แนะครอบครัวเปิดอกคุย ลดช่องว่างความสัมพันธ์
ตามที่มีกรณีเด็กหญิงวัย 14 ปี ได้หนีออกจากบ้านหายไปหลายวัน โดยได้ทิ้งจดหมายถึงผู้ปกครองตัดเพ้อถึงชีวิตที่ต้องแบกรับภาระต่างๆ ทั้งช่วยทำงาน ช่วยดูแลน้อง รวมถึงการตั้งใจเรียนจนมีผลการเรียนดี แต่กลับไม่ได้รับคำชม ตลอดจนความไม่เข้าใจกันกับแม่ ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปพบตัวที่ จ.เชียงใหม่ โดยขณะนี้อยู่ในการคุ้มครองดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า อยากแนะนำครอบครัวที่มีลูกวัยนี้ ให้เข้าใจก่อนว่าช่วงวัยนี้เด็กจะติดเพื่อน ยิ่งเมื่อผลการเรียนดีด้วย แสดงว่าเขาต้องอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่เรียนดี แต่เด็กนอกจากการเรียนแล้ว ยังต้องทำงานที่บ้านไปด้วย ซึ่งจริงๆ เป็นสิ่งที่เด็กหลายคนทำอยู่ แต่ที่มีปัญหาคิดว่าอาจเกิดจากการที่ครอบครัวไม่อธิบายกับลูก ถึงสภาพครอบครัวและความจำเป็นที่ต้องให้ลูกช่วยงาน รวมถึงการขาดสมดุลระหว่างการเรียน การทำงาน และชีวิตส่วนตัว จนทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองถูกกดดัน ต้องทำอยู่คนเดียว สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง จนตัดสินใจดังกล่าว ฉะนั้นอยากให้ผู้ปกครองที่มีบุตรวัยเดียวกัน ให้บุตรช่วยครอบครัวทำงาน ได้อธิบายและปรับบาลานซ์ชีวิตลูกให้สมดุล
นายจะเด็จกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันการสื่อสารในครอบครัวควรเป็นลักษณะการสื่อสาร 2 ทาง ที่ภรรยาหรือลูกสามารถแสดงความคิดเห็นกลับมาได้ เคารพและรับฟัง จะดีกว่าการที่ผู้นำครอบครัวมีคำสั่งอย่างเดียว

