อาทิตย์นี้ขอแจ้งย้ายหาบอีกหนึ่งร้านโปรดของคุณชายถนัดศรี เนื่องจากสถานที่เดิมกำลังมีการพัฒนาโครงการใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเก่า ร้านโปรดที่ว่านี้คือภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นเจ้าตำนานที่อยู่คู่กรุงเทพฯมานานกว่า 42 ปี เจ้าของร้าน คุณเยาวพา (หรือคุณโยชิโกะ) มีความสนิทสนมกับครอบครัวของปิ่นโตเถาเล็กเป็นอันมาก ร้านนี้ก็คือ ภัตตาคารโชกุน (Shogun) แห่งโรงแรมดุสิตธานีนั่นเอง
คุณชายถนัดศรีได้พาปิ่นโตเถาเล็กไปชิมตั้งแต่ยังเป็น ภัตตาคารโตกุกาว่า (Tokugawa) ในโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ต่อมาได้ย้ายมาปักหลักอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานี ทั้งนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและผู้หลักผู้ใหญ่ชาวไทยในสมัยนั้นต่างนิยมชมชอบในภัตตาคารแห่งนี้เป็นอันมาก
มาบัดนี้ ภัตตาคารโชกุน ได้ย้ายนิวาสถาน มาอยู่ที่หน้า อาคารสินธร ถนนวิทยุ ในโซนส่วนหน้าริมถนนที่เรียกว่า กลาสเฮาส์ (Glass House) แหล่งรวมร้านอาหารชั้นนำอีกหลายร้าน ซึ่งที่ใหม่ของโชกุนนั้นใหญ่โตโอโถงมากในพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร มีทั้งโซนที่นั่งด้านหน้าอันกว้างขวาง อีกทั้งห้องสำหรับจัดเลี้ยงส่วนตัว ห้องซูชิบาร์ซึ่งมีอิมัยซัง เชฟซูชิผู้อยู่คู่ร้านมาตั้งแต่แรกเริ่มคอยต้อนรับ ห้องเทปปันยากิ และด้านในสุดยังมีห้องเสื่อทาทามิแบบญี่ปุ่นอีกหลายห้อง เหมาะสำหรับผู้ที่อยากได้กลิ่นอายบรรยากาศของร้านเดิม ส่วนด้านในสุดซ้ายมือคือโซนคาเฟ่สำหรับคนทำงาน ขายอาหารญี่ปุ่นมื้อกลางวันในราคาย่อมเยาอีกด้วย
ข้อดีของภัตตาคารโชกุนก็คือการตั้งราคาของอาหารญี่ปุ่นสมเหตุสมผลกับคุณภาพวัตถุดิบชั้นเลิศ ไม่ได้มีราคาสูงเสียดฟ้าเกินเอื้อมเลย เน้นเมนูญี่ปุ่นคลาสสิกรสชาติดั้งเดิมแต่ดูดีมีระดับ สรรหาแต่ของดีๆ มาปรนเปรอพวกเรา และยังมีครบถ้วนทุกหมวดหมู่อีกด้วย

ที่โชกุนขึ้นชื่อเรื่องปลาดิบหรือซาชิมิ และข้าวปั้นซูชิ จะกินทั้งทีต้องเลือก ชุดปลาดิบรวมพิเศษ A ไปเลย (2,480 บาท++) ใหญ่เบ้อเริ่มกินได้ 3 คนสบายๆ เน้นปลานอกจากญี่ปุ่น มีทั้งโอโทโร่หรือเนื้อส่วนท้องปลาทูน่าชิ้นมันๆ สีชมพูสวย อกามิหรือเนื้อปลาทูน่าสีแดงสวยซึ่งเป็นปลาชั้นดีฮอนมากุโระ ปลาฮามาจิ แซลมอน หอยแครงญี่ปุ่น (อกาไง) ไข่ปลาแซลมอน กุ้งหวานหรืออมาเอบิ หมึกยักษ์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีชุดย่อมเยาลงมา ชุดปลาดิบรวมพิเศษ B (1,750 บาท++) มีปลาไทยคุณภาพดีรวมอยู่ด้วย ซึ่งคุ้มค่ามาก (เราสั่งมาลิ้มลองเช่นกัน)
ต่อกันด้วยซูชิ เราสั่งนิกิริซูชิ เซต A (2,250 บาท++) เน้นปลานอก มีทั้งโอโทโร่ และชูโทโร่ (ท้องปลาทูน่าที่มีมันปานกลาง) และของดีอื่นๆ รวมทั้งข้าวห่อสาหร่ายหน้าท้องปลาทูน่าสับหรือเนหงิโทโร่ และยังมี นิกิริซูชิ เซต B (1,550 บาท++) ที่มีปลาไทยผสมด้วย ซึ่งดูดีมากเช่นกัน
อยากซดน้ำซุปใสๆ หวานหอมให้สั่ง คามินะเบะหรือหม้อไฟกระดาษซีฟู้ด (460 บาท++) ใส่ของทะเลต่างๆ ในชามกระดาษทนไฟไม่มีเปื่อยยุ่ย ซึ่งเราสั่งพิเศษ ซุปหม้อไฟกระดาษใส่ขาปูฮอกไกโด หรือทาระบะ เนื้อเป็นยวงหอมหวาน ราดด้วยมันปูทาระบะอีกต่างหาก (650 บาท++/100 กรัม)
ของกินเล่นนั้นมีหลากหลาย ห้ามพลาด ปูจ๋าญี่ปุ่น (Kohra Age) (320 บาท++) เสิร์ฟมาในกระดอง อัดแน่นด้วยเนื้อปูม้าที่ปรุงรสชาติดีมาก จนพวกเราทั้งคณะลงความเห็นว่าเป็นปูจ๋าที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาทีเดียว

สลัดก็มีมากมาย เราสั่ง สลัดมันฝรั่ง (150 บาท++) ราดมายองเนส รสชาติดีมากแต่ไม่กล้ากินหมดเพราะยังมีของกินอื่นๆ อีกเต็มโต๊ะ เชิญเปิดเมนูดูสลัดอื่นๆ มีอีกเพียบ รวมทั้ง สลัดหนังปลาแซลมอนกรอบๆ (330 บาท++) และ สลัดปลาเงิน (360 บาท++) ยอดนิยม
ส่วนปลาย่างนั้น เราสั่งเมนูขึ้นชื่อ ปลากินดาระ (Gindara) หรือ ปลาหิมะย่างซอสมิโสะ (480 บาท++) จะย่างเกลือ ย่างเนย ย่างซอสเทอริยากิก็ได้ มีปลาอื่นๆ อีกนับสิบชนิด รวมทั้งปลากินกิ (Kinki) ของดีมีราคา เนื้อเป็นยวงๆ มันๆ และ แก้มปลาบุรีย่าง
อีกสาเหตุที่ผมชอบมาโชกุนเพราะที่นี่มี สเต๊กจานร้อน ให้เลือกหลากหลาย เราเลือก สเต๊กเนื้อโกเบ (2,750 บาท++/150 กรัม และ 3,450 บาท++/200 กรัม) สุดยอดเนื้อวากิวญี่ปุ่น ชิ้นหนานุ่มมีมันแทรกชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟมาในจานร้อนควันฉุย อีกทั้งเนื้อญี่ปุ่นยอดนิยมเพราะมีสนนราคาคุ้มค่า สเต๊กเนื้อโอมิ (Omi) (2,150 บาท++/150 กรัม) และ (2,550 บาท++/200 กรัม) ตัดส่วนมันๆ ทำเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วไปเจียวเพิ่มจนเกรียม ปรุงด้วยเกลือ พริกไทย อร่อยหอมมันจนเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม และก็มีสุดยอด เนื้อมัตสึซากะ อย่าลืมสั่ง ข้าวผัดกระเทียม มากินคู่กันด้วย

ใครไม่กินเนื้อก็มี สเต๊กหมูดำ (คุโรบูตะ) (780 บาท++) ซึ่งเป็นหมูดำจากญี่ปุ่นขนานแท้นุ่มหอมมัน กลายเป็นเมนูยอดนิยม
เมนูเนื้อประเภทอื่นมีอีกเพียบ เช่น เนื้อพ่นไฟพอสุกที่เรียกว่า ตาตากิ (Tataki) ชาบูชาบู สุกี้ (ที่สั่งได้ทั้งเนื้อต่างๆ หรือหมูดำ รวมทั้งของทะเล) ที่สำคัญคือโชกุนยังขึ้นชื่อเรื่อง เมนูสเต๊กสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผัดบนกระทะแผ่นแบน เรียกว่า เทปปันยากิ (Teppanyaki) มีให้เลือกหลากหลายทั้งเป็นชุดๆ ตามชนิดของเนื้อและอาหารทะเล รวมทั้งกุ้งแม่น้ำ หรือจะสั่งเป็นอย่างๆ ก็ได้
จะเห็นได้ว่าโชกุนนั้นครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่นจริงๆ มีทั้งของกินเล่นเต้าหู้สารพัดอย่าง ข้าวหน้าปลาไหล ข้าวหน้าต่างๆ ทั้งอย่างสุกและหน้าปลาดิบสารพัด เทมปุระและของทอดอื่นๆ เมนูเส้นอูด้ง ราเมน โซบะ โซเมน ของนึ่งและต้มต่างๆ ข้าวอบ ข้าวต้ม ซุป

และที่พลาดไม่ได้คือของหวานที่กำลังมาแรงมากคือ น้ำแข็งใสเกล็ดเล็กๆ เนียนๆ คากิโกะริ (Kakigori) ห้ามพลาด วาราบิโมจิ คากิโกะริ (165 บาท++) มีวาราบิโมจิคู่กัน และน้ำตาลเคี่ยวหอมๆ ให้ราดด้วย อีกทั้ง มัทฉะ อซูกิ คากิโกะริ (Matcha Azuki Kakigori (195 บาท++) น้ำแข็งใสราดซอสมัทฉะหรือผงชาเขียว แกล้มด้วยถั่วแดงกวนกับแป้งโมจิ ให้สั่งมาทั้ง 2 อย่างเลยนะจ๊ะ
ของหวานดั้งเดิมอย่าง อเบกาวะ โมจิ หรือ ข้าวเหนียวย่างคลุกแป้งชาเขียวกับถั่วเหลือง (150 บาท++) และขนมอื่นๆ ก็มีให้เลือกอีกมาก
ขอยกมือเชียร์ 2 ข้างให้มาที่โชกุน แล้วจะรู้ว่าทำไมปิ่นโตเถาเล็กถึงมากินตั้งแต่เล็กจนโต ร้านเปิดทุกวัน ช่วงกลางวัน 11 โมงครึ่งถึงบ่าย 2 โมงครึ่ง มื้อเย็น 5 โมงครึ่งถึง 4 ทุ่ม โทรไปจองก่อนได้ที่ 0-2050-5566 และ 08-6542-6666 นะจ๊ะ

โชกุน (Shogun)
โดย คุณเยาวพา บูรณดิลก
ที่ตั้ง ชั้น 1 Glass House อาคารสินธร 130-132 ถนนวิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 0-2050-5566, 08-6542-6666
เปิดบริการ 11.30-14.30 น. และ 17.30-22.00 น. ทุกวัน
แนะนำ ชุดปลาดิบรวมพิเศษ A นิกิริซูชิ เซต A ปูจ๋าญี่ปุ่น สเต๊กเนื้อโอมิ (Omi) ข้าวผัดกระเทียม
สเต๊กเนื้อโกเบ สเต๊กหมูดำ (คุโรบูตะ) วาราบิโมจิ คากิโกะริ (น้ำแข็งใสเกล็ดเล็กๆ) มัทฉะ อซูกิ คากิโกะ
ซุปหม้อไฟกระดาษใส่ขาปูฮอกไกโด สลัดปลาเงิน ปลากินดาระหรือปลาหิมะย่างซอสมิโสะ อเบกาวะโมจิ

