มุมมอง ความคิด ‘อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา’ ทายาท ‘เจ้าสัววิชัย’

มุมมอง ความคิด ‘อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา’ ทายาท ‘เจ้าสัววิชัย’

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา – เป็นเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ ที่อาณาจักร “คิงเพาเวอร์” ได้โลดแล่นอยู่ในแวดวงธุรกิจสินค้าปลอดภาษีอากรทั้งไทยและทั่วโลก

นับแต่ วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกลุ่มบริษัท ได้เริ่มก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2532 ด้วยเป้าหมายเพื่อเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจร้านค้าปลอดอากร จวบจนปัจจุบันนี้ คิงเพาเวอร์ ขยายอาณาจักรมากขึ้น ไม่เพียงแต่ดำเนินกิจการ ร้านค้าดิวตี้ฟรี สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยกว่า 1 แสนล้านบาท พัฒนาขึ้นจนได้รับการยอมรับว่าเป็นร้านค้าปลอดภาษีและอากรชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย คว้ารางวัลสำคัญระดับภูมิภาคและระดับโลกมากกว่า 50 รางวัล ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 5 ของโลกในปี 2018 จากการจัดอันดับของฟอร์บส์

ขยายปีกสู่แวดวงกีฬา เมื่อวิชัยและครอบครัวศรีวัฒนประภา ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับ ทีมฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี นำทีมเล็กๆ คว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพ จนได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ อย่าง “พรีเมียร์ ลีก” และยังสร้างตำนานบทใหม่ เมื่อสามารถนำ “จิ้งจอกสยาม” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยแรกให้กับสโมสร พาทีมเข้าไปเล่นถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ได้สำเร็จ

ทั่วทั้งโลกไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ยังยอมรับในความสามารถของคนไทย ยกให้ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” เป็น The Impossible man

ในวันที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับเสาหลักของครอบครัวศรีวัฒนประภา ทำให้ได้เห็นลูกๆ ของเจ้าสัววิชัย ก้าวขึ้นมาสานตำนานบทต่อไปของคิงเพาเวอร์ รวมไปถึง ต้อล-อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา บุตรคนที่ 2 ที่หลายคนอาจไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตาเขาเท่าใดนัก ก็ลุกขึ้นมาออกสื่อให้เห็น เปิดชีวิต และมุมมองความคิดให้ได้เห็นมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ต้อลสนุกกับงานเบื้องหลังในอาณาจักรคิงเพาเวอร์ และกีฬาขี่ม้าโปโล ที่เขารัก

หลังจากเรียนจบปริญญาตรี สาขาการตลาดและจิตวิทยา ที่มหาวิทยาลัยบักกิ้งแฮม ประเทศอังกฤษ อภิเชษฐ์ก็โบกมือลาชีวิตนับสิบปีประเทศอังกฤษ มาเริ่มงานที่คิง เพาเวอร์ ทันที อย่างที่เขาพูดติดตลกว่า “คุณพ่อคงไม่ให้รีรอ โยกโย้” อย่างแน่นอน

งานแรกของลูกเจ้าสัวอย่างเขา คือการศึกษาดูทุกส่วนขององค์กร ตั้งแต่พื้นที่ เซลส์ มาร์เก็ตติ้ง ให้เห็นภาพรวมขององค์กรอย่างถ่องแท้ ก่อนที่จะเข้าไปจับงาน “ทรัพยากรมนุษย์” หรือ Human resources ที่เขาสนใจเป็นเรื่องแรกที่แห่งนี้ เขาได้ใช้ความรู้เรื่องจิตวิทยาอย่างจริงจัง

อภิเชษฐ์เผยว่า ผมคิดว่าองค์กรที่ดีต้องมีพนักงานที่ดีก่อน การบริหารคนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เป็นสิ่งที่ทำให้อยากรู้ว่า พนักงานเราแต่ละคนตื่นเช้ามา เขาต้องการอะไร เขาใช้ชีวิตหรือมีความลำบากอะไร ปัจจุบันเราก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 มีพนักงานอยู่ 11,000 คน ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คำถามคือทำอย่างไรให้เขามีความสุขกับงาน ภูมิใจในสิ่งที่ทำ และมีเซอร์วิส มายด์ เพราะทำงานบริการ พนักงานแต่ละเจน อาจไม่เหมือนกัน มีวิธีใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน เราต้องปรับตัวให้เขาทำงานได้ราบรื่นที่สุด

“เพราะไม่เพียงแต่เขาเป็นพนักงานเรา แต่เขาเป็นด่านหน้า ที่นักท่องเที่ยวจะเจอก่อนใคร คนทำงานหน้างานต้องสนุก และรักงานที่ทำจริงๆ”

หากมีโอกาส ผู้บริหารหนุ่มอย่างเขาจึงมักลงไปเดินในพื้นที่ต่างๆ ถามสารทุกข์ของพนักงาน ด้วยภาพลักษณ์ที่เข้าถึงได้ง่าย เพราะเชื่อในคำสอนของพ่อที่ว่า “ต้องทำให้คนของเราอยู่ดีกินดีก่อน”

“พ่อสอนแต่เด็กว่า เราต้องทำให้คนของเราอยู่ได้ แล้วให้เขามาทำงานกับเราด้วยความสนุก สดใส เพราะเขาต้องไปเจอลูกค้า เจอคนต่างๆ หากเกิดปัญหาแม้กระทั่งกับเพื่อนร่วมงาน มันใช้เวลานานในการกู้คืน เราต้องพยายามทำให้ความขุ่นข้องเขาน้อยที่สุด เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเขามีปัญหาอะไร หากไม่ได้ไปคลุกคลี หรือรับฟังเขาจริงๆ เพราะคนแต่ละเจเนอเรชั่นก็มีความต้องการไม่เหมือนกัน มันสะท้อนทุกครั้งที่เราทำโพล เราต้องรับฟังทั้งหมด เมื่อพนักงานรักและสนุกแล้ว ทุกๆ อย่างก็จะเติบโต งอกงามขึ้นเอง”

หลังจากดูแลงานด้านทรัพยากรบุคคลอยู่ 4-5 ปี ปัจจุบันนี้ เขาในวัย 36 ปี รับหน้าที่ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ดูแลในส่วนของการปฏิบัติการต่างๆ และยังคงให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นที่หนึ่ง และยังขยับไปสู่การเข้าใจลูกค้ามากขึ้นด้วย

อภิเชษฐ์เผยว่า คุณพ่อสอนมาตลอดว่า ลูกค้าของเราหลายเชื้อชาติ หากเราพูดภาษาของเขาได้ มันจะทำลายอุปสรรคตรงนี้ เขาจะรู้สึกอุ่นใจว่าคนที่มาดูแลเขา เข้าใจเขา เป็นการละลายน้ำแข็งของคน พนักงานของเราจึงพูดได้ทั้งไทย อังกฤษ จีน บางแห่งสามารถพูดญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซียได้ก็มี ยิ่งกับงานปฏิบัติการ มีปัญหาแก้ไขเฉพาะหน้าเยอะมาก เราเจอกับลูกค้าร้อยพ่อพันแม่ เราต้องรู้จักลูกค้าเราให้ดีที่สุด ไม่เฉพาะพนักงาน ตัวผมเอง คุณพ่อส่งไปเรียนที่จีน 1 ปี เพื่อให้รู้ว่าคนที่ประเทศเขาเป็นเช่นไร เปิดหูเปิดตาว่าลูกค้าหลักเป็นคนแบบไหน รู้จักวัฒนธรรมและธรรมชาติของเขา นี่คือสิ่งที่เราต้องศึกษาตลอด เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งจีนจะเป็นมหาอำนาจโลก และจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นหลักล้าน

“คุณพ่อจะไม่ค่อยสอนมาก แต่เน้นทำให้ดู เป็นแบบอย่างที่ดี คุณพ่อพยายามทำให้ดูว่า เขารับฟัง แก้ไข ให้คำปรึกษา รวมถึงเป็นคนที่รับฟังลูกได้ทุกคน หรือสิ่งที่ผู้บริหารจะพูด อยากจะทำ เวลาที่ปัญหา หาทางออกไม่ได้ พ่อมักจะแก้ได้ทุกครั้ง นี่คือสิ่งที่เขาแสดงออกให้ดูมาแต่ไหนแต่ไร”

“เช่นเดียวกัน หากเป็นเรา สถานที่ที่อยากจะไปทำงานด้วย เป็นแบบไหน ผู้บริหารของที่นั่น จะทำให้เกิดบรรยากาศเช่นนั้นขึ้นมา หากอยากให้องค์กรสนุก เราก็ต้องสนุก เราเองต้องมีบทบาทสำคัญ ต้องเป็นผู้นำทางด้านนั้นให้ได้ เพื่อพาเขาไปในทิศทางที่เขาต้องการ”

ไม่เพียงแต่เรื่องงาน แต่กับเรื่องกีฬา “ขี่ม้าโปโล” ก็เป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ ทุ่มเทฝึกซ้อมช่วงเสาร์ อาทิตย์ ที่มีเวลาว่าง ทั้งยังบินไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศอังกฤษ 3 เดือนอย่างจริงจังทุกๆ ปี จนได้ติดธงชาติไทยไว้ที่อก บุกไปคว้าแชมป์รายการต่างๆ ทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อังกฤษ อเมริกา จีน อาทิ เหรียญเงิน การแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซียปี 2017, ชนะเลิศการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลชิงถ้วยพระราชทาน รัชกาลที่ 9 รายการ Thailand Polo King’s Cup, ชนะเลิศ ดิ แอมบาสซาเดอร์ คัพ 2017, รายการ All Asia Cup 2018 / 2016 / 2014 และรางวัลที่ภูมิใจที่สุด ชนะเลิศรายการ Jaeger-LeCoultre Gold Cup ที่ประเทศอังกฤษ ทั้งยังติดอันดับนักกีฬาขี่ม้าโปโลสมัครเล่น เป็นอันดับที่ 16 ของโลก

นอกจากนี้ เขายังเป็นชาวร็อกที่รักการอ่าน จนต้องมีหนังสืออยู่บนรถเสมอ อ่านได้แทบทุกแนว จนที่บ้านแทบไม่มีที่เก็บหนังสือ แต่เทใจให้กับ “สามก๊ก” ที่อ่านซ้ำจนแซวตัวเองว่า “อ่านจนคบไม่ได้แล้ว” ด้วยเนื้อเรื่องที่ปรับใช้ได้ทั้งเรื่องงานและชีวิต เป็นวิธีคิดการทำศึก และการใช้คน ตัวละครแต่ละตัวก็มีความแตกต่าง มีมุมมอง ที่อ่านอย่างไรก็ไม่เบื่อ

เชื่อได้ว่า นับต่อจากนี้คงจะได้เห็นหน้าค่าตา ของผู้บริหารหนุ่มไฟแรงคนนี้มากขึ้น

“สุขา สุขใจ” ณ หนองคาย ยกระดับท่องเที่ยวไทย

จากเป้าหมาย ที่ต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทย ด้วยการยกระดับคุณภาพสาธารณูปโภค และสร้างมาตรฐานด้านความสะอาด ให้กับห้องน้ำในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้ทัดเทียมสากล เป็นที่มี ให้ คิง เพาเวอร์ ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดโครงการ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย สุขาสุขใจ” โดยเดินหน้าส่งมอบ สุขาสุขใจ แห่งที่ 4 ณ วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) จ.หนองคาย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ประเทศไทย ยังคงเป็นจุดมุ่งหมายการท่องเที่ยวหลักจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ปี 2562 มีการคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 41 ล้านคน เพิ่มจากปี 61 ประมาณ 7.5% ประกอบกับนโยบายการท่องเที่ยวที่เน้นส่งเสริมเมืองรอง วัดแห่งนี้นับว่าเป็นจุดแลนด์มาร์ก ที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จัก ในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจมีห้องน้ำไม่พอใช้ ก็หวังว่าจะได้เห็นผู้สูงอายุ และพระอาพาธ ได้ใช้ห้องน้ำแห่งนี้ ที่มีรูปแบบสากล ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ มีอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน แน่นอนว่า หลังจากได้รับมอบแล้ว วัดก็ต้องดูแล เป็นสมบัติของคนในชุมชนต่อไป

ขณะที่ อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา เผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เกิดขึ้นเพราะเป็นคนชอบเดินทาง และทำงานอยู่ในภาคการท่องเที่ยว 2 สิ่งที่คิดเวลาเดินทางคือ ห้องน้ำ และอาหารไทย การได้เจอห้องน้ำดีๆ ทำให้ประทับใจในหลายๆครั้ง และเรื่องนี้มองข้ามไม่ได้ จึงอยากสร้างห้องน้ำให้ชุมชน สะท้อนให้ชาวต่างชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทย โดยเฉพาะในเมืองรอง ให้คนที่ไปเที่ยวในจังหวัดนั้นๆประทับใจเหมือนกับเรา ว่าที่นี่มีห้องน้ำดี

สุชน ภัยธิราช รองผู้ว่าฯ หนองคาย เผยว่า ปีหนึ่งหนองคายมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประมาณ 2.7 ล้านคน สร้างรายได้ปีละประมาณ 5 พันล้านบาท สำหรับวัดโพธิ์ชัย เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนจะมาทำบุญ สรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่หลายคนจะข้ามไปเที่ยวลาว การมีห้องน้ำที่นี่ ให้คนทั่วไปได้ปลดทุกข์ ให้ชุมชนที่นี่ได้มีความภูมิใจ ยกระดับการท่องเที่ยว และมีสิ่งหวงแหนร่วมกัน

เพื่อสุนทรียะ ระหว่างการท่องเที่ยว


 

ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘โซลชาร์’ ชี้ ‘บาร์ซ่า’ โชคดีได้ประตูแรก – เชื่อ ‘ผีแดง’ ยังมีหวังพลิกชนะในเลกสอง
บทความถัดไปกทม.อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานบนมณฑป สวนลุมพินี ปชช.ร่วมสรงน้ำตลอดเส้นทางคึกคัก