สะบัดบ๊อบวาเลนไทน์ ‘โสด’ ทั้งทีต้อง ‘มีระดับ’ ดีเจอ้อย ดึงสติ ‘โสดไม่ใช่บทลงโทษจากฟ้า’

พอถึง “วันวาเลนไทน์” ที่ไร แสลงใจ “คนโสด” ทุกที

ยิ่งยุคนี้เป็นยุค “โซเชียล” ที่ถึงวันแห่งความรักทีไร คนโสดแทบจะอยากปิดเฟซ ปิดไอจี เพราะไม่อยากเห็นแต่ “ภาพบาดตา” ถล่มทั้งวันทั้งคืน

เรียกว่าเป็นวันที่ “แสนสาหัส” ของคนโสด

ที่อาจจะต้องฮัมเพลงปลอบใจตัวเอง…ฉันซื้อกุหลาบให้ตัวเอง…

Advertisement

หรือออกมาโพสต์เฟซแบบเหงาๆ แกมจิกกัดเบาๆ …

…โตแล้ว อยู่คนเดียวได้

…ไม่มีแฟนก็แค่เหงา ไม่มีเขาก็แค่โสด

…วาเลนไทน์ หึหึ เทศกาลไหนๆ ก็วันธรรมดา

…วาเลนไทน์นี้?มีแล้ว ดอกไม้ช่อใหญ่ จะซื้อเอาไว้?ไปปักแจกัน!!

ช่างหนักหนายิ่งนัก!!

แต่ก็เชื่อว่า เหล่าคนโสดจะผ่านได้ เพราะเดี๋ยวมันก็ผ่านไป…

อีกอย่าง เป็นโสดก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเอาเสียเลย เมื่อโสดทั้งที ก็ “โสดแบบมีระดับ” ใช้ชีวิตโสดให้คุ้ม สะบัดบ๊อบใส่วันวาเลนไทน์ แล้วมาแฮปปี้กันให้สุดสุดไปเลย

ไฮโซหนุ่มตี๋สุดหล่อ สไตล์โอปป้า ไทด์-วสุวัส คูหาเปรมกิจ ที่ตอนนี้หัวใจยังว่าง เผยว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรกับวันแห่งความรักเลย เพราะ “โสด” มาจนชินแล้ว ส่วนคนที่จะเข้ามาดูแลหัวใจก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของ “เวลา” ขอดูไปเรื่อยๆ ก่อน แถมตอนนี้ก็ยัง “ไม่เหงา” เพราะเพื่อนๆ ก็โสดกันทั้งแก๊ง มีเวลาว่างก็กอดคอเพื่อนออกไปเที่ยว

เรียกว่า มีความสุขตามประสา “คนโสด”

เพราะในวันที่หลายคนไปเป็น “คู่” หนุ่มไทด์กับเดอะแก๊งก็ไปกันเป็น “กลุ่ม”

นอกจากจะใช้เวลากับเพื่อนๆ แล้ว หนุ่มไทด์ยังไม่ลืม “ผู้หญิงคนสำคัญ” ต้องซื้อของขวัญไปเซอร์ไพรส์ทุกปี ไม่ว่าจะเป็นช่อดอกไม้ เครื่องประดับ ตลอดจนขนมอร่อยๆ ไปฝาก “คุณแม่” อยู่เสมอ

“กลายเป็นสิ่งที่ทำทุกปีไปแล้ว เพราะเวลาที่เอาของขวัญไปเซอร์ไพรส์ คุณแม่ก็จะมีรอยยิ้ม มีความสุข เราก็สุขตามไปด้วย”

ต่อมุมมองชีวิตโสด หนุ่มไทด์เห็นว่า การเป็นโสดไม่ได้แย่ แถมยังมีข้อดีหลายๆ อย่างด้วย

“ข้อดีของชีวิตโสดก็น่าจะเป็นการทำอะไรได้คล่องตัวและมีอิสระ” ไทด์-วสุวัสทิ้งท้าย

ด้าน มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ เซเลบสาวร่างเล็ก ที่ความสามารถไม่เล็ก เพราะดูแลธุรกิจหลายอย่าง ทั้งธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพ อสังหาริมทรัพย์ บริษัทประชาสัมพันธ์ ตลอดจนแบรนด์แฟชั่นของตนเอง

ซึ่งสาวเจ้าก็โดนทักตลอดว่า ทั้งสวยทั้งเก่งแบบนี้ แต่ทำไม “หัวใจยังว่าง”

กับเรื่องนี้ ณัฏฐิ์ประภาเล่าว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะทุกวันนี้โฟกัสกับงาน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในข้อดีของการเป็นโสด คือมีความคล่องตัว สามารถทุ่มเทเวลาและสมาธิให้กับงานได้อย่างเต็มที่

ซึ่งเจ้าตัวก็สนุกและแฮปปี้กับการทำงานมากๆ

“มิ้งค์โสดมานานมาก แต่ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องมีแฟนเลย เพราะปกติวันวาเลนไทน์จะอยู่กับครอบครัวตลอด เป็นเหมือนวันหยุดวันหนึ่งที่ครอบครัวจะมีกิจกรรมแลกของขวัญ มอบช็อกโกแลต และรับประทานข้าวด้วยกันเป็นประจำทุกปี” เซเลบสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและทิ้งท้ายว่า

“สำหรับเรื่องความรัก มิ้งค์มองว่ามีหลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่รักเท่านั้น แต่จุดสำคัญอยู่ที่ความสุขต่างหาก ทำอะไรแล้วมีความสุข สิ่งนั้นก็นับเป็นความรักได้หมด”

ปิดท้ายด้วย กูรูด้านความรัก ดีเจอ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ที่ “ดึงสติ” คนโสดว่า วาเลนไทน์ “คนโสด” จะสุขหรือเศร้า ขึ้นอยู่กับ “ทัศนคติ” การมีชีวิตของตัวเอง

“ความโสดไม่ใช่บทลงโทษของฟ้า ไม่เกี่ยวว่าเราจะมีอะไร แต่อยู่ที่เรารู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เรามี”

ดังนั้น “โสดหาวิธีแก้เหงา ดีกว่าแก้เศร้า ถ้าเขาไม่ใช่”

“การที่เราโสด เพราะเราก็เลือก ถ้าเป็นเมื่อ 5-10 ปีก่อน อาจจะโสดเพราะไม่ใครเอา แต่โสดทุกวันนี้ เป็นโสดแบบไม่เอาใคร เพราะถ้าเราไม่ได้เจอคนที่น่ารักมากพอ ให้เราสละความสุข ซึ่งความโสด ก็อย่าเพิ่งโดดลงจากคาน แต่ให้ค่อยๆ ดูไปจะดีกว่า”

ดังนั้น โสดแล้วสุข หรือ โสดแล้วทุกข์

“อยู่ที่ทัศนคติต่อความโสดของเราเป็นยังไงต่างหาก” พี่อ้อยย้ำ

“ถ้าเรารู้สึกว่า ความโสดเป็นอะไรที่เศร้าจังเลย ไม่มีใครมาเลือกฉัน อันนั้น เราเห็นคุณค่าตัวเองน้อยไปหน่อย ยิ่งในโลกโซเชียลที่เราเห็นคู่อื่นๆ แล้วเราทุกข์ นั่นเพราะเราเสพความสุขของคนอื่นมากจนเกินไป จนเห็นแต่ความทุกข์ของตัวเอง แต่เราลืมไปว่า คนทุกคนไม่ได้โพสต์ทุกอย่างในชีวิตลงไปในเฟซบุ๊กหรอก เขาก็คงเลือกแล้ว”

“เราเห็นเขาด้านเดียว แต่เราดันเห็นชีวิตเราทุกด้าน แค่นี้ก็เทียบกันไม่ได้แล้ว”

พี่อ้อยย้ำว่า สิ่งที่อยู่ในเฟซบุ๊กหรือไอจี ก็เป็น “มุมหนึ่ง” ของชีวิตคนคนหนึ่งเท่านั้น

“พออะไรก็ตาม อยู่ไกลๆ ยังไงก็สวย ชีวิตเราไม่ได้มีด้านเดียว แต่ถ้าเรารู้สึกว่า ทำไมเหงาหรือเศร้า นั่นเพราะเราคาดหวัง”

“หลายครั้งที่เทศกาลวาเลนไทน์ เรามักคิดว่า คนที่มีความสุขที่สุด คือ คนมีคู่

จะบอกว่า คนที่มีความสุขที่สุดในวันวาเลนไทน์ คือ คนโสด เพราะเราไม่ต้องคาดหวังว่า ฉันจะได้กุหลาบหรือเปล่า ฉันจะได้ไปกินข้าวกับแฟนไหม อะไรอย่างนี้ แต่คนโสดดอกไม้ซื้อเองได้ อยากได้อะไรก็สั่งมา”

“ถ้าเราควบคุมความสุขของตัวเองได้ นี่คือความสุขจริงๆ ไม่ใช่ความสุขที่ได้จากการรอ หรือเอาความสุขของเราไปผูกไว้ที่ใครสักคน”

อย่าคิดว่า “ความโสด” เหมือน “บทที่โหดร้าย”

“ในวันนี้ ต่อให้เรามีคู่ เราก็ต้องอยู่เป็นโสดให้ได้ เพราะโสดคือการพึ่งพาตัวเองในหลายอย่าง ให้เราเป็นศูนย์รวมความสุข ไว้ที่ตัวของเราเองด้วย”

ฉะนั้น โสดอย่างไรให้แฮปปี้?

พี่อ้อยจึงว่า “ให้รู้สึกดีกับสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพไหนก็ตาม”

“คนเป็นคนโสด ก็แฮปปี้กับความโสดของเรา ไม่ต้องรายงานตัวกับใคร ไม่ต้องคอยตามว่า อยู่ในบ้านเป็นแฟนเรา ออกจากบ้านเป็นแฟนใคร หรือต่อให้มีแฟน ก็ต้องเป็นแฟนที่มีเวลาคุณภาพ ไม่ใช่เป็นแฟนที่คาดหวังว่าความสุขต้องอยู่ที่เขาตลอดเวลา จนกระทั่งรู้สึกว่าฉันไม่สามารยืนตัวตรงได้ ฉันต้องยืนเอียงๆ พิงอีกคน”

“เพราะงั้น ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพไหน ไม่มีใครมีความสุขตลอดเวลา หรือทุกข์ทุกวินาที มันก็สลับๆ กัน”

“หลายครั้ง คนโสดอิจฉาชีวิตคนมีคู่ และบ่อยครั้งคนมีคู่อิจฉาชีวิตของคนโสดบางคน”

“วันนี้ ความสุขไม่ได้อยู่ที่เรามีอะไร แต่อยู่ที่เรารู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เรามี”

“การกลับมาเห็นคุณค่าตัวเอง ถือเป็นสิ่งดีที่สุด ลองยิ้มให้มากในวันนี้ และไม่ได้แปลว่าการมีแฟน คือ ที่สุดแห่งรอยยิ้มของทุกคน”

โสดอย่างมีระดับ ไม่จำเป็นต้องสวย หล่อ หรือมีเงินทองมากมาย แต่คือ “การมีความสุขจากตัวเรา และไม่ไปผูกกับใคร”

“ในที่สุดแล้ว เราต้องรู้สึกว่า เราสมบูรณ์ ไม่ใช่ทำตัวพร่องเพื่อให้คนอื่นมาเติมเต็ม ถ้าเราสามารถเติมเต็มด้วยตัวของเราเองได้ คนที่เข้ามาในชีวิตเป็นโบนัส ถ้าวันหนึ่ง เราไม่มีโบนัส เราก็ยังสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง”

“ฉะนั้น โสดก็ต้องโสดให้สุข มีคู่ก็ต้องมีคู่อย่างมีความสุขเช่นกัน” ดีเจอ้อยทิ้งท้าย


ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน

เพิ่มเพื่อน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image