หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที พบผู้ป่วยรายแ...

พบผู้ป่วยรายแรก เป็นมะเร็งเพราะเสริมก้น

6.03.19 | 16:33 น.
ภาพ-doctordaliah.wordpress.com)

ทีมวิจัยทางการแพทย์เผยแพร่ผลวิจัยกรณีผู้ป่วยมะเร็งรายหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ป่วยรายแรกที่พบเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่มีขนาดใหญ่และโตเร็ว หรือ แอนาพลาสติก ลาร์จ เซลล์ลิมโฟมา (Anaplastic large-cell lymphoma ALCL) ซึ่งเป็นมะเร็งหายากชนิดหนึ่ง แต่ขยายตัวและลุกลามเร็วจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หลังการผ่าตัดเสริมกล้ามเนื้อกลูเทียลหรือกล้ามเนื้อบริเวณแก้มก้นได้เพียง 1 ปี

“เอแอลซีแอล” โดยส่วนใหญ่แล้วมักพบเชื่อมโยงกับการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “บีไอเอ-เอแอลซีแอล” (BIA-ALCL) เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นกับเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน ในสหรัฐอเมริกา องค์การอาหารและยา (เอฟดีเอ) ตรวจสอบพบกรณีที่สามารถระบุว่าเป็นมะเร็งบีไอเอ-เอแอลซีแอล ซึ่งเชื่อมโยงกับการผ่าตัดเสริมหน้าอก หรือฟื้นฟูทรวงอกถึงกว่า 450 ราย ในระยะเวลาเพียง 8 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดเพื่อเสริมหน้าอกโดยใช้ซิลิโคนประเภทผิวหยาบ ซึ่งเรียกว่า เท็กซ์เจอร์ เบรสต์ อิมแพลนท์

ในกรณีของผู้ป่วยสตรีวัย 49 ปี ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งสะโพกรายนี้ ทีมวิจัยพบว่าเข้ารับการผ่าตัดแบบ เท็กซ์เจอร์ อิมแพลนท์ บริเวณแก้มก้นเมื่อประมาณ 1 ปีก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยพบเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้ แพทย์ผู้วินิจฉัยพบว่าผู้ป่วยรายนี้เกิดแผลเปื่อยขึ้นบริเวณผิวหนังโดยรอบจุดที่ผ่าตัดฝังซิลิโคนไว้ เมื่อมีการตรวจสอบโดยละเอียดก็พบว่าบริเวณโดยรอบถุงซิลิโคนที่เสริมเข้าไปนั้นปรากฏของเหลวอยู่โดยรอบ

อย่างไรก็ตาม ตามรายงานแพทย์ระบุว่า ขณะวินิจฉัยพบนั้น มะเร็งได้ลุกลามไปยังร่างกายส่วนอื่นๆ ของผู้ป่วยแล้ว รวมทั้งบริเวณปอด ซึ่งจากการชันสูตรก้อนเนื้อภายในปอดของผู้ป่วยรายนี้พบเซลล์ที่เป็นสัญลักษณ์ของมะเร็ง เอแอลซีแอล อย่างชัดเจน

ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า กรณีนี้เพียงแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการผ่าตัดเพื่อเสริมก้นกับการเกิดมะเร็งเอแอลซีแอลเท่านั้น และไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าการผ่าตัดเพื่อเสริมก้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยรายนี้เป็นมะเร็งขึ้น นอกจากนั้น ยังตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า มะเร็งของผู้ป่วยรายนี้ลุกลามเร็วเป็นพิเศษ เนื่องจากกรณีของมะเร็งเอแอลซีแอลที่เชื่อมโยงกับการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้น โดยทั่วไปแล้วมะเร็งมักปรากฏชัดเมื่อเวลาผ่านไปราว 10 ปี หลังจากเข้ารับการผ่าตัด

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยเน้นว่า บรรดาแพทย์ทั้งหลายควรยอมรับว่า การผ่าตัดเพื่อปลูกถ่าย เท็กซ์เจอร์ ซิลิโคน เข้าไว้ในร่างกายของผู้ป่วยในบริเวณอื่นๆ นอกเหนือจากทรวงอกนั้น อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเอแอลซีแอลขึ้นได้เช่นเดียวกัน และผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดเสริมอวัยวะด้วยเท็กซ์เจอร์ อิมแพลนท์ ก็ควรได้การแจ้งให้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ พร้อมทั้งรู้วิธีที่จะตรวจสอบจุดที่ได้รับการผ่าตัดเพื่อดูว่ามีอาการแทรกซ้อนจากการผ่าตัดขึ้นหรือไม่ด้วยเช่นกัน

งานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า กรณีของผู้ป่วยรายนี้ซึ่งถือเป็นกรณีแรกที่มีรายงานทางการแพทย์อย่างละเอียดนั้น แสดงให้เห็นว่าเท็กซ์เจอร์ อิมแพลนท์นั้น มีความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเอแอลซีแอลขึ้นได้เป็นการทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะทรวงอก ดังนั้น ประเด็นในการศึกษาวิจัยและถกเถึยงกันในอนาคตควรเปลี่ยนแปลงจาก “มะเร็งที่เชื่อมโยงกับการผ่าตัดเสริมหน้าอก” เป็น “มะเร็งที่เชื่อมโยงกับการผ่าตัดเสริมอวัยวะ” เพื่อให้ครอบคลุมโรคโดยรวมทั้งหมด

ทีมวิจัยยังเรียกร้องให้มีการค้นคว้าวิจัยต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้เข้าใจได้ว่า เพราะเหตุใดการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายเท็กซ์เจอร์ซิลิโคนจึงอาจก่อให้เกิดมะเร็งชนิดนี้ขึ้นนั่นเอง