สวยไม่สร่าง “คาร่า พลสิทธิ์” นางเอกข้างหลังภาพ ในวัย 50 กะรัต กับบทใหม่ที่ “เปลี่ยนชีวิต” ผู้อื่น

18.05.16 | 12:22 น.

สัจธรรมหนึ่งที่เรามักเห็นในวงการบันเทิงคือเมื่อ “คลื่นลูกใหม่” มา “คลื่นลูกเก่า” ก็จะค่อยๆ หมดความนิยมลงไป จึงไม่แปลกที่เรามักจะได้เห็นเหล่าคนในวงการบันเทิงมี “อาชีพเสริม” นอกจากอาชีพนักแสดง นักร้อง หรือแม้แต่นางแบบ เพื่อรองรับชีวิตเมื่อสัจธรรมนั้นมาถึง

ซึ่งอาชีพเสริมของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปตามความถนัด บ้างเปิดร้านอาหาร บ้างทำธุรกิจแฟชั่น เครื่องสำอาง บ้างทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ

หนึ่งในคนวงการบันเทิง คาร่า พลสิทธิ์ ที่ปัจจุบันแม้จะไม่ได้โลดแล่นอยู่ในวงการเหมือนสมัยสาวๆ หากประสบการณ์ใน “วงการมายา” ที่เริ่มตั้งแต่ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารลลนาปี 2529 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเป็นลูกครึ่ง (พ่อไทย-แม่นิวซีแลนด์) และตัวสูง 176 เซนติเมตร ซึ่งในตอนนั้นเมืองไทยยังไม่มีนางแบบตัวสูง

จากนั้นก็ถ่ายแบบนิตยสารต่างๆ ที่มีอยู่ในขณะนั้น รวมทั้งเดินแบบ ถ่ายโฆษณา ถ่ายมิวสิกวิดีโอ ซึ่งเธอได้ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นประมาณ 120 เล่ม

ในช่วงที่เป็นนางแบบยังได้ผันตัวไปเป็น “พิธีกร” รายการโทรทัศน์และพิธีกรตามงานอีเวนต์ รายการที่คนทั่วไปจำกันได้คือ รายการ ฟุดฟิดฟอไฟ ซึ่งเป็นรายการสอนภาษาอังกฤษที่ทำอยู่นาน 11 ปี และได้รับรางวัล “โทรทัศน์ทองคำ” พิธีกรหญิงดีเด่น ปี 2544 จากรายการ “ฒ ไม่ เฒ่า” ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับผู้สูงวัย

Advertisement

ผลงานแสดงที่คนทั่วไปจำได้คือบท “คุณหญิงกีรติ” ในภาพยนตร์เรื่อง “ข้างหลังภาพ” โดยแสดงคู่กับ “เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์” และจากผลงานนี้เอง ทำให้เธอได้รับรางวัล “พระสุรัสวดี” หรือ “ตุ๊กตาทอง” สาขา “นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมปี 2544”
ปัจจุบัน มีงานวงการบันเทิงบ้างประปราย ล่าสุด เป็นนักแสดงรับเชิญในละครวัยรุ่นเรื่อง “ฮอร์โมน 3” และหนังผีเรื่อง “รุ่นพี่”

ทั้งหมดนี้ได้หล่อหลอมให้ “คาร่า พลสิทธิ์” ผันตัวเองมาทำงาน “วิทยากรสอนพัฒนาบุคลิกภาพ”

“ทำแล้วมีความสุข เพราะเป็นงานที่เปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ” คาร่าบอกถึง “สถานะใหม่” ที่เธอยังได้ชื่อว่าเป็น “อาจารย์พิเศษ” ให้กับนักศึกษาชั้นปี 3 และปี 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษามหาวิทยาลัย RBAC เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสอนพัฒนาบุคลิกภาพให้กับพนักงานองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กรมสรรพสามิต, เอสซีจี ปูนซิเมนต์ไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

คาร่าสอนบุคลิกภาพมาประมาณ 2 ปี โดยถือว่าเป็นการต่อยอดจากงานเดิมที่เคยเป็นนางแบบกับพิธีกร จึงนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาใช้ออกแบบเป็น “คอร์สด้านบุคลิกภาพ”

“สมัยก่อนก็เคยมีคนติดต่อให้สอน แต่ตอนนั้นยังไม่พร้อม เพราะติดงานด้านอื่นๆ งานสอนต้องใช้เวลาเตรียมตัวค่อนข้างนาน ไม่เหมือนกับงานเดินแบบที่ไปแต่ตัวก็ทำงานได้เลย หรืองานพิธีกรที่มีทีมงานเตรียมข้อมูลให้ ซึ่งเดี๋ยวนี้งานในวงการแฟชั่นและบันเทิงลดลงก็มีเวลามากขึ้นที่จะเตรียมคอร์สสอนบุคลิกภาพได้”

โดยก่อนสอน คาร่าจะทำ “การบ้าน” ค่อนข้างหนัก ด้วยการศึกษาข้อมูลว่าผู้สัมมนาเป็นใคร อายุเท่าไหร่ มีความต้องการทางด้านไหน โดยเธอยึดหลักว่า “ต้องสอนให้เหมาะสมกับผู้อบรม” หรือ “สอนในสิ่งที่ผู้อบรมยังบกพร่อง”

“บ่อยครั้งลูกค้าไม่รู้ว่าต้องการอะไร เพราะเขาเองไม่ทราบว่าการพัฒนาบุคลิกภาพมีรายละเอียดอะไรบ้าง ส่วนใหญ่เราจะคิดรายละเอียดเองและหาข้อมูลเองเพื่อให้เหมาะกับผู้เข้าอบรม ในการทำพาวเวอร์พอยต์ก็ต้องหาภาพประกอบให้เหมาะสม เช่น ถ้าเป็นนักศึกษาก็ต้องเป็นภาพผู้คนในวัยเดียวกับเขา ถ้าผู้อบรมเป็นคนที่อายุ 30-40 ปี ก็ต้องจัดหารูปภาพแนวอื่น เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายและรู้สึกว่าสัมพันธ์กับชีวิตของเขา และยังต้องทำแอนิเมชั่นต่างๆ เพื่อไม่ให้ผู้ฟังเบื่อ เพราะการสอน 3 ชั่วโมงค่อนข้างนาน เราต้องมีเทคนิคต่างๆ ให้ผู้อบรมตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ในการจัดทำพาวเวอร์พอยต์แต่ละครั้งใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ ก่อนไปสอนก็ต้องซ้อมเพื่อให้คล่อง ในวันที่สอนจะได้ดูราบรื่น ไม่มีปัญหาติดขัด หรือหลงลืม”
หลักการสอนแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นเรื่องของการวางท่าทางให้สวยงาม ส่วนที่ 2 จะเป็นเรื่องมารยาทสังคม ส่วนที่ 3 เป็นเรื่องการสื่อสาร ส่วนที่ 4 เป็นเรื่องภาพลักษณ์

“ในสังคมมีการแข่งขันสูง เวลาคนที่เรียนจบมาใหม่ๆ ไปสมัครงาน ผู้ว่าจ้างไม่ได้พิจารณากันแค่ว่าเรียนเก่ง แต่ต้องมีบุคลิกภาพที่ดีด้วย เพราะคงไม่มีบริษัทไหนอยากว่าจ้างพนักงานที่บุคลิกไม่ดีเข้าทำงาน หรือคนที่อยู่ในวัยทำงานอยู่แล้ว จะก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียวก็ไม่ได้ทำให้ก้าวหน้า พนักงานคนอื่นที่แต่งตัวเป็น หน้าตาแจ่มใส สื่อสารคล่องแคล่วก็อาจได้รับการพิจารณาให้เลื่อนตำแหน่งไปก่อน”

ทำงานด้านนี้มาประมาณ 2 ปี นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับอดีตนางแบบชื่อดังแล้ว เจ้าตัวยังรู้สึกว่า งานนี้เป็นงานที่มีคุณค่าเพราะได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นอย่างแท้จริง

“คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการสอนเรื่องบุคลิกภาพที่ดี เพราะครอบครัวไม่เน้นเรื่องแบบนี้ โรงเรียนก็ไม่มีสอน พอเราไปบรรยายจะเห็นเลยว่าทุกคนให้ความสนใจ และแปลกใจว่าเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน เขารับรู้ได้ว่าถ้าเขาสามารถปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้น ก็จะทำให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานและในสังคม เพราะสมัยนี้คนเราไม่ได้มองกันแค่ความเก่ง แต่ยังคำนึงถึงภาพลักษณ์และบุคลิกที่ดูดีด้วย เช่น การเลือกพนักงานใหม่เข้าทำงาน ถ้ามีความสามารถทั้งคู่ คนที่บุคลิกภาพดีกว่าย่อมได้รับการเลือก”

ส่วนใครที่ไม่ได้เข้ารับการอบรมกับ “คาร่า” เธอก็มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ มาแนะนำ

“สิ่งที่ง่ายที่สุด ถ้าอยากให้บุคลิกภาพดี คือ ฝึกยืนตัวตรง อย่าหลังค่อม”

ดูแลผู้อื่นให้มีบุคลิกภาพที่ดีแล้ว ตัวของเธอเองก็ไม่ได้ละเลย ยังคงดูแลตัวเองอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องรับประทานอาหารจะเน้นที่มีประโยชน์ ผัก ผลไม้ เลี่ยงของมัน ของทอด และเครื่องใน

ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร นอนพักผ่อนเต็มที่ ออกกำลังกายด้วยวิธีง่ายๆ คือ เดินเร็วหน้าบ้านวันละครึ่งชั่วโมง โดยพยายามเดินให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ในเรื่องการดูแลผิวพรรณก็ดูแลมาตลอดด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพและทาครีมกันแดดทุกวัน

“ตัวเองเชื่อว่าการใช้ครีมบำรุงที่คุณภาพดีเป็นสิ่งที่คุ้มค่า บางเรื่องเราประหยัดได้ เช่น เสื้อผ้าหรือการทานอาหารในร้าน แต่เรื่องผิวพรรณต้องยอมจ่าย”

เพราะดูแลตัวเองดีขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่แม้จะอยู่ในวัย 50 กะรัต คาร่าก็ยังสวยไม่สร่าง

และที่สำคัญ กับบทใหม่ของอดีตนางเอก นางแบบ และพิธีกรชื่อดัง เลือกเดินนั้นเปี่ยมไปด้วย “ความสุข”

IMG_0941
IMG_7385

cara3

A6171401-15

rme-pic-433

rme-pic-435

 

ขอบคุณภาพจาก www.karapolasit.com และ นิตยสาร IMAGE