“มิสไทยแลนด์เวิลด์” คนล่าสุด ไดร์ – จิณณ์ณิตา บุดดี ในยุคที่นางงามต้องไม่ใช่แค่สวย

กลายเป็นสาวงามที่สุดของค่ำคืนที่ผ่านมา สำหรับสาวไดร์ – จิณณ์ณิตา บุดดี สาวเชียงรายวัย 22 ปี ที่พกพาความมั่นใจ ส่วนสูง 178 มา รวมทั้งความน่ารักสดใส มาเอาชนะใจกรรมการ ทำให้นักศึกษาสาวจากสำนักวิชาศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงคนนี้ สามารถคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016 ไปครองได้สำเร็จ

ก่อนจะเป็นหญิงสาวผู้คว้ารางวัลคนที่ 30 ของเวทีนี้ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าสาวไดร์ กับการเป็นรองนางสาวเชียงใหม่ปี 2559 ซึ่งเวทีนี้เองที่เจ้าตัวบอกว่า เป็นใบเบิกทางที่สร้างความมั่นใจให้กล้ามาประกวดในครั้งนี้ แม้ว่าจะมีความฝันอยากเป็นนางงามตั้งแต่เด็กก็ตาม

“ตั้งแต่เด็กไดร์ดูทีวี ก็เห็นการประกวดในเวทีต่างๆ ก็คิดว่าสวยดี ชอบ และอยากจะไปอยู่ในจุดๆนั้นให้ได้สักครั้งในชีวิต อยากมีมงกุฎแบบเขา มันสวยมากและอยากให้เป็นเราบ้าง ตอนเล็กๆก็มีตัดมงกุฎกระดาษใส่บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีความมั่นใจมาประกวดเพราะที่บ้านไม่สนับสนุน อยากให้เรียนมากกว่า แต่ไดร์ก็คิดว่าเมื่อเราชอบแล้วก็ลองเดินทางนี้ดู คนเรามีหลายเส้นทางในชีวิต ก็เลยแอบไปประกวดเวทีต่างๆ ค่อยกลับมาขอคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งท่านก็เข้าใจและให้โอกาสแรกในชีวิตกับไดร์”

untitled (14 of 18)

“ตอนประกวดเวทีนางสาวเชียงใหม่ มันยิ่งทำให้ไดร์มีความมั่นใจมากขึ้น ด้วยความที่เป็นเวทีใหญ่คนที่มาคงต้องพร้อมมาก เราก็เป็นสาวล้านนาคนหนึ่งที่อยากลองมาประกวดในกรุงเทพฯ สักครั้งจึงรู้สึกมีกำลังใจที่จะมา และไดร์ก็ทำฝันให้สำเร็จ นี่เป็นความสำเร็จครั้งแรกของไดร์”

ส่วนเหตุผลที่สาวเชียงใหม่คนนี้เห็นว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คณะกรรมการเลือกเธอนั้น ก็คงเป็นบุคลิกอันสดใส ร่าเริง เป็นตัวของตัวเอง และสายตาที่มีความจริงใจ ที่ทำให้ชนะใจกรรมการมาได้

และหากค่ำคืนนั้นตำแหน่งนี้ไม่ได้เป็นของเธอ เจ้าตัวเล่าว่าก็พร้อมจะก้าวต่อไปและพร้อมกลับมาสู้ใหม่อีกครั้งโดยไม่ท้อ เพราะสิ่งที่เธอหวังที่สุดคือการชนะใจตัวเองสักครั้ง ได้ทำให้เต็มที่ในแบบของเธอ ซึ่งกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ ก็ต้องพยายามไม่น้อย โดยเฉพาะกับการดูแลตัวเอง ที่นอกจากจะออกกำลังกายทุกวันแล้ว อดีตนักกีฬาบาสเกตบอลอย่างเธอ ก็ยังเน้นการนอนให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวได้พักและดูอ่อนวัย ดูแลผิวพรรณ รวมทั้งการฝึกพูด และเดินให้ดีด้วย

เมื่อได้ตำแหน่งบนเวทีงามอย่างมีคุณค่าแล้ว จิณณ์ณิตา จึงถือว่านี่เป็นโอกาสอันดี ที่เธอจะได้ใช้โอกาสนี้ทำอะไรเพื่อสังคมต่อไปควบคู่ไปกับการทำหน้าที่นางงามให้ดีที่สุด

untitled (4 of 18)


“ไดร์อยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ที่ผ่านมาไดร์เองได้ชวนเพื่อนๆไปทำบุญ ช่วยเหลือผู้ขาดโอกาสในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมันทำให้เรามีความสุขมาก สุขเพราะได้เห็นว่าผู้รับเขามีความสุข ไดร์จึงอยากทำงานด้านนี้ต่อไป แต่การเป็นตัวแทนประเทศก็ถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องทำให้เต็มที่ ไดร์มาประกวดมิสเวิลด์ เพราะอยากไปประกวดต่างประเทศ อยากรู้ว่าประเทศอื่นเหมือนไทยไหมและอยากท้าทายตัวเอง และอยากเป็นคนไทยคนแรกที่ได้มงกุฎมิสเวิลด์ สร้างชื่อเสียงของประเทศไทยให้คนอื่นรู้จัก”

“แต่การจะครองมงกุฎมิสเวิลด์ อาจจะดูเหนือความคาดหมายไปบ้าง แต่สำหรับไดร์ความสวยไม่มีกรอบ เราไม่รู้ว่าความสวยที่สุดคืออะไร ซึ่งไดร์มองว่านางงามสมัยนี้ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องงามล้ำค่าสู่สายตาโลก เราต้องฉลาด มีไหวพริบด้วย ซึ่งไดร์ก็พร้อมที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อให้ถึงฝันนั้น รวมทั้งเรื่องการพูดที่เป็นจุดด้อยของไดร์ และเรื่องภาษาที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม”

พร้อมกล่าวต่อว่าเรื่องการพูดนั้น แทบจะเป็นจุดด้อยของไดร์ เพราะไดร์คิดว่าตัวเองยังพูดไม่ค่อยดี แต่จะพยายามฝึกต่อไป ส่วนเรื่องภาษานั้น ไดร์เป็นคนชอบเรียนภาษาตั้งแต่เด็กจึงได้เลือกเรียนปริญญาตรีด้านภาษาอังกฤษ แต่ความรู้ไม่ใช่แค่สิ่งที่อยู่ในห้องเรียน สิ่งสำคัญคือการพูด แม้ว่าไดร์อาจพูดไม่ได้อย่างเนทีฟ สปีกเกอร์ แต่ก็มองว่าคนพูดไม่ชัดไม่จำเป็นต้องเสียความมั่นใจ แสดงว่าเขาพูดไม่ต่ำกว่า 1 ภาษา ซึ่งไดร์ให้ความสำคัญกับเรื่องภาษามาก เพราะนี่เป็นจุดแรกที่เหมือนเป็นการต้อนรับชาวต่างชาติที่ดี

และเจ้าตัวก็ขอฝากให้ทุกคนช่วยติดตามและส่งแรงใจเชียร์เธอ ในการเป็นตัวแทนประเทศบนเวทีนี้ด้วย

untitled (11 of 18)

untitled (3 of 18)

 

บทความก่อนหน้านี้ใครๆ ก็อยากเป็นเมียหมอ! ทีมงาน’เพียงชายคนนี้ฯ’รับศึกหนัก หลังให้ใช้เบอร์ประกอบฉาก
บทความถัดไปพบแล้วศพนักเที่ยวชาวอังกฤษ สูญหายจากเหตุเรือล่มเกาะสมุย เผยหัวติดโขดหินใต้น้ำ