4 เด็กไทยบ้านอุเบกขา ชูไอเดีย ‘สะกิดสังคม’ สร้างชื่อระดับโลก

28.04.19 | 11:22 น.

เป็นอีกหนึ่งเรื่องภาคภูมิใจ เมื่อกลุ่มเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านอุเบกขา โชว์ศักยภาพ คว้ารางวัลชนะเลิศจาก โครงการ Generation Unlimited Youth Challenge เยาวชนกล้าคิด สะกิดสังคม ซึ่งจัดโดยองค์การยูนิเซฟ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนจากทั่วทุกมุมโลกได้นำเสนอไอเดียสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวของพวกเขา

เยาวชนไทยกลุ่มนี้ใช้ชื่อกลุ่มว่า “Fantastic Four” มีสมาชิก 4 คน นายชลชาติ พานทอง, นายพิชิตชัย นวนทอง, นายภานุวัฒน์ แซ่ฉี และนายอัครพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านอุเบกขา จ.นครปฐม เอาชนะใจกรรมการจากไอเดียการสร้างเว็บไซต์ “Change to Chance เปลี่ยนเพื่อโอกาส” ที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในหมู่เยาวชนที่เคยกระทำผิด

นายชลชาติ วัย 23 ปี หัวหน้าทีม Fantastic Four กล่าวว่า พวกเขาต้องการช่วยให้เด็กที่กระทำผิดได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อีกทั้งต้องการเปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อเด็กที่กระทำผิด เด็กที่เคยกระทำผิดก็สามารถเป็นพลเมืองที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์สังคมเช่นเดียวกับเยาวชนอื่นๆ

“โครงการของทีมเรา คือ การแก้ปัญหาการว่างงานของผู้ที่เคยก้าวพลาดให้มีงานทำเพื่อสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นและลดโอกาสในการกลับไปกระทำความผิดซ้ำ เพราะที่ผ่านมาเมื่อเยาวชนเหล่านี้ได้รับโทษและปล่อยตัวออกมาแล้ว สังคมส่วนมากยังไม่ให้การยอมรับ ไม่ไว้วางใจ ทำให้ได้รับโอกาสในการเข้าทำงานน้อยกว่าคนทั่วไป ผมจึงหวังว่าเว็บไซต์นี้จะทำให้เยาวชนเหล่านี้มีโอกาสเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่พวกเขาจะสามารถหางานที่ดี มีรายได้มาพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น และลดโอกาสการก่ออาชญากรรมซ้ำ” หัวหน้าทีมกล่าว และว่า

หลังจากนี้ Fantastic Four จะนำเงินทุนที่ได้จากการชนะโครงการไปพัฒนาต่อยอดไอเดียสร้างเว็บไซต์ เพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างเยาวชนผู้กระทำผิดและผู้ประกอบการ โดยในเว็บไซต์จะมีข้อมูลของเยาวชนแต่ละคนอย่างละเอียดเพื่อให้ผู้ประกอบการได้รู้จักตัวตน ทั้งรอยสัก ประวัติคดี ในขณะเดียวกันก็แสดงความรู้และทักษะที่มีผ่านการนำเสนอโปรไฟล์ของตนในรูปแบบวิดีโออีกด้วย

Advertisement

นอกจากนี้ เยาวชนผู้กระทำผิดก็จะได้รับข้อมูลของผู้ประกอบการเช่นกัน เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถสมัครงานให้สอดคล้องตามความสนใจของตนเอง

การพัฒนาเว็บไซต์นี้จะได้รับการสนับสนุนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีความร่วมมือกับบริษัทกว่า 300 แห่ง ที่พร้อมจ้างงานเยาวชนผู้กระทำผิด

“ทุกคนเคยทำผิดพลาด แม้แต่ทีมพวกเราเอง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เรารู้ว่าต้องเสียเวลาชีวิต เสียโอกาสไปมากมาย ผมเคยคิดว่าผมเอาดีไม่ได้แล้ว แต่พอได้โอกาสเข้ามา ได้ลองลงมือทำดูความคิดนี้มันก็เปลี่ยนไป วันนี้พวกผมกลับได้โอกาสมาทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม ได้พิสูจน์ว่าเราสามารถทำมันจนสำเร็จและได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่เป็นประโยชน์กับสังคมได้จริงๆ” ชลชาติกล่าวทิ้งท้าย