ทีมวิจัยด้านธรณีชีววิทยา นำโดย ราเชล วูด ศาสตราจารย์ด้าน ธรณีวิทยาคาร์บอเนต ประจำมหาวิทยาลัย เอดินบะระ ในสกอตแลนด์ เผยแพร่งานวิจัยในวารสารวิชาการ เจอร์นัล เนเจอร์ อีโคโลจีแอนด์อีโวลูชัน เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา แสดงหลักฐานที่บ่งชี้ว่า วิวัฒนาการของสัตว์ทั้งหมดที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันไม่ได้เริ่มต้นแบบ “แตกระเบิดออก” ในช่วงยุคแคมเบรียน เมื่อราว 541 ล้านปีที่ผ่านมา เหมือนอย่างที่นักวิทยาศาสตร์คิดกันทั่วไปก่อนหน้านี้ แต่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นยาวนาน ในยุคเอเดียคารัน (หรือยุคแวนเดียน คือช่วงเวลาระหว่าง 635 ล้านปีจนถึง 542 ล้านปีมาแล้ว) ก่อนหน้าที่เชื่อกันนานถึง 30 ล้านปี
ราเชล วูด ระบุว่า ตั้งแต่ยุคที่นักชีววิทยาเรืองนามอย่าง ชาร์ลส์ ดาร์วิน มีชีวิตอยู่ นักวิทยาศาสตร์พบแต่หินจากยุคแคมเบรียน (ระหว่าง 541 ล้านปีจนถึงราว 488 ล้านปีมาแล้ว) ที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิล ฟอสซิลเหล่านั้นเกิดขึ้นในแบบที่สามารถเรียกได้ว่ากะทันหันและมีความหลากหลายสูงมากในหินซึ่งเป็นบันทึกทางธรณีวิทยาเหล่านั้น ทำให้ไม่เป็นที่สงสัยว่าในยุคแคมเบรียนได้เกิดการระเบิดออกมาของสัตว์ในรูปแบบไบแลเทอเรียน (bilaterian forms คือรูปแบบของสัตว์ที่มีเปลือก 2 ด้านสมมาตรกัน ทำนองหอยที่มี 2 ฝา) ยกเว้นสัตว์ในจำพวกฟองน้ำ, ปะการัง, แมงกะพรุน เป็นอาทิ

แต่เมื่อไม่นานมานี้ เริ่มมีการค้นพบฟอสซิลอยู่ในหินซึ่งมีอายุย้อนหลังกลับไปจนถึงยุคเอเดียคารัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสัตว์ชนิดที่มีเปลือกนุ่ม เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น กินเวลายาวนานก่อนที่สิ่งมีชีวิตที่มีเปลือกแข็งจะเกิดขึ้นและแสดงให้เห็นในยุคแคมเบรียน เพื่อศึกษาวิจัยเรื่องนี้ให้แน่ชัด ทีมวิจัยของวูดย้อนกลับไปสำรวจงานวิจัยเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด รวมถึงที่เป็นงานวิจัยในขอบเขตเกี่ยวกับธรณีเคมี, สตราติกราฟี หรือ วิชาว่าด้วยการลำดับชั้นหิน และบรรพชีวินวิทยา นอกเหนือจากการวิเคราะห์ฟอสซิลที่พบจากทั้งยุคเอเดียคารัน และยุคแคมเบรียน ทำให้สามารถสร้างภาพรวมที่แสดงให้เห็นภาพของวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นทั้งก่อนหน้า ระหว่าง และหลังช่วงเวลาที่เรียกกันว่าช่วงของการ “ระเบิดออกของสิ่งมีชีวิต” ในยุคแคมเบรียนได้เป็นครั้งแรกของโลก
ทีมวิจัยยังค้นพบว่า ลักษณะทางกายภาพหลายอย่างที่พบในสิ่งมีชีวิตยุคแคมเบรียนไปปรากฏเป็นฟอสซิลอยู่ในก้อนหินที่มีอายุเก่าแก่กว่ายุคแคมเบรียน ราเชล วูด เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน “สะพานถ่ายโอน” คุณลักษณะต่างๆ เหล่านั้นจากยุคเอเดียคารัน สู่ยุคแคมเบรียนนั่นเอง
ทีมวิจัยยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่มดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นในลักษณะเป็นระลอก เริ่มครั้งแรกตั้งแต่เมื่อราว 571 ล้านปีมาแล้ว และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแตกหน่อวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดอย่างที่พบเห็นกันในยุคแคมเบรียน
ข้อมูลใหม่เหล่านี้ทำให้ ราเชล วูด ตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะยึดถือกันต่อไปว่า การแตกระเบิดออกของสิ่งมีชีวิตในยุคแคมเบรียนนั้นเป็นเหตุการณ์โดดๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันควรจะเป็นหนึ่งในหลายๆ เหตุการณ์มากกว่า
ราเชล วูด เชื่อว่าผลจากงานวิจัยใหม่ครั้งนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ซึ่งศึกษาความหลากหลายของสัตว์ในยุคเริ่มแรกนั้นคำนึงถึงการศึกษาดังกล่าว
ในแง่ของกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คิดว่าทุกอย่างจู่ๆ ก็เกิดขึ้นในทันที ในช่วงเวลาเพียง 53 ล้านปีในยุคแคมเบรียน ซึ่งจะทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มทำความเข้าใจถึงความเร็วและพลวัตของวิวัฒนาการได้อย่างแท้จริง
รวมถึงจุดเริ่มต้นในวิวัฒนาการของความสลับซับซ้อนในสัตว์ทั้งหลายอีกด้วย

