกกดดันอย่างหนัก เกี่ยวกับเรื่องความสมดุลระหว่างผลกำไรจากโฆษณาที่ได้บนเว็บไซต์กับความรับผิดชอบต่อตัวผู้ใช้งาน โดยไป่ตู้เองก็เหมือนกับบริษัทเสิร์ชเอ็นจิ้น
อื่นๆ ที่มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายโฆษณา โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ไป่ตู้มีรายได้จากการโฆษณาบนโลกออนไลน์คิดเป็น 94 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดของไป่ตู้
ขณะที่ทางไป่ตู้เองก็ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของนายเหวย และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พร้อมกับให้คำมั่นว่า จะมอบประสบการณ์ในการค้นหาที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้แก่ผู้ใช้งานของ
ไป่ตู้ และจะไม่มีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายผ่านโลกออนไลน์อย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ ไป่ตู้ยังยืนยันว่าทางบริษัทไม่ได้ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่ได้มาตรฐาน และว่า ไป่ตู้เองมีทีมที่จะตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าการโฆษณาด้านการแพทย์นั้นจะสอดคล้องกับกฎหมายของจีน และมีการกำหนดขั้นตอนและข้อกำหนดต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีโฆษณาที่ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของชาวจีนในปัจจุบันก็เหมือนกับคนทั่วโลก ที่เริ่มหันไปพึ่งพาโลกออนไลน์ในการค้นหาวิธีการรักษาโรคต่างๆ มากขึ้น ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นเพียงแค่การรักษาเบื้องต้นหรือเป็นทางเลือกหนึ่งในการค้นหาข้อมูล แต่การเดินไปหาแพทย์เพื่อรักษา น่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า
ต่อจากนี้ก็คงเป็นหน้าที่ของไป่ตู้ ที่จะต้องหาทางกู้วิกฤตศรัทธาจากผู้ใช้ให้ได้

