หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที คุยกับ 2 ผู้บ...

คุยกับ 2 ผู้บริหาร เรื่องการเติบโตของ ‘แอลจี ประเทศไทย’

26.03.19 | 15:50 น.

นายเซิง เชิล ลี ประธานบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในส่วนของผลประกอบการของแอลจีประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมาว่า แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะถดถอย หากแต่ปีที่ผ่านมาแอลจีประเทศไทยยังสามารถเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้ ซึ่งรู้สึกพอใจกับผลประกอบการดังกล่าว

ทั้งนี้ ตลาดรวมของกลุ่มสินค้าที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านนั้น โต 6% แต่ของแอลจีโตขึ้นถึง 20% จาก 17% ของปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าโตกว่าตลาดอย่างมาก และคาดว่า ปีนี้ก็น่าจะดีขึ้นอีก เพราะเพียงแค่ 2 เดือนที่ผ่านมา ก็มีอัตราการเติบโตที่มากกว่า 20%

สำหรับในส่วนสินค้าที่น่าสนใจ คงจะหนีไม่พ้นเครื่องฟอกอากาศ เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศที่เป็นพิษในหลายประเทศ รวมทั้งในประเทศไทย เครื่องฟอกอากาศจึงได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด ในส่วนของแอลจีนั้น แม้ว่าเครื่องฟอกอากาศที่ขายอยู่จะเป็นระดับพรีเมียม ที่มีราคากว่า 5 หมื่นบาท แต่ก็ยังได้รับความนิยมและมีผู้สนใจจำนวนมาก ซึ่งทางแอลจีเองมีสินค้าในกลุ่มเครื่องฟอกอากาศอยู่หลายตัว และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะนำเข้ามาขายในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด รวมทั้งเครื่องฟอกอากาศแบบพกพาด้วย เนื่องจากปัจจุบันผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น

ในส่วนของ “ธิงคิว” ของแอลจีนั้น เซิง เชิล ลี กล่าวว่า ไม่ได้ถือว่าเร็วไปหรือช้าไป หากแต่เป็นช่วงจังหวะเทรนด์ที่กำลังมา คือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เข้ามาเพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้น ทำให้เครื่องใช้ต่างๆ มีความเป็น “มนุษย์” มากขึ้น

นายเซิง เชิล ลี กล่าวถึงตลาดในประเทศไทยว่า ตอนนี้ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรฐานในการดำรงชีวิตที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน โดยเริ่มมีไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ที่เหมือนกับชาติตะวันตก คนรุ่นใหม่ไม่แต่งงาน หรือแต่งงานแต่ก็ไม่มีลูก ทำให้อุปสงค์ของไทยไม่โต เพราะหากคนเยอะ ก็จะมีความต้องการสินค้ามาก แต่สำหรับไทยตอนนี้ คนรุ่นใหม่น้อยลง ทำให้อุปสงค์น้อยลงไปด้วย

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านในประเทศไทย ก็ถือว่ามีความแตกต่างจากประเทศอื่นเช่นกัน อย่างเช่น ประเทศไทยยังมีความต้องการตู้เย็นแบบประตูเดียวอยู่ แม้ว่าในประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศจะไม่ใช้กันแล้ว

ซึ่งแอลจีเอง ต้องการที่จะเป็นที่ 1 ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า และได้มีการพัฒนาโซลูชั่น รวมถึงซอฟต์แวร์ เพื่อให้ผู้คนได้ใช้งานกันและทำให้ชีวิตดีขึ้น

สำหรับ แอลจี โมบาย นายเซิง เชิล ลี บอกกับเราว่า “มีโอกาสน้อยกว่า 1%” ที่แอลจีจะกลับมาทำตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยอีก โดยดูจากผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาและภาวะการแข่งขันในตลาด จึงทำให้ทางแอลจีตัดสินใจหยุดการทำตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย

และสิ่งที่จะมุ่งเน้นต่อไป ก็คงจะเป็นเรื่องของ “เอไอ” “หุ่นยนต์”

ด้านนายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอลจีประเทศไทยปีที่แล้วโตกว่า 10% อยู่ที่ราว 22,000 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะโตให้ได้ 15% ส่วนที่โตขึ้นอย่างมากขึ้นธุรกิจแบบบีทูบี จากบิซิเนสโซลูชั่น ทั้งโทรทัศน์ แอร์ และจอสกรีน

สำหรับตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยปีที่แล้วถือว่า คงที่ไม่โต แต่ตัวที่น่าสนใจ คือสินค้าในกลุ่ม “สมาร์ท” ที่โตขึ้นเกือบ 30% โดยโทรทัศน์อย่างเดียวโตขึ้นถึง 70% ขณะที่สัดส่วนของสินค้ากลุ่มสมาร์ทคิดเป็น 25% ของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม แอลจี ถือว่าเป็นผู้นำของกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่มีไวไฟอยู่แล้ว ซึ่งแอลจีมีสินค้าที่เชื่อมต่อไวไฟได้ถึง 40 รุ่นด้วยกัน