วันกาเลนไทน์ เดย์ (Galentine’s Day) ที่ 13 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักของคนโสด

วันกาเลนไทน์ เดย์ (Galentine's Day) ที่ 13 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักของคนโสด

คอลัมน์ World Update…วันกาเลนไทน์ เดย์ (Galentine’s Day) ที่ 13 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักของคนโสด

วันวาเลนไทน์ที่ 14 กุมภาพันธ์เพิ่งผ่านไป แต่ก่อนหน้านั้น 1 วันยังมีวันชื่อว่า วันกาเลนไทน์เดย์ (Galentine’s Day) ตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งแม้ยังไม่ใช่วันที่ถูกกำหนดลงในปฏิทินเป็นสากล แต่วันกาเลนไทน์กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีในกลุ่มหญิงอเมริกันที่ใช้วันกาเลนไทน์ เพื่อฉลองความรักกับเพื่อนๆ และให้กำลังใจ ให้พลังแก่ผู้หญิงด้วยกัน

จากรายงานของเอเอฟพีเล่าว่า วันกาเลนไทน์เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากซิทคอมเรื่อง “Parks & Recreation” ที่ เลสลี่ โน้ป ตัวละครเอกในเรื่องซึ่งรับบทโดย เอมี โพห์เลอร์ จัดงานเลี้ยงฉลองกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เหมือนเป็นการประชดประชันวันวาเลนไทน์ และเหมือนต้องการบอกให้รู้ว่า ถึงแม้ไม่มีแฟนที่จะไปฉลองวันวาเลนไทน์ด้วย แต่ทุกคนยังมีเพื่อน ยังมีความรักดีๆ อยู่รายรอบตัว และความรักแบบชายหญิง ไม่ใช่ความรักเพียงรูปแบบเดียวที่มีคุณค่าควรแก่การเฉลิมฉลอง จากนั้นไอเดียของวันกาเลนไทน์ที่มีจุดกำเนิดมาจากซิทคอมเรื่องนี้ ก็เริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้หญิงอเมริกันที่นำมาเลียนแบบ มาใช้ในชีวิตจริงกัน

“ผู้หญิงเราถูกกรอกหูมาตั้งแต่เล็กถึงความรักที่เต็มไปด้วยความเพ้อฝัน และทำให้รู้สึกว่ามันมีความหมาย ความสำคัญมากขนาดไหนกับการมีความรัก แล้วความคิดเหล่านั้นก็ก่อให้เกิดความรู้สึกว่า ตัวเองช่างไร้ค่า และล้มเหลว หากพอถึงวันวาเลนไทน์แล้ว คุณไม่มีใครออกไปดินเนอร์ด้วย” โอลิเวีย ดิลลิงแฮม วัย 24 ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์สินค้าสำหรับสุภาพสตรี ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บอก

ทั้งนี้จากที่เริ่มต้นถือกำเนิดขึ้นมาแบบกึ่งตลก กึ่งซีเรียส จริงจัง แต่ทว่าตอนนี้มีผลสำรวจพบว่า ในสหรัฐอเมริกามียอดจับจ่ายซื้อสินค้าในวันกาเลนไทน์เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ยอดจับจ่ายในวันวาเลนไทน์กลับลดลง โดยในผลสำรวจของสหพันธ์การค้าปลีกแห่งชาติระบุว่า ปีนี้มีคนอเมริกันเพียง 51% ที่มีแพลนจะจับจ่าย ซื้อของขวัญในวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ลดลงมากกว่า 10% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้ายอดขายสินค้าในวันกาเลนไทน์จะมียอดขายสูงขึ้นกว่า 20%

ริยา พาเทล สาววัย 22 ซึ่งมีอาชีพเป็นนักวิเคราะห์วิจัยอยู่ในนิวยอร์ก เล่าถึงการฉลองวันกาเลนไทน์ที่ผ่านมาของเธอกับกลุ่มเพื่อนสนิทว่า “ฉันจัดโทรเฟซไทม์แบบกลุ่มกับเพื่อนสนิท แล้วพวกเราทุกคนก็พูดคุยกัน ฉลองวันกาเลนไทน์ด้วยกัน จากนั้นฉันก็ฉลองกับตัวเอง โดยเล่นโยคะในห้องนอน และจิบเครื่องดื่มเบาๆ ก่อนเข้านอน”

ในเอเอฟพีเล่าว่า ปัจจุบันมีร้านค้า ร้านอาหารหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาที่จัดฉลองวันกาเลนไทน์ และมีสินค้ามากมายที่วางขายเพื่อวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น การ์ดอวยพร ช็อกโกแลต เสื้อผ้า ฯลฯ ไม่น้อยหน้าวันวาเลนไทน์แม้แต่น้อย

โอลิเวีย ดิลลิงแฮม เล่าว่า เมื่อปีที่แล้ว เธอก็เป็นตัวตั้งตัวตีจัดปาร์ตี้วันกาเลนไทน์กับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงของเธอ ซึ่งต่างนำดอกไม้มามอบให้กัน และกล่าวชื่นชม ให้กำลังใจกัน “การที่เรามีกลุ่มเพื่อนที่คอยให้กำลังใจกัน และเราก็ให้กำลังใจตัวเองเป็น นั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก และการมีวันกาเลนไทน์ก็กลายเป็นข้ออ้างที่ดีที่เพื่อนๆ จะได้มาเจอกัน”

ซาร่า ฟิลลิป ผู้ผลิตน้ำหอม ชาวกรุงวอชิงตัน วัย 37 ปี ซึ่งร่วมจัดเวิร์กช็อปในวันกาเลนไทน์ เล่าว่า ถึงแม้เธอไม่เคยรู้จัก หรือเคยได้ยินชื่อวันกาเลนไทน์มาก่อน แต่เธอก็รู้สึกว่า “มันเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้หญิงด้วยกัน และสนับสนุนให้ผู้หญิงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

โดย ริยา พาเทล บอกว่า “ฉันคิดว่านี่คือส่วนที่พิเศษ และเป็นการเฉลิมฉลองให้เห็นว่าผู้หญิงกำลังช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจให้กันอย่างไร”


 

ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon