เสริมแคลเซียม ‘แม่ให้นมบุตร’ ป้องกัน ‘กระดูกพรุน’
เพราะร่างกายของมนุษย์อายุ 20-50 ปี และผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ต้องการแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม/วัน แต่จากผลสำรวจพบคนไทยจำนวนมาก รับประทานแคลเซียมได้เพียงร้อยละ 40-60 ของปริมาณที่แนะนำนั้น
ศ.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และทีมวิจัยจากหน่วยวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทีมได้เห็นความสำคัญการส่งเสริมให้แม่มีสุขภาพกระดูกที่ดีและป้องกันภาวะกระดูกพรุนจากการให้นมบุตร จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์และวิธีการเสริมแคลเซียมสำหรับแม่ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรขึ้น ซึ่งจะช่วยให้แม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน
ศ.นพ.นรัตถพลอธิบายว่า ปกติแคลเซียมในน้ำนมแม่ได้มาจาก 2 แหล่งคือ อาหารที่แม่รับประทานเข้าไป และจากการสลายแคลเซียมจากกระดูกของแม่ จึงทำให้มวลกระดูกของแม่อาจลดลงได้มากถึงร้อยละ 6-10 ในระหว่างให้นมบุตร แม้ว่ามวลกระดูกของแม่จะกลับมาปกติหลังหย่านม แต่ยังไม่มีการศึกษาที่ยืนยันได้อย่างแน่ชัดถึงผลกระทบในระยะยาว ขณะที่แคลเซียมเสริมรูปแบบเม็ดที่มีจำหน่ายในท้องตลาด มีองค์ประกอบเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งจะแตกตัวได้น้อยในภาวะที่เป็นด่างของโพรงลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้มีอัตราการดูดซึมต่ำ ดังนั้น แคลเซียมควรอยู่ในรูปแบบที่ละลายได้ง่าย ร่วมกับองค์ประกอบที่สนับสนุนให้โปรตีนขนส่งแคลเซียมทำงานได้ดี
ทั้งนี้ แม่ที่กำลังให้นมบุตรจะมีฮอร์โมนโพรแลคตินสูงในเลือดเป็นเวลา 60-120 นาที ระหว่างการดูดนมของลูก ซึ่งฮอร์โมนโพรแลคตินสามารถเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมได้อีก ทีมวิจัยจึงได้ออกแบบผลิตภัณฑ์นี้ให้สอดคล้องกับการทำงานของโพรแลคตินคือ รับประทานก่อนการดูดนมของลูกประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้แคลเซียมมาสะสมรออยู่ในโพรงลำไส้ เมื่อมีการดูดนมและโพรแลคตินที่เพิ่มสูงขึ้นในเลือดของแม่ ก็จะทำให้ลำไส้แม่ดูดซึมแคลเซียมได้เพิ่มขึ้น โดยจากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า
“วิธีการนี้จะช่วยป้องกันการเสียมวลแคลเซียมจากกระดูกของแม่ระยะให้นมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มปริมาณแคลเซียมในน้ำนม ลูกจึงได้รับนมแคลเซียมสูงตามธรรมชาติ ทำให้มวลกระดูกของลูกเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้กระดูกของแม่แข็งแรงมากขึ้นตามไปด้วย” ศ.นพ.นรัตถพลกล่าวทิ้งท้าย



