วันรำลึกความดี คอลัมน์ แท็งก์ความคิด

วันสำคัญต่างๆ มีขึ้นเพื่อระลึกถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่ควรให้ลืม

วันเด็ก มีขึ้นเพื่อให้ความสำคัญแก่เด็ก วันครอบครัว มีขึ้นเพื่อให้ระลึกถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว

วันชาติ วันรัฐธรรมนูญ และวันอื่นๆ ที่สำคัญก็มีวัตถุประสงค์เช่นนี้

บังเอิญว่าสัปดาห์ที่แล้วและสัปดาห์ต่อไปเรามีวันที่คนไทยให้ความสำคัญ

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันของชาวคริสต์ แต่คนทั่วโลกให้ความนิยม

รวมทั้งคนไทยเราด้วย

วันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่เพิ่งผ่านมา

ส่วนสัปดาห์ที่จะถึงนี้ มีวันสำคัญอีกวันหนึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธ

วันนั้นคือ วันมาฆบูชา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์

วันวาเลนไทน์ แม้จะเป็นวันของโลกตะวันตก แต่คนทั้งโลกก็ให้ความสำคัญ เพราะให้ความหมายลึกซึ้ง

เป็นความหมายแห่ง “รัก”

ตามตำนานระบุว่า วันวาเลนไทน์กำเนิดขึ้นในยุคโรมัน สมัยจักรพรรดิคลอดิอุส ที่ 2

ยุคนั้นโรมันไม่อนุญาตให้พลเมืองยุ่งเกี่ยวกับคริสเตียน

แต่นักบุญวาเลนตินุสศรัทธาต่อพระคริสต์ ลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้คู่รักชาวคริสเตียนอยู่เสมอ

จัดไปจัดมาสุดท้ายก็ถูกจับ ทหารนำตัวไปขังคุก รับโทษทรมานแสนสาหัส

และถูกประหารชีวิตในที่สุด

จากนั้น ผู้คนในโลกต่างยกย่อง “วาเลนตินุส” ไม่ยกย่อง “คลอดิอุส”

เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมคนจึงยกย่องวาเลนตินุส

ก็เพราะคนที่มีอารยะ ย่อมไม่เห็นด้วยกับการกระทำรุนแรง

ไม่เห็นด้วยกับการจำกัดสิทธิ ไม่เห็นด้วยกับการนำคนไปกักขัง ทรมาน และเข่นฆ่า

คนรุ่นต่อมาศรัทธาในตัววาเลนตินุส ที่ยึดมั่นในพระเจ้า ธำรงไว้ซึ่งความรัก

ด้วยเหตุนี้ ในวันที่เขาถูกประหาร คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จึงเป็นวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักของชาวคริสต์

เป็นวันที่ตอกย้ำให้เห็นคุณค่าของความรัก

รักผู้อื่น รักตัวเอง รักเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก

ขณะที่วันมาฆบูชา คือวันเพ็ญเดือน 3 เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางพุทธศาสนาหลายประการ

หนึ่ง ตรงกับวันเพ็ญเดือน 3

สอง พระภิกษุ 1,250 องค์ มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

สาม พระภิกษุเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์

และสี่ พระภิกษุเหล่านั้น พระพุทธเจ้าประทาน “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” ด้วยพระองค์เอง

พระพุทธเจ้านั้นทรงค้นพบสัจธรรมความเป็นไปในโลก และทรงสั่งสอนสาวกให้เข้าใจวิธีดับทุกข์

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเน้นไปที่การดับทุกข์

แนวทางการดับทุกข์ที่พระพุทธองค์ค้นพบและเผยแผ่คือ อริยสัจ 4

ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

ในมรรคมีองค์ 8 ประกอบด้วย “สัมมา” จำนวน 8 อย่าง คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ

ใน “สัมมา” ทั้งหลายตอกย้ำให้ “คิดดี พูดดี ทำดี”

หรือคิด พูด ทำ ในสิ่งที่เป็นกุศล ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว แม้จะมีสิ่งใดๆ มากมายมากระทบอายตนะทั้งหลายของเรา

ไม่ว่าเรื่องดี หรือเรื่องร้าย

แต่หากในที่สุด เราสามารถ “คิดดี” ได้ ความโลภ โกรธ หลง ก็ถูกระงับ 

เมื่อสามารถสำรวมวาจา การพูดก็ไม่ก่อศัตรู ยิ่งถ้าไม่ยุยงปลุกปั่นใส่ร้ายป้ายสี ยิ่งไม่ทำให้สังคมปั่นป่วน ยิ่งดำรงอยู่ได้อย่างสันติ

เช่นเดียวกับการทำดี เน้นสร้างสรรค์ งดทำลาย ย่อมสร้างประโยชน์มากกว่าโทษ

ข้อคิดจากวันวาเลนไทน์ และหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำให้มองเห็น “ฝ่ายดี”

“ฝ่ายดี” ต้องฝักใฝ่ไปทางกุศลกรรม

คือ ทำดี ไม่ทำชั่ว รัก ไม่เกลียดชัง สร้างสรรค์ ไม่ทำลาย

คนถ้าฝักใฝ่ไปทางกุศลกรรม ย่อมมีประพฤติดี สร้างสรรค์ รักผู้อื่น

ก่อเกิดเป็นความสุขใจ ทำให้จิตใจผ่องแผ้ว

วันมาฆบูชาจึงเป็นวันสำคัญที่ต้องการตอกย้ำให้คนระลึกถึง “ความดี”

วันสำคัญของไทยหลายวัน โดยเฉพาะวันที่มีความสัมพันธ์กับคำสั่งสอนทางศาสนา ล้วนแล้วแต่เป็นวันที่ตอกย้ำให้ระลึกถึง “ความดี”

ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญพุทธอย่างวันมาฆบูชา หรือวันที่ได้รับความนิยมอย่างวันวาเลนไทน์ ล้วนแล้วแต่ตอกย้ำถึง “ความดี”

วันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์ มีกำหนดเวลาใกล้เคียงกัน

แม้วันหนึ่งจะเป็นวันที่อิงกับคริสต์ศาสนาและได้รับความนิยมกันทั่วโลก ส่วนอีกวันหนึ่งเป็นวันสำคัญของศาสนาพุทธ

แต่แก่นสำคัญของวันทั้งสองคือ “ความดี”

วันวาเลนไทน์ให้ระลึกถึงความรัก วันมาฆบูชาให้ระลึกถึงความดี

วันดังกล่าวหน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน และประชาชนต่างคิดค้นกิจกรรมขึ้นมาอย่างคึกคัก

ทุกกิจกรรมในวันสำคัญ ช่วยกระตุกให้คิดและทำในสิ่งที่เป็นกุศลธรรม

คิดดี พูดดี ทำดี ตามบุคคลสำคัญในวันที่ระลึกถึง

คิดดี พูดดี ทำดี ตามคำสอนของบุคคลสำคัญเหล่านั้นๆ

วันเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นวันที่กระตุกให้คนในสังคมระลึกถึง การคิดดี การพูดดี การทำดี

เป็นวันที่เตือนสติไม่ให้คนรุ่นหลังหลงลืม

อย่าลืม “ความรัก” อย่าลืม “ความดี”

บทความก่อนหน้านี้‘อนาคตใหม่’ ลงพื้นเสียงเมืองสิงห์ถิ่นวีรชนบางระจัน ชวน ปชช.ช่วยกันเปลี่ยนประเทศ
บทความถัดไปเอนกายพักผ่อนที่’กีมาลา’ภูเก็ต ชิมอาหารสุขภาพ อร่อยดีต่อใจ คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน