หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที นักวิทยาศาสตร...

นักวิทยาศาสตร์ซ้อมรับมือ ‘ดาวเคราะห์น้อย’ชนโลก

11.03.19 | 17:30 น.

ทีมนักดาราศาสตร์ประจำห้องปฏิบัติการลูนาร์แอนด์แพลเนทารี ของมหาวิทยาลัยแอริโซนา รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานเผยแพร่ผ่าน “อิคารัส” วารสารวิชาการด้านดาราศาสตร์เมื่อเร็วๆ นี้ เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า นักดาราศาสตร์ทั่วโลกพร้อมใจกันฝึกซ้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ดาวเคราะห์น้อยซึ่งโคจรผ่านเข้ามาใกล้ในระยะประชิด อาจพุ่งเข้าชนโลกมาแล้วเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา

เป้าหมายของการฝึกซ้อมสำคัญดังกล่าว ก็เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบสังเกตการณ์และประเมินการโคจรของดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกของหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ที่กระจายกันอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลก และทำให้การติดตาม ตรวจสอบและประเมินดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว ซึ่งจะทำให้สามารถหาหนทางแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

วิษณุ เรดดี รองศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแอริโซนา ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและกำหนดขั้นตอนของการฝึกซ้อมรับมือดังกล่าว เปิดเผยว่า ได้แนวคิดมาจากการซ้อมรบของกระทรวงกลาโหมหรือ “วอร์เกมส์” ที่มีขึ้นเป็นประจำ จึงคิดและออกแบบการทดสอบระบบสำหรับแกะรอยดาวเคราะห์น้อยขึ้นมาบ้าง โดยยึดเอาดาวเคราะห์น้อยชื่อรหัส “2012 ทีซี 4” เป็นเป้าหมายตัวอย่างในการฝึกซ้อมรับมือเป็นครั้งแรก

“2012 ทีซี 4” เป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่ถึง 20 เมตร ที่ถูกตรวจพบเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2012 โคจรอยู่ที่ระยะห่างจากโลกเท่ากับ 15 เท่าของระยะรัศมีโลก (ระยะระหว่างจุดศูนย์กลางถึงจุดใดจุดหนึ่งของเส้นรอบวงโลก) แรงโน้มถ่วงของโลกส่งผลให้วงโคจรเปลี่ยนแปลงและทำให้ในเดือนตุลาคม ปี 2017 ที่ผ่านมา “2012 ทีซี 4” เฉียดผ่านเข้ามาใกล้โลกในระยะห่างเพียง 50,000 กิโลเมตร

จากแบบจำลองวงโคจร และขนาดที่เล็กมากของ “2012 ทีซี 4” ซึ่งเล็กกว่าอุกกาบาตที่ก่อให้เกิดลูกไฟเหนือท้องฟ้าเมืองเชลยาบินสก์ในรัสเซียเมื่อปี 2013 ทำให้ทีมตรวจสอบแน่ใจว่า “2012 ทีซี 4” ไม่เป็นอันตรายต่อโลก แต่การเฉียดผ่านเข้ามาใกล้มากๆ ดังกล่าวทำให้เหมาะต่อการเป็นเป้าหมายฝึกซ้อมการรับมือ

Advertisement

ตามแผนการฝึกซ้อม “2012 ทีซี 4” ถูกสมมุติว่าเพิ่งตรวจสอบพบ และไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ดาวเคราะห์น้อยนี้จะพุ่งชนโลกหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องเริ่มต้นด้วยการใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่วีแอลที ประเทศชิลี ในการตรวจสอบจนพบ “2012 ทีซี 4” ในระยะห่างมากๆ ถือเป็นวัตถุใกล้โลก (นีโอ) ที่ตรวจสอบพบขณะอยู่ไกลและแผ่วจางมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา

รายงานระบุว่า หากข้อมูลเดิมเมื่อปี 2012 แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ “2012 ทีซี 4” จะพุ่งชนโลก การตรวจสอบพบครั้งนี้ก็สามารถช่วยให้นักดาราศาสตร์ได้ข้อมูลละเอียดมากพอที่ช่วยให้ยืนยันหรือยกเลิกข้อมูลเดิมดังกล่าวได้แล้ว ในเวลาต่อมา ระบบแพน-สตาร์ส 1 ซึ่งเป็นระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหวใกล้โลกอัตโนมัติ ก็สามารถตรวจจับดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ได้ในวันที่ 25 กันยายน 2017

การตรวจสอบพบดังกล่าวถูกสมมุติว่าเป็นการพบครั้งแรก ทำให้เกิดปฏิบัติการต่อเนื่องตามมาโดยระบบของกล้องโทรทรรศน์และอุปกรณ์ติดตามที่เชื่อมโยงกันอยู่เป็นเครือข่ายนับสิบแห่งทั่วโลกภายใต้การดำเนินงานของนักดาราศาสตร์หลายสิบคน ที่เริ่มต้นการจำลองสถานการณ์, การติดตามตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับระบุคาบของการหมุนรอบตัวเอง, การประเมินขนาดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรื่อยไปจนถึงองค์ประกอบ และการจำแนกกลุ่มของดาวเคราะห์น้อยเป้าหมาย

ข้อมูลดังกล่าวเหล่านั้นจะนำไปสู่การประเมินขั้นต่อไปว่า ดาวเคราะห์น้อยเป้าหมายเป็นภัยคุกคามหรือไม่ หากพุ่งชนโลก จุดพุ่งชนน่าจะอยู่ในบริเวณใด และก่อให้เกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด

การฝึกซ้อมดังกล่าวดำเนินไปอย่างราบรื่น ยกเว้นเพียง 2 กรณีที่เกิดผิดพลาดอย่างร้ายแรงขึ้น นั่นคือ ปัญหาไฟดับ ทำให้ศูนย์โทรทรรศน์อินฟาเรด ขององค์การนาซา ที่มอนาเคีย บนเกาะฮาวายใช้งานไม่ได้ เช่นเดียวกับที่พายุเฮอริเคนมาเรีย ส่งผลให้กล้องโทรทรรศน์อาเรซิโบ ที่เปอร์โตริโก ไม่สามารถตรวจสอบได้ จำเป็นต้องใช้ระบบสำรองเพื่อทำหน้าที่แทน ซึ่งเป็นไปด้วยดีในที่สุด

นักดาราศาสตร์เชื่อว่า การฝึกซ้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้มีความสำคัญมาก เพื่อให้มีเวลามากที่สุดสำหรับการทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อขจัดภัยคุกคามนี้ต่อไป