สรรหามาเล่า…ทำไม แมคเคนซี สมควรได้แบ่งสมบัติครึ่งหนึ่งของเจ้าพ่ออเมซอน ?

เจฟฟ์ เบซอส กับ แมคเคนซี เบซอส (ภาพจากเอพี)

สรรหามาเล่า…ทำไม แมคเคนซี สมควรได้แบ่งสมบัติครึ่งหนึ่งของเจ้าพ่ออเมซอน ?

เจ้าพ่ออเมซอน – ข่าวแยกทาง และกำลังจะ “หย่า” ของ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารอเมซอน ดอตคอม แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซชื่อดังของโลกซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินถึง 137,000 ล้านดอลลาร์ กับ แมคเคนซี เบซอส ภรรยาวัย 48 ที่แต่งงานร่วมชีวิตกันมา 25 ปี มีบุตรด้วยกัน 4 คน เป็นบุตรบุญธรรมที่รับมาอุปการะ 1 คน

กลายเป็นที่จับตาว่า จะเป็นการหย่าที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ด้วยทั้งสองไม่ได้จดทะเบียนจัดการเรื่องสินสมรสกันไว้ก่อนแต่งงาน อีกทั้งตามกฎหมายของรัฐวอชิงตันที่ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ ระบุว่าเมื่อมีการหย่าร้างเกิดขึ้น ทรัพย์สินที่หาได้ระหว่างสมรสจะต้องถูกแบ่งครึ่งกันระหว่างสามีภรรยา

เมื่อเป็นไปตามนั้น แมคเคนซีก็จะได้แบ่งสินสมรสไปครึ่งหนึ่ง ทำให้เธอจะกลายเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

และประเด็นนี้มีสื่อที่เห็นว่าเธอสมควรมีสิทธิในทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของเจ้าพ่ออเมซอน วัย 54 เพราะแมคเคนซีมีส่วนช่วยก่อร่างสร้างอเมซอนมาตั้งแต่เริ่มแรก ตั้งแต่ยังเป็นเว็บขายหนังสือทางออนไลน์ และเธอยังยอมทิ้งความฝันของตัวเอง และพรสวรรค์ในด้านการเขียนนิยาย เพื่อมาช่วยธุรกิจสามี และดูแลลูกๆ เพื่อให้บ้านเป็นบ้าน และสามีลุยงานได้เต็มที่

Advertisement

แดนนี ฮิลส์ เพื่อนของครอบครัวเบซอส เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารโว้กว่า “ครอบครัวมีความสำคัญต่อเจฟฟ์มาก และเขาก็ได้แมคเคนซีนี่แหละที่ช่วยจัดการ ดูแลทำบ้านให้เป็นบ้าน ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอจะต้องทิ้งงานเขียนหนังสือมานานนับสิบปีเพื่อมาดูแลลูกๆ เธอยังทำหน้าที่สอนหนังสือลูกๆ อยู่ที่บ้านสักพักหนึ่งด้วย แล้วยังต้องเดินทางไปตามที่ต่างๆ เวลาลูกมีเรียน หรือมีกิจกรรมต่างๆ ซึ่งถือเป็นงานที่หนักมากเมื่อคุณมีลูก 4 คน แล้วยังต้องทิ้งงานที่รัก อาชีพของตัวเองเพื่อจะได้ช่วยสามีให้ประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มที่”

แบรด สโตน ผู้เขียนหนังสือ The Everything Store: Jeff Bezos and the Age of Amazon เล่าว่า แมคเคนซี ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับสามีตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจอเมซอน และให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า

“เธอเป็นคนที่สั่งการต่างๆ ตั้งแต่ยุคต้นๆ” ทั้งยังเป็นพนักงานบัญชีคนแรกของอเมซอน และมีส่วนช่วยคิดตั้งชื่อบริษัทอเมซอน แม้แต่ช่วยคิดหาวิธีในการจัดส่งสินค้าในยุคแรกๆ

แบรด สโตน ยังเขียนเล่าด้วยว่า แมคเคนซี มักจะขับรถฮอนด้าไปส่งลูกๆ ทั้ง 4 คนที่โรงเรียน แล้วขับรถแวะไปส่งเจฟฟ์ เบซอส ที่ออฟฟิศ แต่หลังจากกิจการของอเมซอนเริ่มไปได้ดี เธอจึงค่อยถอยออกมา และมาทุ่มเทให้กับการดูแลครอบครัวเป็นหลัก และเริ่มมาสานฝันงานเขียนหนังสือของตัวเอง

ทั้งนี้ แมคเคนซีรักการเขียนมาตั้งแต่เด็ก และเคยเขียนหนังสือจริงจังตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยเขียนหนังสือชื่อว่า “The Book Worm” ความยาว 142 หน้า แต่ต่อมาถูกน้ำท่วมจนเสียหาย บทเรียนราคาแพงที่แมคเคนซีเล่าว่า ทำให้เธอไม่ยอมประมาทอีกต่อไป โดยจะมีการสำรองงานเขียนของเธอไว้ทุกครั้ง

ระหว่างเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เธอเคยเรียนวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ กับ โทนี มอร์ริสัน นักเขียนนิยายรางวัลโนเบล ซึ่งเคยจ้างแมคเคนซีเป็นผู้ช่วยค้นหาข้อมูลสำหรับเขียนนิยายเรื่อง “Jazz” เมื่อปี 2535 และโทนียังเป็นผู้แนะนำแมคเคนซีให้รู้จักกับ อแมนด้า เออร์บัน เอเยนซี่ชื่อดังด้านงานวรรณกรรมอีกด้วย

โทนี มอร์ริสัน ยังเคยชมแมคเคนซีว่า เป็นนักเขียนที่มีพรสวรรค์ที่หาได้ยาก และชมว่า “เธอเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ที่เก่งที่สุดในห้องเรียนวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่ผมเคยมี”

แมคเคนซีพบรักกับ เจฟฟ์ เบซอส รุ่นพี่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์ D.E. Shaw & Co หลังจากคบกันได้แค่ 6 เดือนก็ตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อปี 2536 จากนั้น ก็ย้ายไปอยู่ที่ซีแอตเทิล เมื่อปี 2537 ปีเดียวกับที่ทั้งสองช่วยกันสร้างอเมซอนขึ้นมา


 ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน

เพิ่มเพื่อน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image