ทีมสำรวจนานาชาติประสบความสำเร็จในการสำรวจและจัดทำแผนที่สามมิติของ เดอะ เกรท บลูโฮล หลุมลึกที่เกิดจากการยุบตัวของผิวโลกหรือซิงค์โฮล ขนาดใหญ่นอกชายฝั่งทะเล เบลิซ ประเทศขนาดเล็กริมฝั่งตะวันออกของอเมริกากลาง รวมทั้งสามารถสำรวจลงลึกไปจนถึงก้นหลุมลึก 124 เมตร ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 318 เมตร อีกด้วย
ทีมสำรวจดังกล่าวประกอบขึ้นจากนักสำรวจผจญภัยชั้นนำ รวมทั้ง ฟาเบียงคอสโท หลานชายของนักสำรวจและนักสร้างภาพยนตร์ชื่อดัง ฌาคส์ คอสโท ซึ่งทำให้ บลูโฮล แห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก, ริชาร์ด แบรนสัน ประธานและผู้ก่อตั้งเวอร์จิน กรุ๊ป และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งองค์การโอเชียน ยูไนท์ และเอริกา เบิร์กแมน ผู้ก่อตั้งบริษัทสำรวจใต้น้ำอควอติกา ซับมารีนส์ เป็นต้น ทำแผนที่สามมิติของหลุมยุบตัวดังกล่าวด้วยเทคโนโลยี 3 ดีโซนาร์แมปปิง ซึ่งใช้คลื่นเสียงสำรวจ โดยอาศัยหลักการที่ว่า เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับวัตถุที่มีขนาดและองค์ประกอบแตกต่างกันจะสะท้อนกลับแตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาด รูปร่างและองค์ประกอบของวัตถุนั้นเพื่อการทำแผนที่สามมิติภายใน เดอะ เกรท บลูโฮล ที่สมบูรณ์แบบที่สุดออกมาได้สำเร็จ นอกจากนั้นยังค้นพบสิ่งใหม่ๆ น่าสนใจอีกมาก

เบิร์กแมนระบุเอาไว้ในบล็อกของตนเองว่า ทีมสำรวจตรวจสอบพบหินงอกหินย้อย ซึ่งเกิดจากการสะสมของแร่บางชนิดในน้ำ ในขณะที่ส่วนใหญ่ของหลุมแห่งนี้ยังคงเป็นถ้ำที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 152 เมตร ก่อนที่จะเกิดการถล่มยุบตัวลงเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ที่มีถ้ำน้อยใหญ่มากมายซึ่งเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยเต็มไปหมด
นอกจากนั้นยังมีพื้นที่บางส่วนของหลุม ซึ่งทีมสำรวจขนานนามว่าเป็น สุสานหอย ซึ่งเต็มไปด้วยซากหอยจำนวนมากซึ่งเชื่อว่าน่าจะร่วงลงไปในหลุม ไม่สามารถกลับขึ้นมาได้จนขาดออกซิเจนตายลงในที่สุด บางส่วนยังคงมีร่องรอยของหอยเหล่านั้นที่พยายามไต่กลับขึ้นมา แต่ดูเหมือนจะลื่นไหลกลับลงไป ปริมาณของเปลือกหอยแสดงให้เห็นว่าประชากรหอยในบริเวณน่าจะอุดมสมบูรณ์ทีเดียว
ในขณะที่แบรนสันระบุไว้ในบล็อกว่า ปีศาจร้าย ตัวจริงที่พบระหว่างการสำรวจครั้งนี้คือร่องรอยของภาวะโลกร้อนและพลาสติก เมื่อพบขยะขวดพลาสติกอยู่ก้นหลุมด้วยเช่นกัน

