
หลังจากปิดปรับปรุงมานานนับปี สยามดิสคัฟเวอรี่ ก็ทุ่มงบกว่า 4,000 ล้านบาท ปรับโฉมใหม่ทั้งหมด พร้อมเปิดให้สัมผัสครั้งแรกอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้เป็นครั้งแรก และนี่คือเรื่องน่ารู้ 13 เรื่องราว ก่อนจะไปสัมผัสกับความใหม่ที่เราได้รวบรวมมา
1.สยามดิสคัฟเวอรี่ โฉมใหม่ออกแบบโดย โอกิ ซาโตะ ผู้ก่อตั้ง Nendo ดีไซน์สตูดิโอชื่อดังจากญี่ปุ่น เจ้าของรางวัลระดับโลกกว่า 20 รางวัล รวมทั้งได้รับเลือกจากนิตยสาร Newsweek ให้เป็นหนึ่งในชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุด 100 คน และได้รับรางวัลนักออกแบบแห่งปี จากหลายสถาบัน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าผลงานการออกแบบสยามดิสคัฟเวอรี่นี้เป็นงานใหญ่ที่สุดตั้งแต่ออกแบบมา ใช้เวลาการวางคอนเซ็ปต์ 18 เดือน และก่อสร้างอีก 12 เดือน ในคอนเซ็ปต์ The Biggest Arena of Lifestyle Experiment เปรียบเสมือนสนามประลองพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเชิญทุกคนมาเล่นสนุกด้วยกัน! ใน Discovery Lab สำหรับด้านนอกและด้านในตกแต่งด้วยกล่องสี่เหลี่ยม ที่จะฉายเปลี่ยนเรื่องราวไปตามช่วงเวลาต่างๆ แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ 8 ชั้นแบ่งแยกตามไลฟ์สไตล์ บนพื้นที่ 40,000 ตร.ม. โดยชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด รับประกันว่าสินค้ากว่าครึ่งไม่ขายที่อื่น

2.โฉมใหม่ของสยามดิสคัฟเวอรี่ จะมาในรูปแบบ ดิสคัฟเวอรี่ แล็บ ให้สามารถทดลองในแต่ละโซนได้ เริ่มจากโซน Her Lab สำหรับผู้หญิงชอบแต่งตัว กับเดรสซิ่งรูม ให้ได้เลือกเสื้อผ้าแบบต่างๆ หรือเลือกแบบผ้าปริ้นท์ไปยังพนักงานเคาน์เตอร์ ก่อนจะเข้าไปลองได้ในห้องลอง และห้องลองเสื้อผ้าแบบส่วนตัว ที่จะมีสไตลิสต์ส่วนตัวที่นัดเวลาเข้ามาลองได้ ขณะที่โซน His Lab ของคุณผู้ชายที่มีสไตล์ ก็มีบริการตัดสูท และสกิน แล็บ เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง-สกินแคร์ ขนาดใหญ่สำหรับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ทั้งส่วนของสปาและบาร์เบอร์ ทางด้านหลัง รวมทั้งส่วนของสไตลิสต์จากนิตยสารล็อบติมั่ม ให้คำแนะนำเรื่องการแต่งกาย และเครื่องสตรีต แล็บ ที่จะให้ทดสอบว่ารองเท้าผ้าใบแบบไหนที่ใช่สไตล์คุณ นอกจากนี้ในร้านต่างๆ ยังมีเวิร์กช็อปดีไอวายต่างๆ ตลอดทุกโซน อาทิ ทำกระเป๋าร้านภูฟ้า และดีไอวายสบู่-เทียนหอม จากร้านคอสมอส แอนด์ ฮาร์โมนี่ รวมถึงสร้างลิปสติกสีและกลิ่นของคุณเองในร้าน Passion Ville

3.นอกจากจะออกแบบคอนเซ็ปต์ต่างๆ แล้ว โอกิ ซาโตะ ยังได้ออกแบบ ดิสคัฟเวอรี่ แมน คาแร็กเตอร์ดีไซน์ของศูนย์การค้า เป็นหุ่นมีหัวเป็นรูปกล่องสีเหลี่ยมสื่อความหมายถึงความพร้อมในการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งยังได้ชวนเหล่าศิลปินชื่อดังทั้งไทยและต่างชาติทั่วเอเชียกว่า 25 คน อาทิ เอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของไทย, ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือปอม ชาน นักวาดภาพประกอบระดับสากล, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์, Goh Beng Kwan ศิลปินชั้นครูจากสิงคโปร์, Mon Thet ศิลปินหน้าใหม่จากเมียนมา, Florence Cinco ศิลปินชาวฟิลิปปินส์เจ้าของรางวัลระดับประเทศ มาร่วมออกแบบดิสคัฟเวอรี่แมน ในแบบของตัวเอง จัดแสดงในนิทรรศการ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 31 สิงหาคมนี้
4.เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ Issey Miyake เปิดคอนเซ็ปต์ World of Issey Miyake นอกญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในโลก รวบรวมเสื้อผ้าไลน์ผู้ชาย ทั้งยังมีสินค้าลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ไม่มีที่อื่นมารวมไว้บนพื้นที่กว่า 2 ชั้น รวมถึงแบรนด์ Comme des Garcons ที่เปิดแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดและครบไลน์ที่สุดในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกในโลกกับบิลบอร์ด คาเฟ่ โดยนิตยสารบิลบอร์ด นิตยสารดนตรีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก

5.เราสามารถสร้างนิทรรศการของตัวเองได้ด้วย My Social Discovery นิทรรศการอินเตอร์แอคทีฟสุดล้ำ ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ร่วมกับ Black Egg บริษัทดีไซน์ชื่อดังจากอเมริกาสร้างสรรค์ขึ้น ที่ใช้งานง่ายเพียงลงทะเบียนด้วยชื่อผู้ใช้อินสตาแกรมส่วนตัว ก่อนที่โปรแกรมจะดึงเอาภาพถ่ายต่างๆ ที่เคยอัพลงในอินสตาแกรม มาจัดแสดงในแบบอินเตอร์แอคทีฟบนจอแอลอีดีในห้องสี่เหลี่ยม ตลอด 60 วินาที ให้เจ้าของอินสตาแกรมได้สัมผัสและค้นพบเรื่องราวของตัวเองในแง่มุมทันสมัย
6.เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มี Co- working space บนศูนย์การค้า กับ Discovery Hubba ที่เปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนไอเดียและความฝันในการเริ่มต้นธุรกิจ จากกิจกรรมพิเศษและเวิร์กช็อปสร้างสังคมใหม่ของการเริ่มธุรกิจขนาดเล็ก แก่คนรุ่นใหม่ ให้บริการในราคาเริ่มต้น 399 บาท ต่อเดือน
7.สตาร์บัคส์คอฟฟี่ ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ออกแบบด้วยแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยนำกากกาแฟมารีไซเคิลเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในร้าน และยังเป็น 1 ใน 2 สาขาในประเทศไทย ที่มีเครื่องชงกาแฟแบบไซฟ่อน ซึ่งจะให้ความร้อนกว่าเครื่องชงกาแฟทั่วไป ทั้งมีกระดาษกรองที่สะอาดกว่าเครื่องชงทั่วไป และยังมีส่วนด้านหน้าร้านที่เปิดพื้นที่ให้พูดคุย ให้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟแบบต่างๆ ด้วย

8.นอกจากร้านค้าแล้ว ในสยามดิสคัฟเวอรี่ยังจัดแสดงนิทรรศการศิลปะต่างๆ อย่าง Art Installation แชนเดอร์เลียร์ขนาดใหญ่ ทำจากแก้วคริสตัลและกระจกดีไซน์พิเศษโดย Lasvit แบรนด์ผู้ออกแบบและผลิตเครื่องแก้วและกระจกชั้นนำจากสาธารณรัฐเช็ก ที่ได้รับการยกย่องว่าผลงานแต่ละชิ้นเป็นแฮนด์เมดชั้นเลิศ รวมทั้งนิทรรศการจาก Nendo exhibition ที่รวมกับโปรดักส์ดีไซน์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมทั่วทุกมุมโลก มาจัดใส่ในกล่องแห่งไอเดีย แกลเลอรี่แนวตั้ง ให้ได้ชมนิทรรศการได้
9.นอกจากนิทรรศการศิลปะแล้ว ยังมีพื้นที่ของ Gallery Atler ที่รวบรวมผลงานดีไซน์ของศิลปินชื่อดังทั้งไทย ตะวันออก และตะวันตก อย่างผลงานของ ลุย โบลิง ศิลปินชาวจีนที่มักจัดทำผลงานรำลึกถึงเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ อย่าง 9/11 นอกจากนี้ยังจัดแสดงผลงานมาสเตอร์พีซ “คิง แอนด์ ควีน” ของ คีธ แฮร์ริ่ง ศิลปินป๊อปอาร์ตยุคแรกๆ ของสหรัฐ ที่หาชมได้ยากและมีมูลค่ามากถึง 20 ล้านบาท มาจัดแสดง


10.สยามดิสคัฟเวอรี่ถูกออกแบบให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลอดไฟแอลอีดี ที่ประหยัดพลังงานกว่า 30% นอกจากการแยกน้ำและขยะแล้ว สินค้าต่างๆ ในศูนย์การค้ายังออกแบบเพื่อรักษ์โลกอย่าง สินค้าออร์แกนิค สินค้าช่วยเหลือสังคม หรือสินค้าที่ออกแบบเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น นอกจากนี้ สบู่ในห้องน้ำยังสกัดจากสับปะรด และชูการ์บีท รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ในศูนย์การค้าอย่าง Design Select : Run for Anither Life ชวนนักวิ่งเปลี่ยนการวิ่งเป็นพื้นที่สีเขียว โดยทุกการวิ่งที่สตรีต แล็บ 500 เมตร สยามดิสคัฟเวอรี่จะมอบเงิน 10 บาทให้กับ กทม. บำรุงสวนลุมพินี หรือสามารถร่วมกันต่อนาโน บล็อก สร้างเมืองจำลอง นำไปมอบให้กับมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ เพื่อสร้างจิตสาธารณะมอบของเล่นให้แก่ห้องสมุดของเล่นประจำหมู่บ้าน
11.สำหรับแฟนคลับของ ลอฟท์ ร้านที่แทบเป็นสัญลักษณ์ของสยามดิสคัฟเวอรี่ ก็คงได้ตื่นเต้นกับลอฟท์โฉมใหม่ ที่ออกแบบให้เข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังรวบรวมสินค้าขายดีของญี่ปุ่นอย่างแปรงสีฟันที่ไม่ต้องใช้ยาสีฟัน เพราะมีส่วนผสมของสารแมกนีเซียมและโซเดียมอยู่ตามตัวแปรง หรือ หวีที่ทำจากหินพลังงาน เมื่อหวีแล้วจะช่วยทำปฏิกิริยากับเส้นประสาท ช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนและช่วยยกกระชับใบหน้าได้

12.พบกับอาดิดาส คอนเซ็ปต์สโตร์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่โซนสตรีต แล็บ บริเวณชั้น 1 กับแนวคิด อินเตอร์แอคทีฟ สโตร์ คอนเซ็ปต์ ที่มีจอแอลซีดีที่สามารถเลือกเทคโนโลยีรองเท้า และสีรุ่นต่างๆ ทั้งยังรวมเอ็กซ์คลูซีฟ คอลเล็กชั่นต่างๆ ขณะที่ห้องแต่งตัวตกแต่งในแบบห้องพักของนักฟุตบอล นอกจากนี้ยังมีแบรนด์อื่นๆ ระดับโลกทั้ง ไนกี้ แวนซ์ คอนเวิร์ส เอซิกซ์ ที่นำเสนอคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดก่อนใคร
13.นอกจากความพิเศษในศูนย์การค้าแล้ว สยามดิสคัฟเวอรี่ ยังเปิดสยามดิสคัฟเวอรี่ แอพพลิเคชั่น ที่มีฟังก์ชั่น Live Chat ให้ลูกค้าได้ติดต่อกับทีมงาน รวมถึงบริการจองร้านอาหาร สำรองที่จอดรถ จองห้อง Co-working space และ Dressing Room ได้ ทั้งยังมีบริการแนะนำบริการแบบเฉพาะบุคคลด้วย




Art Installation
















