หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที ปริศนาซับซ้อน...

ปริศนาซับซ้อนของ “แม่น้ำ”บนดาวอังคาร

3.04.19 | 17:43 น.
(ภาพ-NASA/JPL/Univ. Arizona/UChicago)

ยิ่งมียานสำรวจเดินทางไปถึงดาวอังคารมากขึ้นเรื่อยๆ นักวิทยาศาสตร์ยิ่งได้พบเห็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีแม่น้ำ ลำธาร เรื่อยไปจนถึงทะเลสาบปรากฏอยู่บนพื้นผิวดาวอังคารมากขึ้นเรื่อยๆ

ตั้งแต่ริ้วรอยของท้องแม่น้ำแห้งขอดลึกลงไปในพื้นผิวของดาวสีแดงดวงนี้ เรื่อยไปจนถึงภาพก้อนหินกลมมน ไม่มีเหลี่ยมมุมที่ยานคิวริออสซิตี ถ่ายได้จากท้องน้ำแห้งแล้งดังกล่าวและเคยส่งกลับมายังพื้นโลกเมื่อ

ปี 2012 ผิวก้อนหินกลมมนเหล่านั้น แสดงให้เห็นถึงการไหลของน้ำทั้งที่พัดผ่านและพัดพาก้อนหินไปขัดสีกับพื้นน้ำจนเหลี่ยมคมต่างๆ ถูกลบทิ้งไปจนหมดตามกาลเวลา

ข้อมูลเหล่านี้เตือนนักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์อยู่ตลอดเวลาถึงสภาวะของน้ำไหลบนดาวอังคาร แต่ทั้งหมดไม่ได้ช่วยไขปริศนาของน้ำบนดาวอังคารให้กระจ่างได้เลย ตรงกันข้าม ยิ่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น กลับพบว่าปริศนาเรื่องแม่น้ำบนดาวอังคารกลับซับซ้อนมากขึ้นตามลำดับ

ทีมวิจัย ซึ่งนำโดย เอ็ดวิน ไคท์ นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ ประจำมหาวิทยาลัยชิคาโกเพิ่งเผยแพร่รายงานผลการศึกษาวิจัยใหม่ล่าสุดออกมาเมื่อวันที่ 27 มีนาคมนี้ ผ่านทางวารสารวิชาการ เจอร์นัล ไซน์ซ แอดวานซ์ พยายามตรวจสอบ จัดหมวดหมู่และศึกษาสภาพของ “แม่น้ำ” ที่หลงเหลือเป็นเพียงริ้วรอยบนพื้นผิวดาวอังคารในเวลานี้ทั้งหมด โดยหวังว่าจะอธิบายปริศนาสำคัญนี้ได้ แต่กลับพบคำถามที่ตอบได้ยากมากยิ่งขึ้นไปอีกจากการวิจัยหนนี้

Advertisement

เดิมทีนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าสภาวะน้ำไหลบนพื้นผิวดาวอังคารปรากฏอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ หรือไม่ก็เกิดขึ้นในเพียงบางช่วงของวันบนดาวอังคารเท่านั้น แต่นักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่า น้ำเหล่านั้นมาจากไหนจึงสามารถรวมตัวกันจนสามารถกลายเป็นทางน้ำขนาดใหญ่อย่างที่ปรากฏให้เห็นริ้วรอยอยู่จนถึงทุกวันนี้

แต่ผลจากการศึกษาครั้งใหม่นี้กลับพบสิ่งบ่งชี้ว่า เมื่อหลายพันล้านปีมาแล้ว น้ำในสภาพของเหลวรวมตัวกันเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณมหาศาลและไหลรุนแรง และเป็นอิสระทั่วพื้นผิวของดาวอังคาร ในแม่น้ำซึ่งบางครั้งมีขนาดกว้างใหญ่กว่าแม่น้ำบนพื้นโลกเหล่านี้มีน้ำไหลรุนแรงอยู่ตลอดทั้งวันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตอนที่มีแสงแดด หรือไหลรินแบบเอื่อยๆ แต่อย่างใด

แต่สิ่งที่ทีมวิจัยไม่รู้ก็คือ ดาวอังคารในเวลานั้นมีสภาวะอากาศแบบใดถึงได้สามารถสร้างแม่น้ำขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำมหาศาล

ที่สามารถไหลรุนแรงได้ตลอดเวลาและที่สำคัญที่สุดก็คือ สามารถคงสภาพอยู่เช่นนั้นต่อเนื่องได้นานกว่า 1,000 ล้านปีในช่วงประวัติศาสตร์ยุคเริ่มแรกของดาวอังคาร

หากตีความตามสภาพดังกล่าวนั้น อย่างน้อยที่สุด ดาวอังคารในเวลานั้นก็ต้องเกิดสภาวะเรือนกระจกที่หนาแน่นแข็งแรงมากพอที่จะเก็บกักพลังงานแสงแดดที่มีอยู่จำกัดไว้ใกล้กับพื้นผิวจนทำให้น้ำแข็งหลอมละลาย แล้วไหลรวมตัวกันเป็นแม่น้ำขึ้นมาทั้งพื้นผิว

ไคท์ระบุว่า งานวิจัยหนนี้ทำให้สามารถตีความได้ด้วยว่ามีความผิดพลาดบางสิ่งบางอย่างในองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ว่าด้วยดาวเคราะห์และระบบสุริยะยุคเริ่มแรกอยู่ด้วย เพราะทุกอย่างที่นักวิทยาศาสตร์รู้ในเวลานี้ล้วนบ่งชี้ว่า แม่น้ำบนดาวอังคารควรจะเป็นลำน้ำขนาดเล็ก และมีอยู่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ถ้าหากมีอยู่ ไม่ใช่เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ มีไหลรุนแรงอยู่ต่อเนื่องนับเป็นล้านๆ ปี ซึ่งเข้ากับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันไม่ได้

ที่มาของน้ำในสภาพของเหลวบนดาวอังคารเป็นปริศนาลึกลับมากแล้ว ทีมวิจัยยังพบปริศนาใหญ่อีกอย่างที่ไม่มีคำตอบที่เหมาะสม

ทีมวิจัยพบว่า เมื่อถึงปลายยุคชื้นแฉะของดาวอังคาร ที่เย็นตัวลงเรื่อยๆ แม่น้ำเหล่านี้ไม่ได้ค่อยๆ เหือดแห้งหายไปทีละน้อยแต่อย่างใด แต่กลับหดสั้นลง แต่ยังมีน้ำไหลรุนแรงอยู่ตลอดเวลา จนถึงเวลาก็หายวับไปแทบทันทีทันใด

จนหาคำอธิบายไม่ได้ว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น