เจ้าหญิงแอนน์ ทรงพิสูจน์อีกครั้งว่าเป็นราชวงศ์อังกฤษ ที่ทรงงานมากที่สุด
เจ้าหญิงแอนน์ – ขณะที่ผ่านมา ตามสื่อต่างๆ มีแต่ข่าวของ เจ้าชายวิลเลียม ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายา เจ้าชายแฮร์รี และดัชเชสแห่งซัสเซกส์ พระชายา แต่ เจ้าหญิงแอนน์ พระธิดาพระชันษา 68 ปีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงพิสูจน์อีกครั้งว่าพระองค์คือ สมาชิกราชวงศ์อังกฤษที่ทรงงานมากที่สุด
ถึงแม้ เจ้าหญิงแอนน์ พระธิดาองค์ที่ 2 ในรัชทายาท 4 พระองค์ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามี ซึ่งไล่ตั้งแต่ เจ้าฟ้าชาร์ลส์ พระโอรสองค์โต, เจ้าหญิงแอนน์,เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก, เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์ จะทรงงานโดยไม่หวังให้ใครเห็น แต่เรื่องนี้ก็มีหนังสือเดอะ เทเลกราฟ ของอังกฤษ ที่เฝ้าเก็บสถิติการออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดปี 2018 หรือปี 2561 ที่ผ่านมาว่า เจ้าหญิงแอนน์ ทรงงานถึง 180 วัน มากกว่าสมาชิกราชวงศ์อังกฤษพระองค์ใด หรือแม้แต่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระเชษฐา ซึ่งเจ้าชายแฮร์รีเคยตรัสว่า พระบิดาของพระองค์ ทรงเป็นคนที่ทำงานแบบไม่เคยหยุด แต่ถึงกระนั้นเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา เจ้าหญิงแอนน์ก็ทรงงานมากกว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์อยู่ 20 วัน

ขณะที่ย้อนไปเมื่อปี 2560 เจ้าหญิงแอนน์ก็ทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษที่ทรงงานมากที่สุดเช่นกัน โดยเสด็จทรงงานทั้งงานที่เป็นพิธีการ งานอีเวนต์ งานเลี้ยงอาหารค่ำ และจัดเลี้ยงต้อนรับแขกที่พระตำหนักของพระองค์ รวมทั้งสิ้น 455 งาน แล้วยังมีการเสด็จไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่ต่างประเทศอีก 85 งาน ทำให้เมื่อปี 2560 เจ้าหญิงแอนน์ทรงงานรวมทั้งหมด 540 งาน มากกว่าทั้งการเสด็จทรงงานของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแฮร์รี ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือ เคท มิดเดิลตัน พระชายาเจ้าชายวิลเลียม รวมกันอีก
ทั้งนี้ เวลาเสด็จไปทรงงาน หรือปรากฏองค์ต่อสาธารณชน สิ่งหนึ่งที่เจ้าหญิงแอนน์ทรงยึดมั่นและถือปฏิบัติมาตลอดก็คือ เจ้าหญิงแอนน์จะ “ไม่เชคแฮนด์” หรือ “จับมือ” กับสาธารณชน เหมือนที่สมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่น หรือดัชเชสแห่งซัสเซกส์ พระชายาเจ้าชายแฮร์รีทรงทำ
เจ้าหญิงแอนน์เคยตรัสถึงเรื่องนี้ในภาพยนตร์สารคดี ควีน ออฟ เดอะ เวิลด์ ว่า “เราไม่เคยจับมือเชคแฮนด์ เหตุผลก็คือ มีกฎข้อปฏิบัติที่ระบุห้ามคุณจับมือกับทุกคน เมื่อเป็นดังนั้น คุณก็ไม่ควรเริ่ม และฉันก็ยึดปฏิบัติมาตลอด แต่ฉันก็เห็นว่าบางคนก็ไม่ทำตาม แต่มันก็ไม่ใช่ธุระของฉันที่จะบอกว่านั่นมันผิด แต่ฉันคิดว่าความคิดเริ่มแรกมันน่าจะเป็นเพราะมันดูตลกที่จะมาจับมือ เขย่ามือกัน แต่สำหรับตัวฉันมองว่ามันดูเหมือนการออกกำลังกายมือมากกว่าการเดินทักทาย ถ้าคุณดูให้ดี คุณก็จะเข้าใจถึงสิ่งที่ฉันพูด แต่ทุกวันนี้มันก็เปลี่ยนไปแล้ว”


