ไขปริศนา “อาวุธ” กองทัพจิ๋นซีฮ่องเต้

10.04.19 | 17:25 น.
REUTERS/Benoit Tessier/File Photo

ในที่สุดทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ที่นำโดย มาร์คอส มาร์ตินยอน-ตอร์เรส นักวิทยาการเชิงโบราณคดี จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก็สามารถให้คำอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ต่อสิ่งซึ่งสร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์มานานร่วม 40 ปีว่า เพราะเหตุใด บรรดาอาวุธโลหะที่ปรากฏอยู่กับรูปปั้นทหารดินเผาที่อยู่ภายในสุสานจิ๋นซี ฮ่องเต้ ถึงยังสามารถรักษาความคมวาว และคงสภาพเหมือนใหม่เอาไว้ได้ทั้งๆ ที่ถูกฝังไว้ใต้ดินกว่า 2,000 ปี

เมื่อราว 40 ปีก่อนเคยมีการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ต่ออาวุธจำพวก ดาบ กระบี่ หอก และง้าว ที่พบในสุสานจิ๋นซีมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งยิ่งเพิ่มความเป็นปริศนาให้กับสรรพาวุธเหล่านั้นมากขึ้นไปอีก เมื่อมีการค้นพบโครเมียม อยู่บนผิวของอาวุธเหล่านั้นบางชิ้น ยิ่งก่อให้เกิดข้อสมมุติฐานใหญ่โตขึ้นว่า ผู้จัดทำอาวุธในยุคโบราณมีองค์ความรู้ของศตวรรษที่ 20 ในการใช้โครเมียม เคลือบผิวโลหะเพื่อป้องกันการกัดกร่อนและการเป็นสนิม (หวงอี้ นักเขียนชาวจีนนำเอาความเชื่อดังกล่าวนี้ไปผสมรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของนิยาย “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” ที่วางพล็อตให้ตัวเอกเป็นมนุษย์ในยุคปัจจุบันย้อนเวลา นำเอาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปเผยแพร่ไว้ในยุคนั้น)

เทคโนโลยีการชุบโครเมียม เพิ่งมีการค้นพบเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 นี่เอง ใช้ในการรักษาสภาพโลหะให้ทนทานการกัดกร่อน โดยการนำโลหะไปจุ่มลงไปในสารละลายเกลือโครเมียม ทำให้เกิดชั้นโครเมียมออกไซด์ เคลือบอยู่บนผิวโลหะ เป็นเกราะป้องกันสนิมไว้ได้

REUTERS/Andrew Yates/File Photo

แต่ในการสำรวจวิจัยซึ่งดำเนินการตั้งแต่ มาร์ตินยอน-ตอร์เรส ยังคงเป็นอาจารย์ภาควิชาโบราณคดีอยู่ที่มหาวิทยาลัย คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายใต้ความร่วมมือของพิพิธภัณฑ์รูปปั้นกองทัพจิ๋นซีของจีน ตรวจสอบและวิเคราะห์ส่วนผสมของอาวุธและชิ้นส่วนของอาวุธที่พบในสุสานรวม 464 ชิ้น ได้ข้อสรุปไขปริศนาดังกล่าว ตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านวารสารเจอร์นัล ไซนซ์ทิฟิก รีพอร์ต เมื่อเร็วๆ นี้

ทีมวิจัยสรุปว่า การที่อาวุธในยุคจิ๋นซี ฮ่องเต้ ซึ่งทำจากโลหะผสมจำพวกสำริด ยังตกทอดมาสู่ยุคปัจจุบันในสภาพดีเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อนั้่น เป็น “โชค” หรือความ “บังเอิญ” มากกว่าอย่างอื่น

Advertisement

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้อาวุธสำริดเหล่านั้นยังคงอยู่ในสภาพดีเป็นเวลานานมากจนเหลือเชื่อนั้่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะส่วนผสมในการทำสำริดเพื่อจัดทำอาวุธเหล่านั้น มี “ดีบุก” สูงมากเป็นพิเศษ นอกเหนือจากนั้น องค์ประกอบของดินในบริเวณที่ถูกใช้เป็นสุสานก็เอื้อต่อการไม่เกิดการกัดกร่อนหรือเป็นสนิมมากเป็นพิเศษอีกด้วย

ทีมวิจัยตรวจสอบพบโครเมียมด้วยเช่นเดียวกัน แต่ชี้ขาดว่า โครเมียมเหล่านั้นไม่ได้เป็นส่วนผสมของเนื้อโลหะ แต่เป็นส่วนผสมซึ่งมีสัดส่วนสูงมากใน “แลคเกอร์” สำหรับใช้ทาอาวุธ รถม้าและชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ทำด้วยไม้ซึ่งผุกร่อนไปจนหมดโดยช่างฝีมือผู้สร้างรูปปั้นดินเผาและอาวุธเหล่านั้น

ช่างฝีมือในยุคจิ๋นซีใช้แลคเกอร์ทาลงบนรูปปั้นดินเผา เรื่อยไปจนถึงอาวุธเหล่านั้นเพื่อเป็น “รองพื้น” ก่อนที่จะทาสีอื่นๆ ทับลงไปอีกชั้นตามที่ต้องการ มาร์ตินยอน-ตอร์เรส อธิบาย โดยระบุด้วยว่าทีมวิจัยเชื่อว่าแลคเกอร์ยังถูกใช้ทาวัสดุอื่นๆ รวมทั้งไม้ ที่ใช้เป็นด้ามดาบหรืออาวุธอื่นๆ รวมทั้งฝักดาบอีกด้วย

ไม่ได้มีใครมีความรู้เรื่องชุบโครเมียมหรือมีใครย้อนเวลากลับไปหาจิ๋นซีแต่อย่างใดทั้งสิ้น