ยูนิเซฟ ห่วงเด็กไทยได้รับอันตราย ฝุ่น PM2.5 ฝากรัฐแก้ปัญหาต้นตอ มีมาตรการชัดเจนเด็ดขาด

1.02.19 | 13:55 น.
ยูนิเซฟ ห่วงเด็กไทยได้รับอันตราย ฝุ่น PM2.5 ฝากรัฐแก้ปัญหาต้นตอ มีมาตรการชัดเจนเด็ดขาด
ยูนิเซฟ ห่วงเด็กไทยได้รับอันตราย ฝุ่น PM2.5 ฝากรัฐแก้ปัญหาต้นตอ มีมาตรการชัดเจนเด็ดขาด
ยูนิเซฟ ห่วงเด็กไทยได้รับอันตราย ฝุ่น PM2.5 ฝากรัฐแก้ปัญหาต้นตอ มีมาตรการชัดเจนเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ เรื่องมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อเด็ก ความว่า องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มีความกังวลเกี่ยวกับระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งปกติแล้วเด็กจะมีอัตราการหายใจถี่กว่าผู้ใหญ่ นั่นหมายความว่าเด็กจะสูดอากาศที่มีมลพิษเข้าไปมากกว่าผู้ใหญ่ ยิ่งเด็กอายุน้อยเท่าไร อัตราการหายใจเข้าต่อนาทีก็ยิ่งถี่มากขึ้นเท่านั้น เด็กจึงมีความเปราะบางต่อผลกระทบต่าง ๆ มากกว่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ทั้งนี้ เมื่อฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ผ่านเข้าไปในสมองของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา ฝุ่นละอองเหล่านี้จะทำลายเซลล์สมอง ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสติปัญญา ซึ่งสามารถส่งผลต่อการเรียนรู้ ความเป็นอยู่ และความสามารถในการประกอบอาชีพในระยะยาวด้วย นอกจากนี้ มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น ยังมีความเสี่ยงมากที่สุดต่อเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจน ถึงแม้ว่าทุกคนหายใจโดยใช้อากาศร่วมกัน แต่เด็กจากครอบครัวที่ยากจนไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองอากาศ หรือหน้ากาก N95 อีกทั้งเด็ก ๆ เหล่านี้อาจต้องใช้เวลาอยู่ข้างนอกมากกว่าด้วย

โดยมาตรการเร่งด่วนที่ทางองค์การอนามัยโลกแนะนำ เพื่อลดความเสี่ยงของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อเด็กและบุคคลทั่ว คือพยายามอยู่ในบ้านเมื่อฝุ่นละอองมีอัตราสูง ทำห้องนอนให้สะอาดโดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ควรเป็นห้องที่มีหน้าต่างน้อยๆ หรือพยายามไม่เปิดประตูและหน้าต่าง และหากจำเป็นต้องออกไปข้างนอกเป็นเวลานาน ควรสวมหน้ากากอนามัย รุ่น N95 ที่ขนาดพอดี ซึ่งแนวทางเร่งด่วนเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงต่อเด็กๆ ในระยะสั้น การลดระดับฝุ่นละอองขนาดเล็กให้ได้นั้น จะเป็นแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเพียงทางเดียวที่จะช่วยปกป้องสุขภาพของเด็กได้

อย่างไรก็ตาม องค์การยูนิเซฟเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและเด็ดขาด เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งรวมถึงการควบคุมการปล่อยอากาศเสีย การลงทุนในพลังงานทดแทน ระบบขนส่งมวลชน และการจัดการของเสียทางเคมีและการเกษตรที่ได้ประสิทธิภาพ ซึ่งมีเพียงแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาว และจะสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของรัฐ ร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับเด็ก