หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที ตรวจแถว 6 ชาต...

ตรวจแถว 6 ชาติ กรุยทางสู่ ‘5G’

25.01.19 | 15:26 น.

เทคโนโลยี 5G ที่ว่ากันว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโลกชนิดสุดคาดเดา หลายประเทศกำลังศึกษารูปแบบและแนวทางที่เหมาะสม ในการอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานอย่างเต็มศักยภาพและในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งในต่างประเทศ ก็มีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ควรจะเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวทั่วประเทศ หรือสามารถแบ่งตามภูมิภาค หรือสามารถใช้คลื่นความถี่ร่วมกันได้

จากนี้มาดูใน 6 ประเทศที่ได้จัดสรรและอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับให้บริการ 5G แล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการเพิ่มเติม ได้แก่

1.สหรัฐอเมริกา โดยองค์กรกำกับดูแลด้านการสื่อสารและคลื่นความถี่ของสหรัฐอเมริกา (เอฟซีซี) จัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์ (27.5-28.3 กิกะเฮิรตซ์) แบ่งเป็น 2 บล็อก บล็อกละ 425 เมกะเฮิรตซ์ โดยให้สิทธิในการใช้คลื่นความถี่แบบแบ่งตามพื้นที่ โดยใช้วิธีการประมูลแบบหลายรอบ และในแต่ละรอบราคาเพิ่มขึ้นตามลำดับเช่นเดียวกับไทย และจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 24 กิกะเฮิรตซ์ (24.25-24.45 กิกะเฮิรตซ์ และ 24.75-25.25 กิกะเฮิรตซ์) หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์เสร็จสิ้น

นอกจากนี้ เอฟซีซีอาจกำหนดกฎการประมูลอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น กำหนดขีดจำกัดการเสนอราคา สำหรับการประมูลจำนวน 823 ล้านบาท (25 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก และ 320 ล้านบาท (10 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับผู้ให้บริการในเขตชนบท การส่งเสริมให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เพื่อให้การเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G เชิงพาณิชย์มีเสถียรภาพในการให้บริการมากที่สุด

2.สหราชอาณาจักร ออฟคอมจัดประมูลคลื่นความถี่เมื่อเดือนเมษายน 2561 ย่านความถี่ที่นำมาประมูลเป็นย่านความถี่สูง ได้แก่ ย่านความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ (2350-2390 เมกะเฮิรตซ์) จำนวน 40 เมกะเฮิรตซ์ และย่านความถี่ 3.4-3.6 กิกะเฮิรตซ์ (3410-3480 เมกะเฮิรตซ์ และ 3500-3580 เมกะเฮิรตซ์) จำนวน 150 เมกะเฮิรตซ์ ผู้ชนะการประมูล คลื่นความถี่ย่าน 2.3 กิกะเฮิรตซ์

Advertisement

นอกจากนี้ ออฟคอมยังมีแผนนำคลื่นความถี่ย่าน 3.6-3.8 กิกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ รวม 116 เมกะเฮิรตซ์ ออกประมูลช่วงปี 2563

อย่างไรก็ดี ระบบใบอนุญาตของออฟคอมแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับผู้ประกอบการที่ประสงค์จะการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยใช้คลื่นความถี่ เช่น กิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือกิจการดาวเทียม เป็นต้น อายุการอนุญาตไม่มีวันสิ้นอายุ โดยผู้รับใบอนุญาตจะสิ้นสุดต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตกระทำผิดและถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยช่วงแรกให้ 20 ปีก่อน 2.การขออนุญาตใช้วงโคจรและการอนุญาตสำหรับบริการดาวเทียมในประเทศต่างๆ ที่ผู้ประกอบการสัญชาติสหราชอาณาจักรให้บริการดาวเทียม และ 3.ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

3.สาธารณรัฐเกาหลี โดยเคซีซีจัดการประมูลคลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 โดยมีคลื่นความถี่ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ (3.42-3.7 กิกะเฮิรตซ์) จำนวน 280 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์ (26.5-28.9 กิกะเฮิรตซ์) จำนวน 2,400 เมกะเฮิรตซ์

ทั้งนี้ เคซีซีได้อนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ เป็นระยะเวลา 10 ปี และคลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์ เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมทั้งกำหนดให้มีการจัดให้มีโครงข่ายโทรคมนาคมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ จะต้องสร้างสถานีฐาน รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 150,000 สถานี และสำหรับคลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์ จะต้องสร้างติดตั้งอุปกรณ์สถานีฐาน รวมเป็นจำนวนทั้งหมด 100,000 สถานี กล่าวคือ ผู้ชนะการประมูล จะต้องจัดให้มีโครงข่ายคลื่นความถี่ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ 15% หรือ 22,500 สถานี ภายใน 3 ปี และเพิ่มเป็น 30% หรือ 45,000 สถานี ภายใน 5 ปี และจะต้องจัดให้มีโครงข่ายคลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์ 15% หรือ 15,000 สถานี ภายใน 3 ปี โดยหวังให้บริการเชิงพาณิชย์
ได้ในเดือนมีนาคม 2562

4.สาธารณรัฐประชาชนจีน อยู่ระหว่างการทดลองทดสอบการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G โดยการสร้างสถานีฐานประมาณ 20 สถานีในหลายเมืองใหญ่ เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2562 และเพื่อให้การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G เชิงพาณิชย์มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม จีนไม่เคยจัดประมูลคลื่นความถี่มาก่อน จึงต้องพึงพารูปแบบและการตั้งราคาตั้งต้นจากเกณฑ์เปรียบเทียบสมรรถนะจากนานาชาติ ซึ่งคลื่นความถี่ที่คาดว่าจีนจะนำมาจัดสรรโดยวิธีการประมูลคลื่นความที่ ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 3.3-3.4 กิกะเฮิรตซ์ 4.4-4.5 กิกะเฮิรตซ์ และ 4.8-4.9 กิกะเฮิรตซ์

5.เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ที่วางแผนจะจัดสรรคลื่นความถี่แบบ ให้เปล่าŽ ของคลื่นย่านความถี่สูง จำนวน 4,100 เมกะเฮิรตซ์ ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ และ 28 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถยื่นขอคลื่นย่านความถี่สูงประมาณปลายปี 2561 หรือ 2562 ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ และ 28 กิกะเฮิรตซ์ สามารถใช้คลื่นความถี่ได้ในเดือนเมษายน 2562 และสามารถให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2563

6.ญี่ปุ่น โดยหน่วยงานกำกับดูแลเอ็มไอซีได้เสนอแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ภายใต้โครงการ ทำ 5G ให้เกิดขึ้น ในปี 2020Ž โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยี 5G ในงานโอลิมปิกที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 ณ เมืองโตเกียว ทั้งนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2560 เอ็มไอซีได้เสนอย่านความถี่ที่จะใช้ในเทคโนโลยี 5G ไว้ดังนี้ 1.ย่าน 3.6-4.2 กิกะเฮิรตซ์ และ 4.4-4.9 กิกะเฮิรตซ์ ที่คาดว่าจะมีการจัดสรรในเดือนมีนาคม 2562 2.ย่าน 27.5-29.5 กิกะเฮิรตซ์ และ 3.ย่าน 24.25-86 กิกะเฮิรตซ์

สำหรับประเทศไทยต้องติดตามคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะใช้กลวิธีอย่างไรในการผลักดัน 5G ให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะเกิดขึ้นชั่วกะพริบตา